โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจ‘มาดามรถถัง’ บริษัทคนไทยผลิต‘ยุทโธปกรณ์’ขายทั่วโลก ออเดอร์อื้อ

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 พ.ย. 2564 เวลา 17.00 น.

ลุยอาณาจักร‘มาดามรถถัง’ บริษัทคนไทยผลิต‘ยุทโธปกรณ์’ขายทั่วโลก ออเดอร์อื้อ เตรียมส่งมอบรถเกราะล้อยาง 15 คันให้ภูฏานใช้ประจำการที่ UN

18 พฤศจิกายน 2564 ที่บริษัท ชัยเสรีเม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี นางนพรัตน์ กุลหิรัญ เจ้าของฉายา “มาดามรถถัง” ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมส่งมอบรถเกราะล้อยาง สีขาว 4x4 รุ่น First Win ในการปฏิบัติภารกิจของสหประชาชาติ (ยูเอ็น-UN) 15 คัน เพื่อส่งมอบประเทศภูฏานไปประจำการที่สหประชาชาติ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้

นางนพรัตน์ กล่าวว่า บริษัทเริ่มก่อตั้งในปี 2506 และเริ่มค้าขายกับกองทัพไทย มีสัญญาฉบับแรกในสมัย พล.อ.ประภาส จารุเสถียร เป็นผู้บัญชาการทหารบก พ.ศ.2511 โดยมีสัญญาซ่อมบำรุงรถ ค้าขายอะไหล่รถให้กับกองทัพ ส่วนมากคือการซ่อมรถต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้รวมระยะเวลา 54 ปีแล้ว สิ่งที่โรงงานเราทำคือ

1.การซ่อมรถให้กองทัพทุกชนิด ตั้งแต่รถจิ๊บM151 รถบรรทุกทหารM35 รถกู้ซ่อม รถถังทุกชนิด รถถังจีน รถถังอเมริกัน M113 M60 M48

2.เนื่องจากเราซ่อมรถมามาก โดยเฉพาะรถเกราะล้อยาง รถข้อต่อสายพาน หรือที่เขาเรียกว่า “รถถัง” ในโลกนี้มี 2 แบบ คือ ประเภทแบบตีนตะขาบ ซึ่งบริษัทผลิตช่วงล่างทั้งหมดของรถถังขายไปทั่วโลก 44 ประเทศ หมายถึงขายโดยตรงถึงกองทัพในแต่ละประเทศ

3.บริษัทสามารถผลิตรถเกราะล้อยางที่เราออกแบบเอง โดยคิดค้นดัดแปลงรถปิกอัพมาติดเกราะ แต่มีน้ำหนักมาก จึงไม่ประสบความสำเร็จ เราเอารถฮัมวี่มาติดเกราะก็ไม่ดีอีก เนื่องจากรถแต่ละชนิดที่เขาทำมาได้คำนวณน้ำหนักที่เหมาะสมแล้ว เมื่อเพิ่มเกราะไปการเคลื่อนที่ก็ลำบาก เราจึงคิดค้นออกแบบใหม่เป็นรถเกราะล้อยางที่สามารถกันกระสุนกันระเบิด

“รถเกราะของเราจะไม่เหมือนรถเกราะของประเทศต่างๆที่กันเฉพาะห้องผู้โดยสาร ซึ่งรถเกราะล้อยางของเราสามารถป้องกันได้ทั้งคันเลย และใต้ท้องรถก็สามารถกันระเบิดได้ เราพัฒนาถึง 5 แบบจึงประสบความสำเร็จ และสามารถขายให้กองทัพ” นางนพรัตน์ กล่าว

นางนพรัตน์ กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเมื่อผลิตแล้ว ประเทศผู้ผลิตไม่ได้ใช้ก็อย่าหวังว่าจะไปขายให้ประเทศต่างๆได้ เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมีความสำคัญมาก คือ เมื่อเราผลิตแล้ว ประเทศไทยเราต้องใช้ก่อน เมื่อเราขายให้กองทัพไทยได้ เราก็ขายให้กองทัพมาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงขายให้กับ UN เนื่องจากเราซ่อมรถให้กับ UN ทุกชนิด ประสบการณ์ในการซ่อมรถมาอย่างยาวนาน จึงได้รับความไว้วางใจจากหลายๆประเทศทั่วโลก แต่ประเทศไทยของเรามีแอคชั่นน้อยในเรื่องแบบนี้ เพราะถือเป็นหน้าตาของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มของประเทศอาเซียน ไม่มีประเทศใดที่ผลิตและซ่อม นอกจากประเทศไทย ซึ่งก็มีคติอยู่ข้องหนึ่ง คือ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ

เมื่อปี 2562 ทางกองทัพไทยจะต้องไปรักษาสันติภาพที่ประเทศเซาท์ซูดานในฐานะสมาชิก UN  ด้วยความเป็นห่วงคนไทยที่จะไปปฏิบัติภารกิจ ชัยเสรีจึงออกแบบรถเกราะพยาบาลที่สามารถช่วยคนได้เยอะๆ แต่กองทัพไทยบอกไม่มีเงินซื้อ เราจึงให้กองทัพไปใช้ไม่ต้องเสียเงิน แต่กองทัพปฏิเสธการรับเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งเราก็เสียใจที่ทุ่มเททั้งกลางวันกลางคืน เพื่อที่จะสร้างรถเกราะพยาบาลที่ในโลกยังไม่มีใครทำ ทาง UN ทราบว่าประเทศไทยไม่รับ ทาง UN เขามองในเรื่องความปลอดภัยของกำลังพล ยินดีรับ ชัยเสรีเป็นบริษัทเอกชนไม่ได้ร่ำรวย ที่เราให้กับกองทัพไทยเพราะเราเป็นคนไทย เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน เป็นสิ่งที่เราทำได้ UN มีเงิน เราจึงขายรถให้ไปในราคาต้นทุน ซึ่งเขายินดีรับรถเกราะล้อยางของเราไปประจำการที่สหประชาชาติ

ต่อมาทางพระราชาจิกมี แห่งประเทศภูฏาน ได้ทำสอบรถเกราะจากทั่วโลก พบว่า รถของประเทศไทยราคาไม่สูง คุณภาพดี เหมาะกับประเทศ จึงได้จัดซื้อ 15 คัน โดยส่งคณะทหารมาฝึกการขับรถ การบำรุงรักษา ซ่อม มีทั้งชุดที่ประจำการที่ประเทศภูฏาน และประจำการที่สหประชาชาติ ทั้งหมดนี้มีสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 น. เราจะมีการส่งมอบที่กระทรวงกลาโหม ศรีสมาน นนทบุรี นับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ส่งรถเกราะล้อยางไปประจำการที่สหประชาชาติ

“ชัยเสรีของเราทำการตลาดกับประเทศต่างๆในการซื้อขายได้โดยตรงอยู่แล้ว แต่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาล จึงเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายรถเกราะล้อยางแบบรัฐต่อรัฐ (Government to Government : G to G) โดยเสนอขายจากรัฐบาลเราไปยังรัฐบาลหลายๆประเทศ ซึ่งมีประโยชน์ต่อประเทศไทยมาก ที่สามารถผลิตยุทโธปกรณ์จำหน่ายไปทั่วโลก ในสภาวะแบบนี้รัฐบาลต้องมีผลงาน และแสดงถึงรัฐบาลไทยมีความเข้มแข็ง เป็นหนึ่งในผู้นำอาเซียน ได้เซ็น MOU กับกองทัพฟิลิปปินส์ ในโครงการขายรถเกราะล้อยางจำนวน 900 คัน โดยล็อตแรก 200 คันก่อน เพราะฉะนั้นคนขายต้องตามคนซื้อ ถ้าเราจะไปตั้งกฎเกณฑ์มากมาย ใครจะมาซื้อของเรา การที่เราได้งานแบบนี้ดีตรงนี้ทำให้คนงานเรามีงานทำในสภาวะเหตุการณ์แบบนี้” มาดามรถถัง กล่าวทิ้งท้าย

-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...