300 วันแล้วที่ไม่มีข่าวจาก ‘สุรชัย แซ่ด่าน’ ภรรยาร้องกรมคุ้มครองสิทธิฯ ช่วยตามคดีผู้ลี้ภัยหายตัวลึกลับในประเทศเพื่อนบ้าน

The Momentum อัพเดต 20 ก.ย 2562 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2562 เวลา 10.01 น. • ฐิตินันท์ เสมพิพัฒน์

ปมเรื่องการหายตัวไปแบบลึกลับ ของผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยในประเทศเพื่อนบ้านยังไม่ได้รับการคลี่คลาย จนล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยาของนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน ที่สูญหายไปขณะลี้ภัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

ปราณีระบุในหนังสือร้องเรียนว่า เนื่องจากกรมคุ้มครองสิทธิฯ เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริง และสามารถให้การช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อกรณีของนายสุรชัยได้ จึงขอร้องเรียนให้ตรวจสอบเกี่ยวกับชะตากรรม การกระทำทรมาน และการสูญหายตัวไปของนายสุรชัย 

ทั้งนี้ เธอเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและความเป็นธรรม และหากทราบสถานที่ควบคุมตัว สถานภาพ กรณีเกี่ยวกับการกระทำทรมานและการบังคับให้สูญหายของนายสุรชัยแล้ว ขอให้เปิดเผยให้ญาติทราบ และให้สิทธิได้พบญาติ

สำหรับพื้นเพของ สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นั้น เขามีชื่อเดิมว่า ‘สุรชัย แซ่ด่าน’ เกิดเมื่อ 24 ธันวาคม 2485 เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เขาเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและถูกจับกุมจากคดีปล้นรถไฟเมื่อปี 2521 แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในปี 2531 

หลังการรัฐประหารของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ในวันที่ 19 กันยายน 2549 นำโดย พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ในขณะนั้น สุรชัยได้เข้าร่วมชุมนุมขับไล่ คมช. ที่ท้องสนามหลวง ต่อมา เขาก่อตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้ชื่อ ‘แดงสยาม’ 

เมื่อกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดชุมนุมระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม 2553 ที่ถนนราชดำเนิน กลุ่มแดงสยามก็ร่วมปักหลักชุมนุมอยู่ที่สนามหลวงในช่วงเวลาเดียวกัน และยุติเวทีไป ภายหลังที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สลายการชุมนุม

จนเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 สุรชัยถูกจับกุมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน และได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556

หลังปล่อยตัวออกจากเรือนจำ สุรชัยก็เคลื่อนไหวทางการเมืองน้อยลง มีเพียงการนำสิ่งของ สัญลักษณ์ การต่อสู้ทางการเมือง เช่น หมวก เสื้อยึด ไปจำหน่ายตามที่ชุมนุมของคนเสื้อแดง 

และเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 สุรชัย ก็ตัดสินใจลี้ภัยการเมืองไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จนศาลทหารได้ออกหมายจับในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

แต่ปรากฏว่า เมื่อปลายปี 2561 สุรชัยและผู้ติดตามรวมสามคนหายตัวจากที่พักในประเทศเพื่อนบ้านในวันที่ 12 ธันวาคม 2561 ข่าวความคืบหน้า มีเพียงการพบศพสองศพที่ริมแม่น้ำโขง จากการตรวจดีเอ็นเอ ผลออกมาตรงกับ ‘สหายกาสะลอง’ และ ‘สหายภูชนะ’ สองผู้ติดตามที่หายตัวไปพร้อมกับสุรชัย

หลังทราบข่าวว่าสุรชัยหายตัวไป ปราณีพยายามติดตามและเข้าร้องเรียนกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งขาติ กองบังคับการปราบปราม กรมสอบสวนคดีพิเศษ 

ปราณียังร้องเรียนต่อผู้แทนพิเศษขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งทางยูเอ็น ได้ทำหนังสือสอบถามถึงเรื่องนี้ต่อรัฐบาลไทยไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562

แต่จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลไทยยังไม่มีการชี้แจงใดๆ กลับมา

ดูข่าวต้นฉบับ