3 แบบประกัน...ลดหย่อนภาษีได้ อัพเดทสักนิด ก่อนยื่นภาษี สิ้นเดือน ส.ค.

ทันข่าว channel อัพเดต 24 ส.ค. เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. เวลา 00.00 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อประกัน เป็นอีกทางหนึ่ง ที่ควรอัพเดทสักนิด ดีต่อสุขภาพเงินในกระเป๋าจากการลดหย่อนและสุขภาพตัวเราไปด้วย

3 ประกันที่สามารถลดหย่อนได้

  • ประกันชีวิตสุขภาพ
  • ประกันชีวิตแบบทั่วไป
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ

1. ประกันสุขภาพ
ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บปวดและบาดเจ็บ ชดเชยทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ

สิทธิประโยชน์ทางภาษี…อัพเดทล่าสุด
โดยปกติสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกิน 15,000 บาท เมื่อรวมกับการหักค่าลดหย่อนค่าเบี้ยประกันจะไม่เกิน 100,000 บาท

อัพเดทล่าสุด !!
ได้เพิ่มสิทธิลดหย่อนจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 63

2. ประกันชีวิตทั่วไป

•   ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา : คุ้มครองระยะสั้น สามารถเลือกช่วงเวลาจ่ายเบี้ยประกันและช่วงรับสิทธิการคุ้มครองได้
•   ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ : คุ้มครองระยะยาว จ่ายเบี้ยประกันระยะเวลาตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ คุ้มครองตลอดชีพ
•   ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ : เน้นการออมเงิน โดยจะได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
•   ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน : ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและการลงทุนในกองทุนรวม โดยมูลค่ากรมธรรม์ขึ้นอยู่กับมูลค่าหน่วยลงทุน

สิทธิประโยชน์ทางภาษี
สามารถใช้เป็นค่าลดหย่อนตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

3. ประกันชีวิตบำนาญ
ประกันที่เน้นการออมเงิน หลังเกษียณ โดยต้องออมเงินต่อเนื่อง ระยะเวลาตามที่กรมธรรม์กำหนดไว้

สิทธิประโยชน์ทางภาษี

อัพเดทล่าสุด !!
สามารถลดหย่อนภาษีสูงสุด 15% ของเงินได้ ต้องไม่เกิน 200,000 บาท
เมื่อรวมกับวงของการลงทุนเพื่อการเกษียณ  ได้แก่ กบข., PVD, RMF, SSF และกองทุนการออมแห่งชาติ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

การทำประกันชีวิตสามารถลดหย่อนภาษีได้เพราะรัฐบาลเห็นว่าประกันชีวิตเป็นการสร้างความมั่นคงทางหนึ่งของประชาชน

แต่อย่าลืมว่า “ประกันชีวิต” เป็นเพียง “เครื่องมือหนึ่ง” ที่ใช้ในการวางแผนการเงิน เราต้องจัดสัดส่วนที่พอดีกับไลฟ์สไตล์ของเรา เพราะแต่ละคนมีรูปแบบชีวิต รูปแบบรายได้ และไลฟสไตล์ที่ต่างกัน

“เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องจ่ายเบี้ยมากเสียจนเกินกำลัง จนในที่สุดต้องยอมทิ้งไปกลางทางเพราะมันกลายเป็นภาระ หรือไม่ก็จ่ายน้อยเกินไปเสียจนไม่คุ้มความเสี่ยง และทำให้ต้องมาลำบากในยามฉุกเฉินของชีวิต”

ดูข่าวต้นฉบับ