3 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากแฟนเก่า – เพจบันทึกนึกขึ้นได้

TALK TODAY เผยแพร่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 03.54 น. • เพจบันทึกนึกขึ้นได้

เราต่างรู้ว่าการอกหักเป็นเรื่องแย่ และยากที่จะข้ามผ่านความรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกที่ติดหนึบอยู่ในความทรงจำ อยู่ในทุกๆ วันที่ตื่นขึ้นมา และแทบจะอยู่ในทุกวินาทีก่อนหลับตานอน

แต่ถ้ามาคิดดูดีๆ การเลิกรา ทำให้เราได้กลับมาทบทวนและคิดอะไรบางอย่างกับตัวเอง การอกหักไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีใครเคยพบเจอ แต่ความเจ็บปวดของการพบนั้น มันจะมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่ความแข็งแรงของหัวใจของแต่ละคน

แล้วเราได้เรียนรู้อะไรจากความรักที่เพิ่งผ่านพ้นไปในครั้งนั้นบ้าง อะไรที่เราบอกกับตัวเองว่าถ้ามีรักครั้งใหม่ เราจะทำมันให้ดีกว่าเดิม เราจะไม่ผิดพลาดแบบนั้นอีก

และนี่คือ 3 สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากแฟนเก่า

*1. ที่มันไปไม่รอด เพราะเรายังไม่สื่อสารกันไม่ดีพอ *

เราไม่คุยกัน เราไม่พูดถึงสิ่งที่เราต้องการมันอย่างจริงใจ และจริงจัง หลายครั้งที่ความไม่พอใจ ความสงสัย ความคิดบางอย่างที่อยู่ข้างในมันเกิดขึ้น เราต่างเลือกที่จะเก็บมันไว้ บ้างก็ใช้วิธีอ้อมค้อม เพื่อที่จะหลอกล่อให้อีกฝ่ายเผยความลับออกมา หรือการถามแล้วไม่ตอบความจริงที่เราต้องการ เรารู้ว่าเราต้องการอะไร แต่เราไม่พูด แล้วการที่เราไม่พูดมันออกมาสักที ไปคาดหวังว่าอีกคนจะรู้ได้เอง อีกคนจะเข้าใจในความเป็นตัวเราได้ ในขณะที่บางครั้งเราก็ไม่เคยเข้าใจตัวเองเองเลย อย่าลืมว่าเราเติบโตมาคนละแบบ การที่เรามีชีวิตอยู่มาแล้วยี่สิบ สามสิบปี แล้วคนที่เขาเพิ่งมารู้จักจักในหน่วยที่เป็นเดือน หรือสองสามปี จะไปเข้าใจหรือรู้ความคิดอะไรทั้งหมดในชีวิตได้  

นั่นเลยทำให้หลายครั้งที่มีเรื่องคับข้องใจกัน พอต่างไม่สามารถสื่อสารความต้องการที่แท้จริงของตัวเองออกมาได้ ก็ทำให้เราใช้อารมณ์มาเป็นเครื่องมือในการที่จะออกจากปัญหานั้น ซึ่งแน่นอน มันไม่ได้ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดี การทะเลาะกันส่วนใหญ่ พอทำความเข้าใจกันแล้ว เราจะรู้เลยว่า มันเป็นเรื่องแค่คิดเดียว ถ้าพูดกันดีๆ ถ้าบอกกันตั้งแต่แรก ว่าที่ต้องการในใจลึกๆ มันคืออะไร แต่กว่าจะพูดออกไป ความรู้สึกที่มีก็ถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว 

2. If someone show you their true color don’t try repaint them. 

*If someone shows who they are , believe them. *

เราชอบคิดไปเองว่าเขาหรือเธอจะเปลี่ยนแปลงได้ ในขณะที่หลายๆ ครั้งเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ การที่เราได้รับรู้ถึงทาสแท้ของคนที่เรารัก ในวันที่เขาเปิดเผยว่า ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เรามีให้ มันไม่มีความสำคัญ ในวันนั้นเรายังบอกกับตัวเองต่อไปอีกว่า ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเขาก็จะแก้ไขและปรับปรุงให้มันดีขึ้น เพื่อที่ความรักของเราจะได้เดินหน้าต่อไป และยังแอบคิดโทษตัวเองอีกว่าที่มันเกิดขึ้น ก็เพราะว่าเป็นความผิดของเราด้วยส่วนหนึ่ง ที่เราอาจจะยัง …. นั่นนู่นนี่ ไม่ดีพอ  

เราทำได้นะ ไม่มีใครว่าเราหรอก ถ้าเราจะยังเชื่อแบบนั้นอยู่ แต่การที่เราเปิดโอกาสที่จะให้โอกาสใครที่เรารักเป็นครั้งที่สอง สาม หรือสี่ เราต้องเตรียมใจให้พร้อมว่าความผิดหวังจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต แล้วเราเองจะยอมรับมันได้ ไม่ได้เสียใจว่า เราไม่น่าปล่อยให้มันล่วงเลยกินเวลาชีวิตมากมายขนาดนี้ ถ้าจบไปตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้ก็น่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่แล้ว 

แต่ถ้าใครสักคนแสดงออกถึงความจริงใจที่มีให้ ในแบบที่ไม่เคยเจอกับใคร รักษาคนนั้นไว้ให้ดี ดูแลตัวเองอย่างให้เราเองที่เป็นคนทำให้ความเชื่อใจของเขาหรือเธอนั้นหายไป เพราะเราต่างเข้าใจกันดี ว่าทุกๆ ความสัมพันธ์ ถ้าความเชื่อใจมันหายไปแล้ว ตามหาที่ไหนก็ไม่มีวันได้กลับมาหรอก

*3. ไม่มีใครมีหน้าที่ทำให้เรามีความสุข *

ถึงแม้ว่าจะมีแฟน มีคนรัก แต่หน้าที่ของการมีความสุข ไม่ใช่หน้าที่ของใคร การมีความสุขเกิดขึ้นจากตัวเราเองล้วนๆ พูดแล้วอาจฟังดูเข้าใจยาก สำหรับคนที่เอาความสุขของตัวเองไปขึ้นอยู่กับการใครสักคนเสมอ เราจะมีความสุขได้เมื่อใครสักคนใส่ใจ เราจะมีความสุขเมื่อใครสักคนเข้าใจ แน่นอน มันคือความคาดหวังของการมีความรัก แต่การที่คนที่ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกตัวเองเลย คนที่ไม่เคยมีความสุขได้ด้วยชีวิตของเขาเลย คนที่มองหาแต่ความสุขจากที่อื่น คาดหวังว่าจะมีใครสักคนมาเติมเต็มชีวิตให้ดีกว่าวันนี้ ใครบ้างที่อยากจะเข้ามาทำหน้าที่นั้น คนที่มีความสุขก็ต่างมองหาคนที่มีสิ่งนั้นด้วยเหมือนกัน  

ถ้าเข้าใจผิดตั้งแต่แรก เราก็จะเข้าใจผิดไปตลอดความสัมพันธ์ว่า ที่ไปกันไม่รอด เพราะเขาไม่ได้ทำให้เรามีความสุข แต่จริงๆ แล้วคือเราเองนั่นแหละ ที่ไม่เคยสุขเลย ตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วยกหน้าที่คนมอบความสุขนั้นไปให้เขา โดยที่ก็ไม่เคยได้รับรู้เลยอีกนั่นแหละว่า เรามีความสุขมากพอที่จะให้เท่าที่เราหวังไว้รึเปล่า  

ติดตามบทความของ เพจบันทึกนึกขึ้นได้ บน LINE TODAY ทุกวันศุกร์