3 พิกัดคาเฟ่ Specialty Coffee ใน Siam Discovery วันเดียวก็ฮอปได้ครบ!

THE STANDARD อัพเดต 06 ส.ค. เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 02.48 น. • thestandard.co
3 พิกัดคาเฟ่ Specialty Coffee ใน Siam Discovery วันเดียวก็ฮอปได้ครบ!
3 พิกัดคาเฟ่ Specialty Coffee ใน Siam Discovery วันเดียวก็ฮอปได้ครบ!

หากคุณกำลังหากิจกรรมทำในวันสบายๆ หาคาเฟ่สวยๆ ไปฮอปปิ้ง เราก็มีแผนฮอปปิ้งง่ายๆ ในหนึ่งวันที่ Siam Discovery The Exploratorium มาให้คุณ เพราะที่นี่รวบรวมร้านกาแฟที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครจากแบรนด์อย่าง Red Diamond และ Brave Roasters ไว้ในที่เดียว รวมถึง Pour Over Lab ร้านกาแฟที่จำลองบรรยากาศห้องแล็บพร้อมกิมมิกที่ทำให้คุณสนุกไปกับการดื่มกาแฟและการเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่ละร้านต่างมีคอนเซปต์ สไตล์ และเรื่องราวต่างๆ ที่อยากจะบอกเล่าผ่านเมนูและบรรยากาศของร้านที่แตกต่างกัน สามารถตอบโจทย์การฮอปปิ้งของคุณได้แน่นอน!

 

 

1. Brave Roasters (ชั้น 3)

‘Brave Roasters’ ร้านกาแฟวิวดีริมกระจกใสขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวรถไฟฟ้า ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนในร้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบเมนูใหม่ๆ ที่ร้านนี้จึงมีเมนูแปลกๆ น่าลองมากมาย นอกจากกาแฟเต็มรสชาติอย่าง ‘Espresso’(105 บาท) หรือ‘Latte’(120 บาท) แล้ว ที่นี่ยังมีเมนูซิกเนเจอร์สุดสร้างสรรค์ให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ‘Salted Caramel Latte’(140 บาท) เอสเพรสโซผสมนม ใส่ซอสคาราเมลรสเค็ม กลายเป็นลาเต้รสชาติกลมกล่อมจากรสชาติของคาราเมลสูตรพิเศษของร้านที่จะสร้างประสบการณ์การดื่มลาเต้ให้แปลกใหม่ ‘Surry Hills’(160 บาท) เอสเพรสโซผสมนมและซอสช็อกโกแลตโฮมเมด ท็อปด้วยไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟรสวานิลลาหอมมันที่มีเสิร์ฟเฉพาะสาขานี้เท่านั้น ทำให้การดื่มกาแฟเป็นเรื่องสนุกขึ้น หรือจะเป็น ‘Apple Crumble’เมนูใหม่ประจำฤดูกาลที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูขนมหวานยอดนิยมชื่อเดียวกัน

 

 

ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มเท่านั้น ขนมในร้านก็มีให้เลือกมากมาย และแต่ละอย่างก็น่าลองไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น‘Carrot Cake’(110 บาท) เค้กแครอตที่ตกแต่งหน้าด้วยครีมสดมาอย่างสวยงาม หรือ ‘Banana Bread’(85 บาท) ขนมปังกล้วย เหมาะกินคู่กับกาแฟหรือจะเป็นมื้อเช้าเบาๆ ของคนรักสุขภาพก็ได้ และถ้าคุณกำลังหิว ที่สาขานี้ก็มีเมนูอาหารให้เลือกอีกมากมายทั้งสลัด ข้าว พาสต้า หรือแซนด์วิช

 

 

 

2. Pour Over Lab (ชั้น 1)‘Pour Over Lab’ ร้านกาแฟสุดทันสมัยที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งวิทยาศาสตร์ เพราะด้วยการตกแต่งร้านที่จำลองสถานที่เป็นห้องแล็บ การเลือกใช้อุปกรณ์ ไปจนถึงการคิดค้นเมนูนั้นล้วนได้มาจากการทดลองและการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์กับกาแฟเข้าด้วยกันนั่นเอง 

 

 

จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่สถานที่เท่านั้น แต่ด้วยกิมมิกการแต่งกายของบาริสต้า รวมถึงเมล็ดกาแฟแบบสเปเชียลตี้ที่ให้คุณเพลิดเพลินและเลือกสรรได้ด้วยตัวเองแล้ว Pour Over Lab ยังถือได้ว่าเป็นแหล่งรวม Brewing ทุกรูปแบบไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการชงกาแฟด้วยเครื่องดริปกาแฟกึ่งอัตโนมัติ (Poursteady Machine) ที่ช่วยย่นระยะเวลาการชงกาแฟ แต่ยังคงความเสถียรของรสชาติและคุณภาพไว้อย่างดี หรือจะเป็นการเลือกชงด้วย Syphon, Chemex, Delter Press หรือ French Press ที่จะช่วยดึงคาแรกเตอร์และรสสัมผัสต่างๆ ของเมล็ดกาแฟนั้นๆ ให้มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป

 

 

และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดถ้าหากคุณได้ไปเยือนร้านกาแฟแห่งนี้ นั่นก็คือการสั่งเมนูกาแฟสกัดเย็นจากเครื่อง One Dutch เครื่องแรกและเครื่องเดียวในประเทศไทย สำหรับเมนูแนะนำนั้น ได้แก่ ‘Black Dutch’ (120 บาท) หรือกาแฟสกัดเย็นที่แฝงไปด้วยโน้ตกาแฟอย่างวอลนัต และความหวานอมเปรี้ยวของผลไม้ 

 

 

 

หรือจะเปิดประสบการณ์ใหม่ของการดื่มกาแฟด้วยการสั่งเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ‘On The Rock’ (100 บาท) ที่เคล้าไปด้วยกลิ่นหอมและรสชาติของกาแฟที่ได้มาจากการการบ่มในถังเหล้ารัม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีเมนูเอาใจคนรักกาแฟและความสดชื่นอย่าง ‘Sphere Moon’(160 บาท) เมนูยูซุปั่น ออนท็อปด้วยช็อตกาแฟสกัดเย็นที่ผสมผสานกันระหว่างกาแฟและผลไม้ได้อย่างลงตัว

 

นอกจากเมนูกาแฟแล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ สำหรับคนไม่ดื่มกาแฟอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเมนูม็อกเทลอย่าง‘Seasoning Mocktail’ (120 บาท) สดชื่นตามสไตล์ของแต่ละฤดู หรือจะเป็นเมนูชาอย่าง‘Thai Milk Tea’(120 บาท) ที่มีความหอมกลมกล่อมของตัวชาไทยแท้ๆ หากอยากลองเปลี่ยนแนวมาเป็นเครื่องดื่มปั่นกันบ้าง ขอแนะนำเมนู ‘Brownie  Snow’(160 บาท) ที่นำบราวนีลงมาปั่นกับนม ให้เท็กซ์เจอร์ที่หนึบหนับเข้ากันได้ดี ทั้งนี้ทางร้าน Pour Over Lab ก็ยังมีเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ และขนมกินเล่นนอกเหนือจากนี้ให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย

 

 

 

 

3. Red Diamond (ชั้น G)

‘Red Diamond’ ร้านกาแฟที่โด่งดังในหมู่คนรักกาแฟ ด้วยความพิถีพิถันของการสร้างสรรค์เมนูรวมถึงจุดเด่นที่เมล็ดพันธุ์พิเศษซึ่งนำเข้ามาจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก บรรยากาศร้านเป็นบาร์ที่คุณสามารถนั่งชมการชงกาแฟอย่างพิถีพิถันของเหล่าบาริสต้าถุงมือดำได้อย่างใกล้ชิด

 

 

ที่นี่มีเมล็ดกาแฟ House Blend หลากหลายรูปแบบให้คุณเลือกตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็น Red Diamond เมล็ดกาแฟจากเอธิโอเปียและเคนยาคั่วอ่อน มีรสสัมผัสและกลิ่นคล้ายเบอร์รี ผลไม้รสเปรี้ยว เติมความสดชื่นได้ดี, Black Diamond เมล็ดกาแฟจากปานามา โคลอมเบีย และกัวเตมาลา คั่วอ่อน-กลาง มีรสสัมผัสและกลิ่นของคาราเมล อัลมอนด์ เฮเซลนัต ให้ความรู้สึกครีมมี่ แต่ถ้าคุณชอบกาแฟนมหรือกาแฟรสเข้ม ควรลองเป็น God Father เมล็ดกาแฟจากบราซิลและไทยคั่วกลาง มีรสสัมผัสและกลิ่นของพีนัต น้ำผึ้ง คาราเมล รสชาติคล้ายช็อกโกแลต และสุดท้าย Old School เมล็ดกาแฟจากลาวและไทยคั่วเข้ม ให้รสสัมผัสและกลิ่นของคาราเมลเข้มข้นและดาร์กช็อกโกแลต เอาใจรสนิยมการดื่มกาแฟของนักดื่มหลากหลายรูปแบบ แต่ถ้าคุณต้องการเมล็ดกาแฟแบบ Single Origin ก็สามารถบอกกับบาริสต้าได้เลย

 

 

เมนูที่มาถึงแล้วเป็นต้องสั่งคือ ‘Americano’(120-170 บาท) ที่คุณจะได้สัมผัสรสชาติของเมล็ดกาแฟต่างๆ แบบเต็มๆ ส่วนใครที่ชอบกาแฟนมแนะนำเป็น ‘Caffe Latte’(130-180 บาท) หรือจะเป็นกาแฟส้มอย่าง‘Twilight’(180 บาท) ที่เสิร์ฟมาอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีเมนูสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟอย่าง‘Black Cacao’(120 บาท) ที่เป็นโกโก้รสชาติเข้มข้นอีกด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

ดูข่าวต้นฉบับ