3 ทางรอด “มนุษย์เงินเดือน” ยุค New Normal

ฐานเศรษฐกิจ อัพเดต 03 มิ.ย. เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. เวลา 04.25 น. • Thansettakij

วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบหนักต่อหลายธุรกิจ  ทำให้ต้องเลิกกิจการ  ลดต้นทุน ปัญหาที่ตามมาคือ “มนุษย์เงินเดือน” ต้องตกงาน ถูกลดเงินเดือน ลดชั่วโมงการทำงาน เพื่อพยุงธุรกิจให้อยู่รอด แต่มนุษย์เงินเดือนเหล่านี้จะทำอย่างไรให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ และใช้ชีวิตบนวิถีใหม่ หรือ New Normal

 

นายศุภชัย สุขะนินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Disruption และผู้ก่อตั้งหลักสูตรไฟว์เวล Fivewhale สำหรับผู้บริหารระดับสูงกล่าวว่า ไม่ใช่เพียงห้าง ร้าน องค์กรธุรกิจต่างๆ ที่จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและสามารถดำเนินกิจการต่อไป “มนุษย์เงินเดือน” ซึ่งเป็นฟันเฟืองหนึ่งในองค์กร ก็จำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวด้วยเช่นเดียวกัน  เพื่อให้สามารถอยู่รอด โดย 3 สิ่งต้องรีบลงมือปฏิบัติ ได้แก่

1. เรียนรู้พัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้เพิ่มพูน สละเวลาอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ ใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ สิ่งที่ต้องทำคือ การ Unlearn ลืมความรู้เก่าๆ เดิมๆ ที่เคยมีมา แล้วมาเริ่มต้นใหม่ด้วยการ Relearn เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยจะต้องมองหาทิศทางภายหน้าว่า สิ่งใดจะมาแรงและเป็นที่ต้องการในสถานการณ์เช่นนี้ เช่น อีคอมเมิร์ซ     ขายของออนไลน์ ร้านอาหารแบบดิลีเวอรี่ รวมถึงต้องมีการพัฒนาทักษะ Reskill อีกด้วย

 

2.  การหารายได้เสริม ในยุค New Normal ควรจะมีรายได้จากงานที่ทำทั้งหมดด้วยกันถึง 3 ทาง แบ่งเป็น รายได้จากงานประจำ หางานเสริมที่สามารถทำได้ในเวลากลางคืน อย่างการไลฟ์ขายของทางออนไลน์ โดยจะต้องหาแหล่งสินค้าราคาถูกที่สุดเพื่อมาขาย และงานที่ทำได้ในวันหยุดคือเสาร์และอาทิตย์ เช่น การเป็นฟรีแลนซ์ออนไลน์ต่างๆ อย่างการทำบัญชีออนไลน์ หรือครูสอนพิเศษทางออนไลน์

ศุภชัย สุขะนินทร์

3.  เก็บออมบริหารการเงิน เพื่อให้เราสามารถอยู่ดำรงชีวิตรอดในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน มนุษย์เงินเดือน ในอดีตอาจถูกปลูกฝังต้องแบ่งเงินจากรายได้ทั้งหมด 10-20% ไว้สำหรับการเก็บออม แต่เวลานี้ที่ดิสรัปชั่นเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว การแบ่งเงินจากรายได้แบบในอดีตอาจไม่เพียงพอ จึงมองว่าควรแบ่งเงินจากรายได้ทั้งหมด 40% ไว้สำหรับการเก็บออม และแบ่งอีก 10% สำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

โดยจะเหลือใช้ส่วนตัว 50% หรือหากอยากนำไปใช้สำหรับการลงทุน ให้หักเพิ่ม 10% แล้วเหลือใช้ส่วนตัวเพียงแค่ 40% เท่านั้น ซึ่งหลักการนี้เหมาะสำหรับคนโสดที่ยังไม่มีครอบครัว โดยสำหรับบุคคลในสถานะอื่นๆ อาจปรับเปลี่ยนแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ