โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนตำนาน แม่นาก จากเรื่องเล่าชาววัง สู่ปริศนากระโหลกหน้าผากที่หายไป

Sarakadee Lite

อัพเดต 31 ต.ค. 2566 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2566 เวลา 10.35 น. • กองบรรณาธิการ

ย้อนตำนานประวัติศาสตร์ แม่นาก หนึ่งในผีที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดของไทย บ้างก็ว่ามาจากตำนาน บ้างก็ว่ามีเค้าโครงจริง และบ้างก็ว่าเป็นเรื่องเล่าที่ถูกเล่าขานต่อๆ กันมา ซึ่งสันนิษฐานว่าผีนางนากถูกเล่ากันในหมู่ชาวบ้านตั้งสมัยรัชกาลที่ 4 โดยเนื้อเรื่องในแต่ละยุคสมัยมีจุดที่เหมือนกันคือ ความผูกพันระหว่าง นางนาก สาวชาวบ้านแห่งท้องทุ่งพระโขนง กับ พ่อมาก ชายสยามที่ต้องไปเป็นทหารรับใช้ชาติ และต้องปล่อยให้นากเมียรักที่กำลังตั้งท้องต้องอยู่เรือนเพียงลำพัง โศกนาฏกรรมความรักเริ่มต้นระหว่างที่พ่อมากกำลังออกรบ แม่นาก ก็ได้มาตายจากระหว่างการคลอดลูก กลายเป็น “ผีตายท้องกลม” ที่ยังคงวนเวียนมาเฝ้ารอพ่อมากที่ริมท่าน้ำในทุกพลบค่ำ ชาวท้องทุ่งพระโขนงต่างเล่าลือของความดุ ความเฮี้ยนของนางนาก ต่อเมื่อพ่อมากกลับมา เขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับ แม่นาก และลูกน้อยอยู่นานโดยไม่รู้ว่าตนอยู่ร่วมเรือนเดียวกับผี

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

เรื่องราวของแม่นากโยงไปถึง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในแผ่นดินรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 5 และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ ตั้งแต่ในแผ่นดินรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 และในตำนานก็กล่าวถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ว่าเป็นผู้ที่เข้ามาโปรดและปราบนางนาก รวมทั้งเป็นผู้เจาะกระโหลกหน้าผากของนางนากเพื่อเปิดทางให้วิญญาณได้เดินทางไปสู่ภพภูมิใหม่ ซึ่งกระโหลกนางนากชิ้นนั้นยังคงเป็นปริศนาว่ามีจริงหรือไม่

ในหนังสือประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เรียบเรียง โดย มหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพโกษา (สอน โลหนันทน์) ได้เล่าเรื่องแม่นากพระโขนงไว้ว่า ลือกันว่าปิศาจนางนากหลังจากตายก็มาช่วยผัววิดน้ำเข้านาจนทำให้ชายผู้ผัวมีเมียใหม่ไม่ได้ อีกทั้งผู้คนก็ไม่สามารถเดินเรือในคลองพระโขนง แม้แต่พระสงฆ์ในวัดพระโขนงยังโดนหลอก แค่ได้เสียงก๊อกแก๊กก็เหมาว่าเป็นผีนางนากไปหมด

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) รู้เรื่องจึงลงไปค้างที่วัดมหาบุศย์ พระโขนง พอค่ำลงท่านก็ไปนั่งอยู่ปากหลุมแล้วเรียกนางนากขึ้นมาสนทนา พูดจาตกลงกันจนท้ายที่สุดท่านได้เจาะเอากระดูกหน้าผากนางนากมาด้วย แม้การกะเทาะเอากะโหลกหน้าผากศพฟังดูน่าสยองขวัญ แต่ตามคตินิยมของพราหมณ์ในยุคนั้นถือเป็นการเปิดทางให้วิญญาณที่ตายผิดธรรมชาติได้ไปเกิดในภพภูมิใหม่ ท่านได้นำกระดูกแผ่นนั้นมาขัดจนเป็นมัน ลงอักขระยันต์แล้วเจาะเป็นปั้นเหน่งคาดเอว ครั้นท่านชราภาพก็ได้มอบปั้นเหน่ง กระดูกหน้าผากนางนากไว้กับหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ และตกทอดมาถึงพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว. เจริญ อิศรางกูร) เจ้าอาวาสวัดระฆังฯ ต่อมาเชื่อกันว่ากระดูกหน้าผากนางนากได้ตกมาอยู่กับพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ม.ร.ว. อภิเดช อาภากร ได้บันทึกไว้ว่าหากเรื่องนี้เป็นจริง เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ น่าจะทรงได้กะโหลกแม่นากมาจากสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว. เจริญ) เพราะช่วงนั้นพระองค์ทรงทำงานที่กรมทหารเรือ และทรงเป็นครูสอนที่โรงเรียนนายเรือซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดระฆังฯ แต่ทั้งหมดนี้เป็นข้อสันนิษฐาน ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด

ครั้งหนึ่งหม่อมเจ้าหญิงดวงทิพย์โชติแจ้งหล้า อาภากร และ ม.ร.ว.ทิพภากร อาภากร (ธิดาของพลเรือเอก หม่อมเจ้าครรชิตพลอาภากร) ยืนยันว่า กระดูกหน้าผากนางนากนี้ได้เคยเก็บอยู่ที่วังของท่านมาเป็นเวลานานต่อมาพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ได้มาขอเพื่อทำพิธีบวงสรวงเมื่อคราวสร้างภาพยนตร์เรื่องแม่นากพระโขนง จากนั้นก็ไม่ได้รับกลับคืนมาอีก

แม่นาก

เรืองราวของ นางนาก แห่งท้องทุ่งพระโขนง ยังถูกสร้างต่อเนื่องทั้งในละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ไทย และละครเวที ต่อจากเรื่อง นางนาก ก็มีเรื่อง แม่นาคพระโขนง ออกมาเป็นภาพยนตร์อีกหลายเวอร์ชั่นรวมทั้งละครเวที แถมเรื่องของนางนากยังถูกสร้างในฉบับเปลี่ยนแกนของเรื่องจากแม่นากไปเป็น “พ่อมาก” ในภาพยนตร์เรื่อง “พี่มาก…พระโขนง” ออกฉาย พ.ศ. 2556 กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกุล และทุบสถิติภาพยนตร์ไทยอีกครั้ง ด้วยรายได้เฉพาะช่วงเข้าฉายโรงภาพยนตร์ทะลุ 1 พันล้านบาท เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวของไทย ประชา สุวีรานนท์ นักวิจารณ์ภาพยนตร์ เคยให้เหตุผลถึงความคลาสสิกของนางนากไว้ว่า “แม่นากคือผีที่ทุกคนรัก แม่นากคือผีที่ทุกคนกลัว”

The post ย้อนตำนาน แม่นาก จากเรื่องเล่าชาววัง สู่ปริศนากระโหลกหน้าผากที่หายไป appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...