โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาไฟเขียว พ.ร.ก.ไซเบอร์ฉบับใหม่ บังคับ “ธนาคาร-ค่ายมือถือ” เยียวยาผู้เสียหาย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 08.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสมัยวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สองฉบับสำคัญที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ได้แก่

พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 และ

พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า แม้จะมีการออก พ.ร.ก.ฉบับแรกเมื่อปี 2566 แล้ว แต่สถานการณ์อาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบันยังทวีความซับซ้อน จำเป็นต้องเสริมมาตรการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการบัญชีม้า การคืนเงินผู้เสียหายอย่างทันท่วงที และการกำหนดหน้าที่ของธนาคาร ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัลในการร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

การอภิปรายในที่ประชุมมีความเข้มข้น โดย ส.ส. หลายคนให้ความเห็นอย่างหลากหลาย อาทิ
นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการจัดการแก๊งมิจฉาชีพที่เคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการข้ามประเทศ พร้อมเสนอให้รัฐบาลใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และเร่งแก้กฎหมายฟอกเงินควบคู่กัน เพื่อให้มาตรการมีผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง

ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เน้นย้ำว่าปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่เพียงสร้างความเสียหายทางการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบสังคมอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ พร้อมสนับสนุนมาตรา 8/10 ของ พ.ร.ก. ซึ่งกำหนดให้ธนาคาร เครือข่ายโทรศัพท์ และโซเชียลมีเดีย ต้องร่วมรับผิดชอบหากเกิดความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ภาคเอกชนเร่งยกระดับระบบความปลอดภัย

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ กล่าวในที่ประชุมว่าการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งในระดับโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติและภายในประเทศ โดยเน้นว่าควรใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการป้องกัน มิใช่ผลักภาระให้ประชาชนต้องต่อสู้กับปัญหาเพียงลำพัง พร้อมเสนอให้มีการกำหนดมาตรฐานกลางในการคืนเงิน และเรียกร้องให้ภาครัฐแสดงความจริงจังในการดำเนินคดีกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมดังกล่าว

ภายหลังการอภิปราย ที่ประชุมสภาฯ ได้ลงมติรับรอง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 452 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และเห็นชอบ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยคะแนน 453 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง

ทั้งนี้ สมาชิกสภาฯ ยังฝากความคาดหวังให้รัฐบาลเร่งจัดทำกฎหมายลำดับรองและกฎกระทรวง เพื่อให้ พ.ร.ก.ดังกล่าวสามารถบังคับใช้ได้จริงโดยเร็ว พร้อมจับตาประสิทธิภาพในการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...