โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุ้นดอกเบี้ย กนง.

การเงิน การออม

คอลัมน์ : เช็กกระแสหุ้น

ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (19-23 ก.ย.) รับเอฟเฟ็กต์จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแรงต่อเนื่อง

โดย “ชาญชัย พันทาธนากิจ” ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงกดดันจากผลการประชุมของเฟด ที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% และเน้นย้ำการใช้นโยบายที่ยังตึงตัว โดยคาดว่าเฟดจะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้อีก 1.25% ไปแตะระดับ 4.25-4.5% ในช่วงปลายปี

“จากการประชุมของเฟดในครั้งนี้ ทำให้เม็ดเงินลงทุนเคลื่อนย้ายไปยังฝั่งของดอลลาร์ ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และส่งผลให้ค่าเงินในหลายประเทศอยู่ในโทนอ่อนค่า ทำให้ภาพของตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นภาพของการพักตัว แต่ข้อดีของตลาดหุ้นไทย

คือการพักตัวค่อนข้างที่จะแข็งแกร่ง โดยปัจจัยที่หนุนมีอยู่ 3 ประเด็น คือ 1.เศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัว 2.กำไรบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวตามภาพของเศรษฐกิจ และ 3.การประเมินมูลค่า (valuation) ที่มองในมุมของส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนของตลาดหุ้น (earning yield) ของไทยค่อนข้างกว้างกว่า จากประเด็นเหล่านี้ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงไม่รุนแรง”

ส่วนมองไปในสัปดาห์ข้างหน้า (26-30 ก.ย.) “ชาญชัย” ประเมินว่า ดัชนีหุ้นไทยจะยังคงแกว่งตัวผันผวน โดยกรอบดัชนีน่าจะอยู่ที่บริเวณ 1,620-1,660 จุด ประเด็นหลักต้องจับตาการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเท่าใด

“ถ้ามองจากทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่า อาจเป็นแรงกดดันต่อโอกาสในการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยของ กนง.ที่ระดับ 0.5% ได้ จากเดิมที่มองไว้ 0.25% ได้ ซึ่งคงต้องรอติดตามความชัดเจน ในวันที่ 28 ก.ย.นี้”

ทั้งนี้ ในช่วงตลาดปรับฐานเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ โดยหุ้นที่แนะนำเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น ในกลุ่มธุรกิจการเงินอย่าง BBL และ BLA, หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองอย่าง AOT และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคภายในประเทศอย่าง HMPRO

ดูข่าวต้นฉบับ