โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักร้องดังปวดใจ เผยคำพูดสุดท้ายตัดขาดลูกสาว – นาทีเผชิญหน้าแทบร้องไห้

นักร้องดังปวดใจ เผยคำพูดสุดท้ายตัดขาดลูกสาว – นาทีเผชิญหน้าแทบร้องไห้

อีกมุมที่หลายคนไม่รู้ สุกัญญา มิเกล เผยคำพูดสุดท้ายตัดขาดลูกสาว นาทีเผชิญหน้าแทบร้องไห้

จากกรณีนักร้องรุ่นใหญ่ ยุค 90 สุกัญญา มิเกล หรือ สุกัญญา เขียนเอี่ยม ที่ก่อนหน้านี้ ได้ยื่นฟ้องตัดสิทธิปกครองร่วมพ่อของลูก พร้อมขอร้องศาลตัดสิทธิความเป็นแม่ลูกกับลูกสาว จนสร้างความตกใจให้กับแฟน ๆ ไม่น้อย ล่าสุด (14 ส.ค.) เจ้าตัวได้ได้แชร์โพสต์คนใกล้ชิดเปิดเผยเรื่องราวที่หลายคนอาจไม่รู้ และยังเข้าใจอะไรผิด ๆ โดยระบุว่า

“ด้านที่พวกคุณคุณไม่เคยเห็น.. แม่คนนึงที่รักลูกสุดดวงใจ.. แม่ผู้เสียสละที่คอยหาเลี้ยงทุกคนในครอบครัว.. แม่ที่อุ้มท้องแก่จวนคลอดแต่ยังต้องไปทำงานร้องเพลงหาเงินเข้าบ้านทุกวัน.. แทนที่จะได้พักผ่อนกลับมาแล้วยังต้องคอยทำความสะอาดบ้านให้เพียบพร้อมเพื่อให้ไม่มีเชื้อโรคมากล้ำกลายเด็กน้อย..

แม่ที่ได้แต่มองลูกในออ้มกอดของคนใจร้ายคนหนึ่งที่บอกว่าคุณอย่าอุ้มเลยคุณดูแลเด็กไม่เป็นหรอก.. และเมื่อวันคืนผ่าน คน ๆๆ นั้นก็คอยกล่อมเกลาเด็กน้อยว่าเขาคือฮีโร่ตัวจริงของเด็กน้อยคือผู้ให้ทุกสิ่งอย่าง..

จนถึงวันแยกจาก… แม่ผู้ได้หนูน้อยเด็กชายแยกออกมาดูแลตามกฎหมายทุก ๆ ครั้งทุก ๆ เดือนแม่จะต้องขับรถพาลูกชายไปพบลูกสาวเพื่อให้เด็กน้อยมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและยังคงจดจำไว้เสมอในความเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขรวมถึงความคิดถึงอันท่วมท้นที่ตนไม่ได้อยู่กับลูกสาว…

ร้อยพันครั้งฝ่ายแม่จะต้องเป็นผู้ดิ้นรนคอยติดตามเพื่อนำพาลูกไปพบกันแต่แล้วฝ่ายคนนั้นก็มีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้เด็กทั้งสองไม่ต้องพบกัน..ไม่มีแม้นการโทรติดตามถามข่าวคราวเด็กชาย…

วันปีผ่านไป..ใครจะรู้คนเป็นแม่..นอนร้องไห้คิดถึงลูกสาวทุกวัน…คิดถึงแชทที่สาวน้อยส่งข้อความมาหาบอกว่าหนูอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้เมื่อแม่หาไปให้..เด็กน้อยก็เงียบหายไป..แม้นไม่มีเงินผู้เป็นแม่ก็ขอเอากำลังตนเองร้องเพลงแลกมาโดยไม่คิดค่าตัวเพื่อให้ได้ของขวัญชิ้นนั้นเพื่อลูก..

เมื่อได้ของขวัญชิ้นสำคัญที่สาวน้อยต้องการก็ได้นำไปให้สาวน้อยดีใจมีความสุขแต่เพียงไม่นานเด็กสาวก็ได้นำของขวัญชิ้นนั้นไปเขียนชื่อชายคนที่ตนคิดเสมอว่าเขาคือฮีโร่ของตนไว้บนของขวัญชิ้นโปรด และลบแชททั้งหมดที่เคยมาคุยมาออดอ้อนพูดจาหวานหูขอในสิ่งตนอยากได้จากแม่ของตน…

รวมถึงการให้ถ้อยคำในศาลว่า.. แม่ตนไม่เคยดูแลและไม่เคยให้อะไรกับตนเลยสักครั้ง.
…ตัดภาพมาเมื่อปลายปี 64 เมื่อได้ติดตามถามไถ่จนทราบว่าชายคนนั้นได้นำพาเด็กสาวไปพักอีกที่โดยที่ตนมิได้อยู่ดูแลแต่ฝากเด็กสาวเอาไว้กับบ้านฝั่งตรงกันข้ามกับอาพารต์เม้นต์ที่เคยเช่าอยู่..(แล้วมาบอกว่าเป็นญาติเพื่อมิให้มีความผิดในฐานที่ละทิ้งเด็กสาวไว้โดยตนมิได้อยู่ดูแล)เมื่อมารดาไปตามจนพบจึงได้ขอเข้าไปคุยกับเด็กสาวด้วยความรักความรัก ความคิดถึง..

สายตาที่ลูกสาวมองแม่มีความหวาดระแวง แฝงความไม่พอใจ.. แม่ถามอะไรไปก็ตอบด้วยเสียงที่รำคาญ หนูเป็นนางสาวแล้วนะแม่.. นั่นคือสิ่งหนึ่งที่.. แม่คนนี้ยินดีให้อิสระในการตัดสินเลือกที่จากนี้ต่อไปจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับลูกสาว..ของแม่อีกแต่ก่อนจาก

เมื่อแม่ขอกอดลูกสาว.. เรามองเห็นสายตาของแม่.. มันมีความโหยหาอาวรณ์เปี่ยมรักใจจะขาดด้วยความคิดถึง.. แต่เมื่อถอยก้าวมามองอีกฝั่งสายตาของเขาอึดอัดไม่ได้ยกมือกอดตอบแต่ยกมือแปะป่ายบนอากาศประหนึ่งว่าเมื่อไหร่การถูกกอดนี่จะยุติเสียที..ฝ่ายน้องชายได้ยืนมองดูพฤติกรรมของพี่สาว.. แม้นเด็ก 12 ขวบยังสามารถบอกได้ว่าพี่สาวของตนรู้สึกเช่นไร.. เขาบอกว่า.. เขาไม่เห็นพี่สาวคนเดิมของเขาอีกเลย..

เมื่อแม่เอ่ยถามลูกสาวว่า.. ลูกจะเดินทางไปกับแม่เพื่อไปเรียนที่ตปท. พร้อมกับน้องชายไหม.. ภาพเด็กสาวยิ้มแสยะปากแววตาขำพร้อมกับตอบมารดาปนขำว่า.. มีเงินเยอะมากมายขนาดนั้นเหรอ.. แล้วตอบว่าไม่ไป.. ฝ่ายแม่ผู้ตั้งคำถามก็คงจะคาดเดาคำตอบประโยคหลังได้..แต่สายตาและคำพูดประโยคแรกสุดทำเอามารดาก้มหน้าสูดลมหายใจยาว ๆ แล้วพูดกับลูกสาวด้วยเสียงเครือแต่ชัดเจนว่า แม่เคารพในการตัดสินใจของหนูและจะขอถอดถอนความเป็นแม่ออกเพื่อไม่ให้ลูกต้องรู้สึกอึดอัดใจอีกแต่เรายังคงเป็นเพื่อนกันเสมอ

หากหนูมีอะไรที่จะให้เพื่อนคนนี้ช่วยก็ให้บอกมาได้ตลอดยินดีรับฟังทุกเรื่องราว และอีกหลายอย่างที่เราจำได้ไม่หมด..หูมันอื้อใจมันชาตั้งแต่ได้เห็นพฤติกรรมของสาวน้อย..เราได้แต่ยืนจับมือและโอบกอดน้องชายของเขาไว้ตลอดเวลาเพราะแววตาของเขาที่มองเห็นภาพของแม่สายตาของแม่.. มันทำให้ใบหน้าของเด็กน้อยที่ได้ยิ้มแย้มอย่างดีใจเมื่อแว้บแรกที่พบหน้าพี่สาวของตน ถึงกลับกับสลดลงไปหลังจากที่ได้เห็นได้ฟังบทสนาจากทั้งผู้เป็นแม่.. ผู้ขึ้นชื่อว่าคลานออกมาดูโลกก่อน

หลังจากขับรถกลับเราหวังเพียงว่า..เขาจะเข้มแข็งและหยุดร้องไห้ได้เสียที..และเมื่อมีสัมภาษณ์หรือการลงโพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้..เขาจะต้องรู้สึกขนาดไหนกับคอมเมนต์มากมายที่มาให้มาคอมเมนต์ด่าแรง ๆ มาให้แง่คิดคติเตือนใจกับเขาโดยที่ไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวจริง ๆๆ ที่มันไม่ได้มีแค่ที่เขียนเอาไว้ให้ตรงนี้..

ถ้าหัวใจของแม่คนนี้ที่ต้องคอยวิ่งกระเซ้อะกระเซิงตามหาลูกแล้วต้องถูกปฎิเสธอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า ๆๆๆๆ …หัวใจดวงนี้จะพรุนไปแล้วกี่แผล…คงเป็นเหมือนรอยเข็มที่จิ้มจนไม่ทีว่าง..เลิกเอาสุภาษิตแง่ ๆ คิดต่าง ๆ มาบอกมาบอกสอนเขาโดยที่ตัวคุณไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงอะไร..และยังไม่เข้าใจความคิดที่ยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนนี้จริง ๆ …มันทำให้คิดถึง..

เรื่อง ๆ นึงที่มีคนสองคนแย่งเด็กคนหนึ่งและต่างคนต่างบอกว่าฉันคือคนที่รักเธอที่สุดและเธอคือลูกของฉัน..คนทั้งสองต่างออกแรงดึงเด็กเพื่อให้เด็กมาอยู่ในอ้อมกอดของตนเอง…แต่..คนที่เป็นแม่และรักลูกที่สุดกลัวว่าลูกตนจะเจ็บปวดจึงต้องยอมปล่อยมือให้ลูกไปอยู่ในแรงกระชากของมือคู่นั้น..แม้นจะต้องเจ็บปวดจากการต้องสูญเสียลูกไป…ให้ความรักแม้นไม่ครอบครอง…วันเวลามันจะผ่านไป..เชื่อว่าแม่คนนี้ก็คงจะไม่คาดหวังอะไร

ที่มาเฟซบุ๊ก สุกัญญา มิเกล Migael

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ