2 มือปราบเปิดเบื้องลึกลุงกับแม่ชมพู่แฉกันยับ งานนี้ใกล้ end game คนผิดมีแค่หนึ่ง (คลิป)

Amarin TV เผยแพร่ 08 ก.ค. เวลา 18.24 น.
2 มือปราบเปิดเบื้องลึกลุงกับแม่ชมพู่แฉกันยับ งานนี้ใกล้ end game คนผิดมีแค่หนึ่ง (คลิป)
“ผู้การแต้ม” เชื่อแม่ชมพู่และลุง โยนกันไปมาปมความสงสัย เชื่อเป็นผลดีต่อรูปคดี อ้างสามารถจำกัดวงแคบลง หาคนร้ายจับพิรุจ “สารวัตรแรมโบ้” ชี้สาดโคลนเข้าหากัน ผลดีกับตำรวจ คดีเดินมาถึงทางตัน เชื่อคนร้ายโกหกคนอื่นได้ แต่จิตใจรู้ดีทำอะไรกันอยู่

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าของฉายามือปราบหูดำ เปิดเผยว่า การออกมาเคลื่อนไหวของนางสาวิตรี แม่น้องชมพู่ ที่มีการตั้งข้อสงสัยใจตัวลุงพลเกี่ยวกับการเดินทางจากบ้านไปรับพระ ซึ่งมีเวลาที่หายไป และลุงพลได้โต้กลับนางสาวิตรี เกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องไม่ขึ้นไปหาศพลูกบนเขาเหล็กไฟวันที่เจอศพ รวมถึงเร่งรัดการเผาศพลูกนั้น ในมุมของการทำงานของตำรวจ ถือว่าเป็นผลดี ที่สามารถจำกัดวงแคบลง และสามารถตามหาตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น เพราะเนื่องจากมีคนออกมาแสดงตัวเหมือนลักษณะ “ร้อนตัว” เพราะกลัวว่าจะถูกจับ ทำให้ต้องออกมาปัดโยนความผิดไปที่คนอื่น หรือการเปิดประเด็นเปลี่ยนความสงสัยไปที่คนอื่น

คลิกอ่านข่าว "น้องชมพู่" ทั้งหมดที่นี่ 

ดังนั้นตำรวจสามารถจับพิรุจ และทำงานง่ายมากขึ้น โดยการนั่งจับผิดการสงสัยของ 2 ฝ่าย แล้วหาพิรุจจุดเชื่อมโยงว่ามีมูลความจริงมากน้อยเพียงใด จากนั้นเพียงแค่หาพยานหลักฐานเพิ่ม ก็จะสามารถชี้ชัดตัวคนร้ายได้ โดยขณะนี้ตนเชื่อว่าเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดอาจเป็นคนร้าย ไม่ว่าจะเป็นพ่อและแม่หรือคนในครอบครัวของน้องชมพู่ก็เป็นได้ ขณะนี้ตำรวจก็ต้องหาพยานหลักฐานไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ หลักฐานจากการสอบปากคำที่จะมุ่งหาความจริงไปถึงตัวผู้ร้าย

แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายถึงว่า ตำรวจจะตัดผู้ต้องสงสัยคนอื่น ๆ ก่อนหน้าออกไป โดยจะต้องมีการเชื่อมโยงความเกี่ยวข้อง และพยานหลักฐานตามวิธีการของตำรวจ แต่เพียงแต่อาจจำกัดได้แคบมากขึ้น และจะต้องดำเนินการสอบสอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากมีข้อพิรุจมากเท่าไร เปิดประเด็นใหม่หรือความสงสัยมากเท่าไร ก็จะสามารถสนับสนุนการทำงานให้มีความแม้นยำมากขึ้นเท่านั้น โดยหลังจากที่ทราบพิรุจแล้ว เพียงตำรวจนำทุกคนเข้าเครื่องจับเท็จ เพียงเท่านั้นก็จะได้ข้อเท็จจริง ว่าอะไรโกหก หรืออะไรคือความจริง ซึ่งตำรวจมีอำนาจหน้าที่ที่จะเชิญผู้ต้องสงสัยเข้าเครื่องจับเท็จได้

พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ฉายาสารวัตรแรมโบ้ อดีตผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และอดีตสารวัตรกองปราบนครบาล มองว่า การออกมาทะเลาะกันเอง ระหว่างพ่อแม่น้องชมพู่ กับลุงพล เป็นผลดีกับตำรวจ เหมือนต่างสาดโคลนเข้าหากัน คนที่บริสุทธิ์ ต่างต้องหาพยานบุคคล ประจักษ์พยาน และพยานแวดล้อม เพื่อพิสูจน์ตัวเอง นับว่าเป็นผลดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

คิดว่าตอนนี้ คดีเดินมาถึงทางตัน ชาวบ้านและในละแวกที่เกิดเหตุ หากใครมีหลักฐานอะไร สาวถึงตัวคนร้ายได้ ให้หาทางติดต่อกับ พล.ต.อ.จักทรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คิดว่า คนร้าย น่าจะรู้ตัวแล้วว่า ตำรวจสาวใกล้ถึงตัวแล้ว อยากให้มีความเป็นมนุษย์ ออกมารับผิด ความจริงก็เป็นความจริง เพราะหนีไม่พ้น คิดว่าตำรวจรู้ว่าใครเป็นคนร้าย และทำอะไรกันอยู่

เชื่อว่าเวรกรรมตามทัน คนร้ายหนีเวรกรรมไม่พ้น หนีความจริงไม่พ้น ออกมาพูดความจริง คนจะให้อภัย เพราะชาวกกกอก ชาวมุกดาหาร เสียหาย เชื่อว่า “คุณอาจจะโกหกคนอื่นได้ แต่จิตใจพวกคุณ คุณรู้ว่าทำอะไรกันอยู่ ออกมาพูดความจริง ทุกคนจะให้อภัย โทษหนักจะได้เป็นเบา”

ดูข่าวต้นฉบับ