19 ส.ส.ลุ้น ป.ป.ช.สอบ ถือครองที่ ‘ภ.บ.ท.5-ส.ป.ก.’

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 02.30 น.

 

ในขณะที่ “คดีถือครองหุ้นสื่อ” กำลังสั่นสะเทือนเส้นทาง การเมืองของเหล่าบรรดาส.ส.จำนวนมากแล้ว ล่าสุดเกิดเงื่อนปมใหม่ตามไล่ล่า ส.ส. พรรคการเมืองต่างๆ ตามมาอีกระลอก

เมื่อ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โต้โผใหญ่ยื่นคำร้องต่อสนง.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้ไต่สวนเอาผิด 19 ส.ส. จาก 6 พรรค การเมือง เนื่องจากมีที่ดินสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) และ ภ.บ.ท.5 ให้ได้ลุ้นระทึกกันอีก เนื่องจากอาจขาดคุณสมบัติของการมีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

ทั้งนี้ ที่ดินประเภท ส.ป.ก.นั้น ตามพ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ส.ป.ก. นำไปจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากไร้ได้เข้าทำ ประโยชน์ โดยประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อนำไปดำเนินการจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากไร้ได้เข้าทำประโยชน์

ส่วนที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 เป็นเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่(ภาษีดอกหญ้า) ซึ่งท้องถิ่นจะจัดเก็บ ไม่เกี่ยวกับว่า ใครเป็นเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่เอกสารแสดงสิทธิครอบครองที่ดินเจ้าของที่ดินยังคงเป็นของทางราชการอยู่เพียงแต่อาจจะให้มีการใช้ประโยชน์ชั่วคราวแต่ไม่ถือว่า ผู้ที่ใช้ประโยชน์นั้นเป็นเจ้าของที่ดิน ปัจจุบันมีคำสั่งกรมการปกครองเมื่อปี 2551 ได้สั่งให้ยกเลิกการเก็บภาษีดังกล่าวแล้ว

“ตามบัญชีที่แสดงราย การทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.กรณีเข้ารับตำแหน่งส.ส. เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ของส.ส. ปรากฎชัดแจ้งว่า มีทรัพย์สินและรายได้ต่อปีเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการขัดต่อพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นเกษตกร  พ.ศ. 2535 ที่ได้กำหนดอัตรารายได้ของผู้ยากจนไว้ ให้เป็นผู้ที่มีรายได้ตํ่ากว่า 30,000 บาทต่อคนต่อปีเท่านั้น

 

 

ส.ส.ที่ถูกร้องทั้งหมดย่อมรู้ว่าตนเองเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติของการได้สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.หรือ ภ.บ.ท.5 มาตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่ยอมสละที่ดินดังกล่าวคืนให้รัฐเพื่อนำไปจัดสรรให้กับผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เท่ากับว่าอาจมีเจตนาที่จะทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนกฎหมายอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7-8 และ ข้อ 9 ทั้งยังอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อ 11, 12 และข้อ 17 และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมทั่วไปในข้อ 21 ตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 19 บัญญัติด้วย” นายศรีสุวรรณ ระบุ

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ เข้ายื่นร้องต่อ ป.ป.ช. แล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ขอให้ไต่สวนเอาผิด 3 ส.ส. ประกอบด้วย ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ 2 คน คือ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี อีกราย คือ นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี จาก พรรคเพื่อไทย

รอบที่ 2 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 จำนวน 3 คน จากพรรคภูมิใจไทย 2 คน คือ นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ และนายเกียรติเหลืองขจรวิทย์ ส.ส.ลพบุรี และ นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก จากพรรคพลังประชารัฐ

 

ล็อตใหญ่ที่สุดยื่นร้อง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา 13 คน จาก 5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 4 คน คือ 1. พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร 2.นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส. เพชรบูรณ์ 3. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี และ 4. นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร

พรรคภูมิใจไทย 3 คน คือ 1. นายมานพ ศรีผึ้ง ส.ส. นครสวรรค์ 2. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส.ปราจีนบุรี 3. นายสนองเทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์

พรรคเพื่อไทย 3 คน ประกอบด้วย 1. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา 2. นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส. นครราชสีมา และ 3. นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน

พรรคอนาคตใหม่ 2 คน คือ 1. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. และ 2. นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด อีก 1 รายจาก

พรรคประชาธิปัตย์ คือ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส. นครศรีธรรมราช

ถึงวันนี้มีชื่อ ส.ส.ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 และ ส.ป.ก.ถึงมือคณะกรรมการป.ป.ช.แล้วทั้งสิ้น 19 ราย จาก 6 พรรคการเมือง ให้ได้ลุ้นระทึก ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 ราย คือ พ.ต.ท.ไวพจน์ และนายอนุชา ส.ส.พลังประชารัฐ ที่มีชื่ออยู่ใน 64 ส.ส.ถือครองหุ้นสื่อ ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย

 

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,529 วันที่ 8-11 ธันวาคม 2562

 

ดูข่าวต้นฉบับ