17 ที่เที่ยวฮาโกเน่ ตอบโจทย์คนชอบธรรมชาติ อินกับศิลปะวัฒนธรรมแบบจัดเต็ม

KIJI เผยแพร่ 06 มิ.ย. เวลา 10.51 น. • KIJI

ฮาโกเน่ (Hakone) เมืองแสนสงบของจังหวัดคานางาวะ ที่มักถูกจัดเข้าไปในลิสต์วันเดย์ทริปไปเช้า-เย็นกลับจากโตเกียว ส่วนตัวเรามีโอกาสได้ไปมาหลายต่อหลายครั้ง ที่เที่ยวฮาโกเน่ ก็มีมากเราจึงอยากอาสาเป็นตัวแทนหมู่บ้านตะโกนกู่ก้องร้องออกไปว่าฮาโกเน่มีค่ามากพอที่จะใช้เวลาดื่มด่ำบรรยากาศความเป็นฮาโกเน่ ที่มีทั้งอากาศบริสุทธิ์สามารถเห็นฟูจิซังได้ในวันอากาศดี ไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าดัง ล่องเรือพลางมองวิวกลางทะเลสาบ ขึ้นกระเช้าไปชมภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ปิดท้ายด้วยการพักเรียวกังแช่ออนเซ็นคุณภาพดีอีกสักคืนสองคืน

อัพเดท ที่เที่ยวฮาโกเน่ สำหรับมือใหม่ไปเป็นครั้งแรก

จากโตเกียวสามารถเดินทางมาฮาโกเน่ได้หลายวิธีทั้งรถไฟด่วน Romancecar, รถไฟธรรมดาสายโอดะคิว หรือรถบัส ราคาก็แตกต่างออกไปตามความสะดวกสบายและเวลาที่ใช้ในการเดินทาง แต่ที่เราใช้บ่อยๆ และคิดว่าคุ้มค่าคือบัตรโดยสาร อาทิ Hokone Free Pass ที่นอกจากใช้โดยสารรถไฟไป-กลับจากสถานีชินจูกุได้แล้ว ยังสามารถนั่งขนส่งสาธารณะในเมืองฮาโกเน่ทั้งรถไฟ รถบัส รถราง กระเช้า และเรือ ได้ไม่จำกัด รวมถึงเป็นส่วนลดในการเข้าสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง

รวมลิสต์ ที่เที่ยวฮาโกเน่ ที่ต้องตามเก็บให้ครบ

เราคัด 17 ที่เที่ยวฮาโกเน่ จัดเต็มแบบจุกๆ ไม่ว่าจะชอบธรรมชาติ อินกับอาร์ต มีความสุขกับการช็อปปิ้ง และถ่ายรูปเล่นได้ไม่เบื่อ ก็ต้องถูกใจสถานที่เหล่านี้บ้างแน่นอน  

 

01 Hakone Yumoto Shopping Street

ถนนหน้าสถานี Hakone Yumoto ที่เที่ยวฮาโกเน่ สำหรับซื้อของฝากหรือหาร้านอาหาร

ฮาโกเน่ยุโมโตะ เป็นชื่อสถานีรถไฟหลักของเมืองฮาโกเน่ เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อยจะพบกับถนนที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของฝาก คาเฟ่ เรียวกัง ฯลฯ ที่เหมาะกับการเดินช็อปของฝาก ซื้ออาหารการกินริมทาง หรือไม่ก็แวะคาเฟ่นั่งชิลล์ถ่ายรูปเล่นก็ยังได้ คนส่วนใหญ่มักเลือกพักโรงแรมแถวนี้ ด้วยเพราะมีความสะดวกครบครันและไม่ไกลจากสถานีรถไฟ

 

02 Ajisai Bridge

Ajisai Bridge ที่เที่ยวฮาโกเน่ สะพานแดงสดสำหรับเดินเล่น

เดินเข้ามาอีกหน่อยบริเวณด้านหลังโซนร้านค้าจะพบอีกหนึ่ง ที่เที่ยวฮาโกเน่ ที่เราอยากแนะนำ “สะพานอาจิไซ” ที่พาดข้ามแม่น้ำฮายะ (Haya River) เป็นสะพานสำหรับเดินเท้าเท่านั้น ถือเป็นอีกจุดถ่ายรูปที่น่าสนใจเลยเพราะบรรยากาศบริเวณนี้จะเปลี่ยนไปในทุกฤดูกาล ฤดูใบไม้ผลิซากุระจะบานคลอเคลียกับสะพาน ฤดูร้อนต้นไม้เบื้องหลังจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวตัดกับสีแดงสดของสะพาน เป็นต้น 

  

03 Hydrangea Train / Ajisai Train

Hydrangea Train ที่เที่ยวฮาโกเน่ เฉพาะเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

ที่ฮาโกเน่มีเส้นทางรถไฟสายดอกไฮเดรนเยียซึ่งก็คือขบวนรถไฟหน้าตาเก๋ Hakone Tozan Train สีแดงสด โดยตลอดทางตั้งแต่สถานี Hakone-Yumoto ยาวไปจนถึงสถานี Chokoku-no-Mori จะได้เห็นไฮเดรนเยียเบ่งบานทักทายนักท่องเที่ยว นอกจากจะได้นั่งรถรางชมไฮเดรนเยียเพลินๆ ตอนฟ้าใสแล้ว ตอนกลางคืนที่นี่ก็มีอีเว้นท์ Hydrangea Train Light Up ให้เราได้เพลิดเพลินกับความสวยงามจนถึงดึกดื่นราวๆ 4 ทุ่ม กดถ่ายรูปกันให้แบตเตอรี่กล้องหมดกันไปเลย 

ช่วงเวลาทองที่เหมาะกับการนั่งรถไฟชมไฮเดรนเยียหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า “อาจิไซ (Ajisai)” คือช่วงเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม 

Info
Available: ระหว่างสถานี Hakone-Yumoto และ Chokoku-no-Mori (Hakone Tozan Train)
Period: มิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม
Website: www.hakone-tozan.co.jp/en/sightseeing/

 

04 Miyanoshita Station

Miyanoshita Station สถานีรถไฟที่เป็น ที่เที่ยวฮาโกเน่ เต็มไปด้วยคาเฟ่น่ารักและร้านค้าน่าซื้อ

สถานีนี้น่ารัก เราว่าบริเวณนี้รวมความน่ารักเอาไว้ คาเฟ่ เบเกอรี่ ร้าน Zakka หน้าร้านอาจจะตกแต่งไม่ได้หวือหวาอะไรมากมาย แต่ก็ชวนให้ต้องเดินเข้าร้านนู้นทีออกร้านนี้ทีอย่างเพลิดเพลิน หากอยากหาร้านนั่งชิลล์ในฮาโกเน่ขอแนะนำให้มาที่สถานีรถไฟมิยาโนชิตะ (Miyanoshita Station) รับรองว่าเพียบ นอกเหนือจากนี้ยังมีศาลเจ้าเล็กๆ หรือพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกมากมายถ้าสนใจก็เดินตามแผนที่ได้เลย

ร้าน Naraya Cafe

ขอยกตัวอย่างร้านค้าที่น่าสนใจ อาทิ Naraya Cafe เป็นทั้งร้านขนมและแกลเลอรีในที่เดียวกัน นอกจากวิวจะดีมากแล้วความเก๋คือมีบ่อให้แช่เท้าได้ฟรีอีกด้วย, Mori-Meshi คาเฟ่วิวภูเขาจำหน่ายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม บรรยากาศอบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นมากๆ ฯลฯ

ร้าน Mori Meshi

  

05 Hakone Yuryo

ที่เที่ยวฮาโกเน่ ที่ต้องไปให้ได้คือ แช่ออนเซ็น

อีกหนึ่งของดีประจำจังหวัดฮาโกเน่ ถ้าไม่เอ่ยถึงก็คงจะรู้สึกผิดไปก็คือ ‘ออนเซ็น’ ออนเซ็นในฮาโกเน่เริ่มต้นจากการมีทำเลที่ดีและเกิดจากการประทุของภูเขาไฟฮาโกเน่หลายพันปีมาแล้ว ว่ากันว่าแร่ธาตุจากภูเขาไฟมีสรรพคุณมากมาย จนกลายเป็นออนเซ็นที่มีชื่อเสียง 7 แห่ง

Hakone Yuryo ออนเซ็นที่มีจุดเด่นตรงที่ใช้น้ำแร่ Alkaline จากบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ Tonosawa ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดบ่อน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงของฮาโกเน่ ด้านในแบ่งโซนอย่างเป็นระเบียบมีทั้ง Honden Yurakuan บ่อออนเซ็นรวมแบบแยกชายหญิงและ Hanare Yuya Kaden ออนเซ็นแบบส่วนตัว ใครที่ยังไม่เคยแช่เลย แนะนำว่าต้องลองสักครั้งแล้วจะติดใจ การเดินทางแสนสะดวกมีรถ Shuttle Bus รับส่งฟรีจากสถานี Hakone Yumoto ใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น

Info
Hakone Yuryo
Hours: 10:00-21:00 น.
Honden Yurakuan
Price: ผู้ใหญ่ 1,400 เยน, เด็กอายุ 6-12 ปี 700 เยน
Hanare Yuya Kaden
Price: Type1 4,000 เยน, Type2 6,000 เยน, Type3 6,000 เยน (ราคา/ชั่วโมง/ห้อง)
Website: www.hakoneyuryo.jp

 

06 Okada Museum of Art

โอะคะดะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะในพื้นที่ 5 ชั้น ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีพื้นที่จัดนิทรรศการใหญ่ที่สุดในเมืองฮาโกเน่ โอะคะดะจัดแสดงนิทรรศการศิลปะตะวันออกและญี่ปุ่นสลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาจัดอยู่ตลอดทั้งปี รวมถึงมีชิ้นงานถาวรติดตั้งอยู่ถึง 450 ชิ้นงาน

แม้คนที่ไม่ได้สนใจงานศิลปะมากนักก็จะสามารถเดินได้โดยไม่เบื่อ เพราะนอกเหนือจากนี้ที่นี่ยังมีการจัดสวนญี่ปุ่นได้สวยมาก หรือถ้าเดินชมงานจนรู้สึกเหนื่อย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็มีบ่อน้ำร้อนแช่เท้าและคาเฟ่คอยให้บริการด้วย

Info
Hours: 9:00-17:00 น.
Holiday: 31 ธันวาคมและ 1 มกราคม
Entrance Fee: ชั้นมหาวิทยาลัยขึ้นไป 2,800 เยน, ชั้นประถมถึงมัธยมปลาย 1,800 เยน
Website: www.okada-museum.com/en/
Bus Stop: Kowakien (Hakone Tozan Bus)

  

07 Mishima Skywalk

สะพานแขวนยาวที่สุดในญี่ปุ่นที่มีความยาวถึง 400 เมตร ตัวสะพานทอดข้ามหุบเขาสูงจากพื้นดิน 70.6 เมตร และเป็นหนึ่งในจุดชมภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหน นอกจากนี้จากสะพานยังมองเห็นวิวงามของอ่าวซารุกะ (Saruga Bay) ซึ่งเป็นอ่าวที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นด้วย

หากสังเกตดีๆ ตรงกลางทางเดินจะทำเป็นตะแกรงเหล็กเพื่อลดแรงลม ไม่ให้เสียวท้องจนเกินไป ความน่ารักอีกอย่างคือความใส่ใจเพราะถูกออกแบบให้กว้างกว่าสะพานปกติ เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นก็สามารถมาชมวิว 360 องศา อีกทั้งยังสวนทางกันได้ไม่ต้องกังวลว่าจะขวางทางผู้อื่น นอกเหนือจากสะพานที่นี่ยังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ซิปไลน์, ตลาดนัดขายอาหาร, เรือนกระจก, คาเฟ่น่ารักๆ และเส้นทางเดินป่าคิโคะโระ เป็นต้น

Info
Mishima Skywalk
Hours: 9:00-17:00 น. (สะพานอาจงดให้บริการในกรณีที่มีลมแรง)
Holiday: –
Entrance Fee: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, ระดับมัธยมศึกษา 500 เยน, ระดับประถมศึกษา 200 เยน, ต่ำกว่าระดับประถมศึกษาเข้าฟรี
Website: www.mishima-skywalk.jp
Bus Stop: Mishima Skywalk Bus Stop (Tokai Orange Shuttle Bus)

  

08 Hakone Shrine

มาถึงแล้วอย่าลืมแวะไหว้พระ Hakone Shrine ที่เที่ยวฮาโกเน่ ต้องมา!

เสาโทริอิสีแดงสดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในทะเลสาบอย่างอลังการ เป็นภาพที่เห็นบ่อยๆ ตามหน้าอินเทอร์เน็ตซึ่งก็คือศาลเจ้าประจำเมืองฮาโกเน่แห่งนี้ ศาลเจ้าตั้งอยู่ที่ตีนเขาฮาโกเน่ริมทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi) นั่นเอง แม้คนจะเยอะแต่กลับรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ถ้ามีโอกาสอย่าลืมแวะมาไหว้ขอพรที่ศาลเจ้า

หากเดินทางมาในฤดูร้อน ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมบริเวณริมทะเลสาบนี้จะได้ชมการแสดงดอกไม้ไฟที่งดงามด้วยล่ะ

Info
Hakone Shrine
Hours: 24 ชั่วโมง
Holiday: –
Entrance Fee: เข้าฟรี
Website: www.hakonejinja.or.jp/
Bus Stop: Motohakone (Hakone Tozan Bus)

  

09 Lake Ashi

ที่เที่ยวฮาโกเน่ ณ ทะเลสาบอาชิ

ทะเลสาบอาชิเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟฮาโกเน่ ที่นี่ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาและเหล่าพรรณไม้ที่คอยผลัดเปลี่ยนสีเอาใจเราไปในทุกฤดูกาล เราว่าที่นี่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่น่าจดจำของเมือง หากมาในวันอากาศดีจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากทั้งริมทะเลสาบ ถ้าพอมีเวลาจะถีบเรือเป็ด หรือจะล่องเรือชมทัศนียภาพก็ได้เหมือนกัน ไม่ว่าใครที่ได้มา ยังไงก็ต้องแอบปันใจให้ทะเลสาบแห่งนี้เหมือนกันแน่ๆ

 

10 Hakone Sightseeing Cruise

เรือโจรสลัด อีกหนึ่ง ที่เที่ยวฮาโกเน่ ซึ่งได้รับความนิยมมาก

เรือนำเที่ยวชมวิวรอบทะเลสาบขนาดใหญ่ให้บริการ 2 เส้นทาง เส้นทางแรกระหว่างท่าเรือ Motohakone และ Togendai เส้นทางที่สองระหว่างท่าเรือ Hakonemachi และ Togendai เที่ยวละประมาณ 30 นาที เส้นทางแรกเหมาะสำหรับคนที่มาเยี่ยมชมศาลเจ้าฮาโกเน่ แล้วนั่งเรือข้ามฝั่งมาขึ้นกระเช้าไปหุบเขาโอวาคุดานิต่อ

ภายในเรือมีบริการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึก ส่วนจุดเด่นของเรือที่ใครๆ ที่ได้มาเยือนฮาโกเน่ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากนั่งเรือสักครั้งคือ ตัวเรือได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรือโจรสลัดของทางตะวันตกนั่นเอง บอกได้คำเดียวว่าเท่มาก

ท่าเรือ Motohakone

Info
Hakone Sightseeing Cruise
Hours: (20 มี.ค. ถึง 30 พ.ย.) จากทุกท่าเรือ 9:30-17:00 น. / (1 ธันวาคมถึง 19 มีนาคม) จากท่าเรือ Hakonemachi 9:30-16:10 น., จากท่าเรือ Motohakone 10:10-16:40 น., จากท่าเรือ Togendai 10:00-16:40 น.
Holiday: จันทร์-ศุกร์ (1-28 กุมภาพันธ์)
Ticket Price: เที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ชั้นมัธยมขึ้นไป 1,050 เยน, เด็ก 520 เยน / ไป-กลับ ผู้ใหญ่ชั้นมัธยมขึ้นไป 1,930 เยน เด็ก 940 เยน
Website: www.hakone-kankosen.co.jp/foreign/thai/
Bus Stop: Motohakone (Hakone Tozan Bus)
Ropeway Station: Togendai (Hakone Ropeway)

 

11 Owakudani

หุบเขาโอวาคุดานิ ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ที่เที่ยวฮาโกเน่ ต้องไป

หุบเขาโอวาคุดานิเป็นหนึ่งภูเขาไฟในญี่ปุ่นที่ยังคุกรุ่น จึงมีกำมะถันของภูเขาไฟและไอน้ำพวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา ของขึ้นชื่อประจำหุบเขานี้คือ “ไข่ดำ (Kurotamago)” ซึ่งต้มด้วยน้ำแร่กำมะถันที่ผุดขึ้นมา และสีดำของเปลือกไข่มาจากสีของกำมะถันนั่นเอง คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าการได้กินไข่ดำ 1 ลูกจะทำให้อายุยืนขึ้นอีก 7 ปี เรากินไปตั้ง 3 ลูก คงมีเวลามาเที่ยวญี่ปุ่นอีกนานเลย

วิธีการมาที่หุบเขาต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าเท่านั้น กระเช้าที่จะพาชมวิวฮาโกเน่จากมุมสูงกว่า 1,000 เมตร ให้บริการระหว่างสถานี Togendai และ Sounzan เราสามารถแวะพักหรือลงเที่ยวที่สถานีระหว่างทางได้ตามใจชอบ เราว่าที่คนติดใจการเดินทางแบบนี้อาจเพราะชอบการได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นหรือไม่ได้มีมาให้เห็นกันบ่อยๆ อย่างใบไม้สีสวยในฤดูใบไม้ร่วง ภูเขาไฟฟูจิในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ล้วนเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือเรื่องจริง

การเดินทางสู่โอวาคุดานิ (ที่เที่ยวฮาโกเน่) ต้องนั่ง Hakone Ropeway ขึ้นมาเท่านั้น
ภายในกระเช้า Hokone Ropeway

Info
Owakudani
Hours: 8:00-17:00 น.
Entrance Fee: เข้าฟรี
Ropeway Station: Owakudani (Hakone Ropeway)
Hakone Ropeway
Hours: (1 ก.พ.-30 พ.ย.) 9:00-17:00 น., (1 ธ.ค.-31 ม.ค.) 9:00-16:15 น.
Ticket Price: ราคาแต่ละสถานีไม่เท่ากัน ตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์
Port: Togendai-ko (มาทางสถานี Togendai ต้องโดยสารเรือ Hakone Sightseeing Cruise)
Cable Car Station: Sounzan (มาทางสถานี Sounzan ต้องโดยสาร Hakone Tozan Cable Car)
Website: www.hakoneropeway.co.jp/foreign/en/

 

12 Hakone Museum of Photography

Hakone Museum of Photography พิพิธภัณฑ์แสดงภาพถ่าย ที่เที่ยวฮาโกเน่ ซึ่งน่าสนใจสำหรับคนชอบถ่ายรูป

พิพิธภัณฑ์และคาเฟ่ขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่ซอยเล็กจิ๋วริมทางรถราง Hakone Tozan Cable Car สำหรับโซนพิพิธภัณฑ์นั้นเป็นอาคารสองชั้น ด้านในจัดแสดงเฉพาะงานภาพถ่ายซึ่งมีทั้ง Mt.Fuji เป็นนิทรรศการถาวรและยังมีพื้นที่ให้ศิลปินทั้งในและต่างประเทศหมุนเวียนมาจัดแสดงงานอยู่เรื่อยๆ

ในบริเวณพื้นที่เดียวกันนี้ก็มี Cafe Plaisir de l’oeuf คาเฟ่ให้บริการเครื่องดื่ม อาหาร และขนมหวานโฮมเมดวัตถุดิบตามฤดูกาล จากฝีมือพาร์ทิซิเยร์เจ้าของร้านที่ไปร่ำเรียนมาจากฝรั่งเศส ชิมขนมรสชาติดีเคล้าบรรยากาศศิลปะภาพถ่าย ก็เพลิดเพลินดีเหมือนกัน

Info
Hakone Museum of Photography
Entrance Fee: ผู้ใหญ่ 500 เยน, ต่ำว่า 15 ปี 300 เยน, ต่ำกว่า 6 ปีเข้าชมฟรี
Hours: พ.-จ. 10:00-17:00 น.
Holiday: วันอังคารและช่วงเปลี่ยนแปลงนิทรรศการ (เช็คได้ทางเว็บไซต์)
Website: www.hmop.com
Cable Car Station: Koen-Shimo Station

 

13 The Hakone Open-Air Museum

พิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้ง ที่เที่ยวฮาโกเน่ สำหรับคนชอบศิลปะ

พูดถึงพิพิธภัณฑ์ภาพแรกที่โผล่เข้ามาในหัวคือการเดินชมงานศิลปะเงียบๆ ในห้องขนาดใหญ่ แต่สถานที่ที่เรากำลังจะเล่าถึงต่อไปนี้ทำให้เราต้องคิดใหม่ เพราะ ที่เที่ยวฮาโกเน่ สำหรับสายอาร์ตแห่งนี้มีคอนเซ็ปต์หลักเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Sculpture Garden) เปิดโล่งบนเนินเขากว้างของเมืองฮาโกเน่ บรรยากาศของผู้คนพูดคุยระหว่างชมงานศิลปะชวนให้พื้นที่แห่งนี้น่าเดินขึ้นมากกว่าปกติ

งานส่วนใหญ่ที่จัดแสดงที่นี่เป็นงานประติมากรรมรูปทรงแปลกตาชวนมอง บางชิ้นงานอาจดูเข้าใจยาก แต่การที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ปล่อยให้สมองและหัวใจเราทำงานได้อย่างอิสระ จินตนาการได้ตามใจชอบ ก็ทำให้ใครต่อใครที่ได้มารู้สึกสนุกกับงานศิลปะได้อย่างง่ายดาย และไม่ได้มีแค่โซนกลางแจ้งเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายโซนในร่ม อาทิ Picasso Pavillon นิทรรศการถาวรเป็นเหมือนไฮไลท์ของที่นี่ ซึ่งจัดแสดงผลงานของ Picasso จิตรกรดังระดับโลก, Art Hall ที่จะมีนิทรรศการของศิลปินหลากสไตล์แปะมือผลัดเปลี่ยนเข้ามาจัดแสดงงานอยู่เสมอ, Symphonic Sculpture หอคอยสูงด้านในเป็นเหมือนกระเบื้องหลากสีที่เปิดให้คนเข้าชม อีกทั้งชั้นบนสุดก็ยังเป็นเหมือนจุดชมวิวดีๆ นี่เอง

Info
The Hakone Open Air Museum
Entrance Fee: ผู้ใหญ่ 1,600 เยน, ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย 1,200 เยน, ระดับมัธยมต้นและประถม 800 เยน
Hours: 09:00-17:00 น.
Holiday: –
Website:www.hakone-oam.or.jp
Bus Stop: Chokoku-no-Mori
Train Station: Chokoku-no-Mori

 

14 Pola Museum of Art

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารแบบกระจกใสรอบทิศทางและมีเส้นทางธรรมชาติ (Nature Trail) เสียงนกป่าหลากสายพันธุ์ ความสวยงามของพรรณไม้ดอกและไม้ยืนต้นที่เปลี่ยนไปในทุกฤดูกาลให้ผู้ที่สนใจเดินอยู่รอบพิพิธภัณฑ์ จึงทำให้แม้จะอยู่ในตัวพิพิธภัณฑ์ก็ยังรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่กลางป่าและเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอยู่ดี

ที่เที่ยวฮาโกเน่ที่สายอาร์ตควรมา Pola Museum of Art

พื้นที่ทั้ง 4 ชั้นของที่นี่ถูกจัดโซนเป็นห้องจัดแสดงงานศิลปะ, คาเฟ่ Tune, ร้านอาหาร Array และร้านขายสินค้าที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นระเบียบ ด้วยความที่มีห้องจัดแสดงงานอยู่หลายห้อง จึงทำให้การเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ชมงานศิลปะหลากหลายรูปแบบในคราวเดียว อย่างตอนที่เราไปมี Impressionism Light and Memory เป็นนิทรรศการหลักซึ่งรวบรวมผลงานของศิลปินระดับโลก Monet, Van Gogh, Matisse และ Picasso ที่เราชอบมากคือสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านขายของที่ระลึกก็จะเปลี่ยนไปตามงานศิลปะที่จัดแสดงด้วย 

Info
Pola Museum of Art
Hours: 09:00-17:00 น.
Holiday: ปิดช่วงเปลี่ยนแปลงนิทรรศการ (เช็คได้ทางเว็บไซต์)
Entrance Fee: ผู้ใหญ่ 1,800 เยน, อายุ 65 ปีขึ้นไป 1,600 เยน, ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย 1,300 เยน, ต่ำกว่าระดับมัธยมต้น 700 เยน
Website: www.polamuseum.or.jp
Bus Stop: Pola Bijutsukan

 

15 Hakone Venetian Glass Museum

สวรรค์ของคนรักเครื่องแก้ว จะพูดแบบนี้ก็คงไม่ผิดอะไร เพราะแทบทุกพื้นที่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เต็มไปด้วยแก้วหลากรูปแบบ ภายในพื้นที่มีหลากหลายโซนให้เลือกชมทั้งพื้นที่จัดแสดงงานแก้วเวนิสจากอิตาลี จุดสำหรับทำเวิร์คช็อป ร้านขายของฝากที่ทำจากแก้วทั้งหมด คาเฟ่ในสวนที่ประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมจากแก้ว แต่ถ้าไปถูกฤดูในสวนก็จะเต็มไปด้วยไฮเดรนเยียบานเคล้างานแก้วสวยงามจนแอบเห็นหลายคนหยิบกล้องมาถ่ายรูปกันสนุกสนานเชียวแหละ แต่เดินระวังกันหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวมือไปโดนแก้วแตกแล้วจะหมดสนุกเอา

พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วเวนิส ที่เที่ยวฮาโกเน่ สำหรับคนชอบงานแก้ว

Info
Hakone Venetian Glass Museum
Hours: 10:00-17:00 น.
Holiday: ไม่แน่นอน โปรดตรวจสอบทางเว็บไซต์
Entrance Fee: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน, อายุ 65 ปีขึ้นไป 1,400 เยน, ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย 1,100 เยน, ต่ำกว่าระดับมัธยมต้น 600 เยน
Website: www.hakone-garasunomori.jp/entrance/english/
Bus Stop: Garasu no Mori Mae (Hakone Glass Nomori)

 

16 The Little Prince Museum

พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย ที่เที่ยวฮาโกเน่ ที่เราว่าแฟนวรรณกรรมไม่ควรพลาดเลย ภายในถูกจำลองให้เป็นเหมือนเมืองในประเทศฝรั่งเศสบ้านเกิดและเล่าเรื่องชีวิตของอองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี (Antoine de Saint-Exupéry) นักบินรบชาวฝรั่งเศสผู้เขียนวรรณกรรมล้ำค่าทิ้งไว้ก่อนที่เขาจะไปออกรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมต้องเป็นประเทศฝรั่งเศส ก็เพราะว่าที่นี่คือสถานที่ที่วรรณกรรมเจ้าชายน้อยสุดคลาสสิกได้เริ่มต้นขึ้น

นอกจากนี้ยังมีโซนคาเฟ่ จำหน่ายอาหารคาวหวานที่แต่ละเมนูได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่องเจ้าชายน้อย อย่างเช่น ข้าวห่อไข่ จากฉากเปิดของเรื่องตอนที่นักบินวาดรูปงูเหลือมกินช้าง แล้วไม่มีผู้ใหญ่คนไหนเข้าใจเลยนอกจากเจ้าชายน้อย เป็นต้น และโซนขายของที่ระลึก ที่บอกเลยว่าใครอดใจให้ไม่ซื้อไหวก็บ้าแล้ว

พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย ที่เที่ยวฮาโกเน่ ที่เราว่าแฟนวรรณกรรมไม่ควรพลาดเลย

Info
Little Prince Museum
Hours: 09:00-18:00 น.
Holiday: วันพุธที่สองของเดือน (ยกเว้นเดือนมีนาคมและสิงหาคม)
Entrance Fee: ผู้ใหญ่ 1,600 เยน, ระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัยและบุคคลอายุ 65 ปีขึ้นไป 1,100 เยน, ต่ำกว่าระดับมัธยมต้น 700 เยน
Website:www.tbs.co.jp/l-prince
Bus Stop: Kawamukai, Hoshino-Ojisama Museum

 

17 Gotemba Premium Outlets

สายช็อปต้องมา Gotemba Premium Outlets (ที่เที่ยวฮาโกเน่)

โกเทมบะเป็นพรีเมียมเอาท์เล็ทแห่งแรกของญี่ปุ่น เป็นศูนย์รวมร้านค้าแบรนด์ดังมากกว่า 200 ร้าน ด้วยความที่มีร้านค้าเยอะมากจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 โซนคือฝั่งตะวันตกและตะวันออก โดยมีหุบเขาคั่นกลางและสะพานเชื่อมให้ไม่รู้สึกแน่นจนเกินไป ถ้าโชคดีก็จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ทำให้เอาท์เล็ทแห่งนี้น่าเดินขึ้นอีกเยอะ

Info
Gotemba Premium Outlets
Hours: (ธ.ค.-ก.พ.) 10:00-19:00 น., (มี.ค.-พ.ย.) 10:00-20:00 น.
Holiday: พฤหัสบดีที่สามของเดือนกุมภาพันธ์
Website: www.premiumoutlets.co.jp/en/
Bus Stop: Gotemba (Hakone Tozan Bus)

 

การเดินทางไป ฮาโกเน่ 

รถไฟ Romancecar :จากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) ให้นั่งรถไฟสายโอดะคิว (Odakyu Line) ขบวน Romancar (ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า) แล่นตรงไปยังสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto) ใช้เวลา 75 นาที 

รถไฟ Rapid Express :จากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) ให้นั่งรถไฟสายโอดะคิว (Odakyu Line) ไปลงที่สถานีโอดาวาระ (Odawara Station) จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งสาย Hakonetozan Line ไปลงที่สถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

รถบัส :จากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) ให้นั่ง Odakyu Hakone Highway Bus ใช้เวลา 2-2:30 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ