15 หุ้นพุ่งแรงรอบปี แอ๊ด-คาราบาว แชมป์มั่งคั่ง

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 08.06 น.

เปิด 15 หุ้นปรับเพิ่มสูงสุดในรอบปี คาราบาว-กัลฟ์-บี.กริม เพาเวอร์-โอสถสภา พุ่ง 70-175%  “แอ๊ด คาราบาว/ภรรยา แชมป์รวยหุ้น 8.1 พันล้านบาท ตระกูลแก้วบุตตา มั่งคั่งจากหุ้น SAWAD กว่า  2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 55%

ดัชนีหุ้นไทยปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว 2.92% (ปิดล่าสุด 14 พ.ย. 62 ที่ 1609.47 จุด) ขณะที่ดัชนี SET 50 (กลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด 50 อันดับแรก) ปิดที่ 1085.44 จุด เพิ่มขึ้น 3.88% โดยหุ้นในกลุ่ม SET 50 ในรอบปีนี้ ( 28 ธ.ค. 61 - 14 พ.ย. 62 )  มีจำนวน 29 หุ้นที่ปรับเพิ่ม และ 21 หุ้นปรับติดลบ

จากการสำรวจของ“ฐานเศรษฐกิจ” 15 หุ้นที่ปรับเพิ่มสูงสุดได้แก่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) (บมจ.) (CBG) เพิ่มขึ้นสูงสุด  175%, บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์(GULF) เพิ่ม 106% ,บมจ.บีกริม เพาเวอร์(BGRIM) เพิ่ม 94% ,บมจ.โอสถสภา(OSP) เพิ่ม 71% บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่(GPSC) เพิ่ม 63%, บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น(SAWAD) เพิ่ม 55% , บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์(BTS) 46%

 

 

บมจ.ราช กรุ๊ป(RATCH) เพิ่ม 44 %, บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(DTAC) เพิ่ม 44% ,บมจ.ผลิตไฟฟ้า(EGCO) เพิ่ม 42%, บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์(INTUCH) เพิ่ม 38%, บมจ. บัตรกรุงไทย(KTC) เพิ่ม 36%, บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(ADVANC) เพิ่ม 35%, ทีโอเอ เพ้นท์(ประเทศไทย) (TOA ) เพิ่ม 28% และบมจ.ท่าอากาศยานไทย(AOT) เพิ่ม 25%

ทั้งนี้หุ้นที่ปรับเพิ่ม ด้านผลประกอบการเองก็เติบโตแข็งแกร่ง CBG มีกำไรไตรมาส 3/2562 สูงถึง 732 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว 187% ทำให้ผลกำไรจากการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 1,704 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 646 ล้านบาท หรือโต 164% , SAWAD กำไรสุทธิไตรมาส 3/ 2562 อยู่ที่ 947 ล้านบาท เพิ่มขึ้น YoY 24% และเทียบ QoQ เพิ่ม 8% โดยสินเชื่อ YoY ขยายตัวสูงเพิ่ม 24% ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต 25% (YoY) ส่วนงวด 9 เดือนปีนี้ มีกำไรสุทธิ 2,664 ล้านบาท YoY เพิ่ม 37%

TOA ไตรมาส 3/2562 กำไรสุทธิ 542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น YoY 35.5% และงวด 9 เดือนกำไร 1,654 ล้านบาท เพิ่ม YoY ที่ 19.25% นอกจากหุ้นใน SET 50 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ยังมี 4 หุ้นคือ BGRIM, GPSC, OSP และ SAWAD ที่ถูกเข้าไปอยู่ในดัชนีคำนวณของ MSCI Thailand ใ

การที่หุ้นที่ปรับขึ้นแรงในหลายๆ ตัว ยังเป็นการสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อาทิบมจ.คาราบาว หรือ CBG  โดย 3 ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท คือ ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ มีมูลค่าหุ้นที่ถือปัจจุบัน 17,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,287 ล้านบาทจากสิ้นปีที่แล้วหรือรวยหุ้นเพิ่ม 175%  ส่วนนายยืนยง(แอ๊ด คาราบาว) และภรรยา“ลินจง โอภากุล” ถือรวมกัน 9.66% มูลค่ารวม 8,165 ล้านบาท มั่งคั่งเพิ่มจากสิ้นปีที่แล้ว 5,194 ล้านบาท และเสถียร เศรษฐสิทธิ์  ถือหุ้น 4.85% มูลค่าหุ้นรวม 4,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนถึง 2,605 ล้านบาท

หุ้น GULF นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ถือหุ้นใหญ่ 35.44% มูลค่าหุ้นที่ถือ 127,008 ล้านบาท ช่วงไม่ถึงปีดีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 65,391 ล้านบาท เพิ่มจากสิ้นปีที่แล้วกว่าเท่าตัว, นายฮาราลด์ ลิงค์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ BGRIM สัดส่วน 24.30% รวยเพิ่มจากสิ้นปีที่แล้ว 15,833 ล้านบาทหรือเพิ่ม 94% ด้วยมูลค่าหุ้นที่ถือปัจจุบัน 32,620 ล้านบาท ตระกูล“โอสถานุเคราะห์” มั่งคั่งเพิ่มขึ้น 71% จากหุ้นที่ถือใน OSP โดยนายนิติ โอสถานุเคราะห์ ถือหุ้น 16.28% มีมูลค่าปัจจุบัน 20,538 ล้านบาท เพิ่มจากสิ้นปีที่แล้ว 8,557 ล้านบาท ยังไม่รวม“โอสถานุเคราะห์” รายอื่นๆ

 

คีรี กาญจนพาสน์ ถือหุ้นใหญ่ BTS 24.68% ในรอบปีนี้รวยหุ้นเพิ่ม 46% โดยมูลค่าที่ถือจาก 29,598 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 2561 ปีนี้เพิ่มเป็น 43,079 ล้านบาท, SAWAD ตระกูล“แก้วบุตตา” (ธิดา, ดวงใจ, จริยา แก้วบุตตา) ถือหุ้นรวมกัน 33.35% มูลค่ารวม 27,954 ล้านบาท โตมั่งคั่งจากสิ้นปีที่แล้ว 55% เช่นเดียวกับตระกูล ตั้งคารวคุณ (ประจักษ์, ละออ, ณัฏฐวุฒิ,วนรัชต์,จตุภัทร์ และ บุศทรี) ถือหุ้นรวมกัน 45% มูลค่ารวม 38,576 ล้านบาท โตเพิ่ม 28% จากสิ้นปี 2561 ที่มีมูลค่า 30,131 ล้านบาท เป็นต้น(ตารางประกอบ)

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทิสโก้ มองทิศทางตลาดหุ้นไทยช่วงที่เหลือของปีนี้จะปรับขึ้นได้ไม่มาก ดันดัชนีหุ้นสิ้นปีคาดจะปรับขึ้นไม่เกิน 1700 จุด ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยปีหน้าจะดีขึ้นกว่าปีนี้ สัญญาณที่บ่งบอกคือความชัดเจนทั้งปัจจัยการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน เบร็กซิท เศรษฐกิจโลกคาดจะโต 3% 

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการดำเนินนโยบายการเงินดอกเบี้ยต่ำของธนาคารกลางหลายประเทศ และการกลับมาใช้ QE โดยเฉพาะยุโรปและญี่ปุ่นที่ดอกเบี้ยติดลบ ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายไทยปรับลงสู่จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1.25% แล้ว โอกาสที่จะลดต่ำกว่าระดับนี้เป็นเรื่องยาก แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มเห็นผล เงินบาทอ่อนค่า และกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ฟื้นตัว ทุนต่างชาติหรือฟันด์โฟว์ลมีโอกาสจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยปีหน้าแสนล้านบาท โดยจะเห็นการโยกเงินจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนดี รวมถึงจากตลาดตราสารหนี้มายังตลาดหุ้นไทยปีหน้ามากขึ้น

 

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,523 วันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ