10 ไอพีโอ ระดมทุนสูงสุด AWC ผงาด set50

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 15 ก.ย 2562 เวลา 08.16 น.

เปิดท็อปเทนหุ้นไอพีโอระดมทุนสูงสุด กลุ่มพลังงานยังนำตลาด“บล.เอเซีย พลัสฯ” ชี้ธุรกิจอสังหาฯแข่งขันสูง แม้กลุ่ม“เจริญ” ได้เปรียบฐานทุนแกร่งหลังเข้าตลาดฯ แต่เชื่อไม่มีผลผูกขาดธุรกิจ จับตา AWC ขึ้นผงาด SET50 และ SET100 แนะจับจังหวะช้อนซื้อหุ้นอสังหาฯพื้นฐานแกร่ง

ถือเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เมื่อบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด(มหาชน) (AWC) (บมจ.) บริษัทของตระกูล“สิริวัฒนภักดี” หรือ“กลุ่มช้าง” ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป) ณ ราคาไอพีโอกว่า 192,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดซื้อขายวันแรกในต้นเดือนตุลาคม 2562 โดยการเสนอขายไอพีโอครั้งนี้ AWC จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 6,957,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) หุ้นละ 1 บาท ราคาเสนอขายหุ้นละ 6.00 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 48,000 ล้านบาท และอาจพิจารณาจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายต่อผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน(Over-Allotment Agent) ทั้งหมดเต็มจำนวน 1,043,000,000 หุ้น โดยการยืมหุ้นจากนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และธุรกรรมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน อาจทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ลดสัดส่วนตํ่าลงกว่า 75% และจะเพิ่มขึ้นจนถึงหรือมากกว่า 75% เมื่อมีการคืนหุ้นให้แก่นายเจริญ สิริวัฒนภักดี

 

ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า บจ.ที่ออกไอพีโอระดมทุนสูงสุด ทอปเทนยังเป็นหุ้นกลุ่มพลังงานมีถึง 7 บริษัท(ตารางประกอบ) โดย 5 อันดับที่ระดมทุนสูงสุดรองจาก AWC ได้แก่ บมจ.ไทยออยล์(TOP) วงเงินระดมทุน 32,966.40 ล้านบาท มูลค่ามาร์เก็ตแคปล่าสุด(วันที่ 12 กันยายน 2562) 142,801.95 ล้านบาท , TPPAR (ควบรวมเป็น บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอลหรือ PTTGC) มูลค่าระดมทุน 27,194.40 ล้านบาท มาร์เก็ตแคป 244,605 ล้านบาท บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์(GULF) มูลค่าระดมทุน 23,998.50 ล้านบาท มาร์เก็ตแคป 313,595 ล้านบาท บมจ. ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์(TPIPP) มูลค่าระดมทุน 17,500.00 ล้านบาท มาร์เก็ตแคป 44,100 ล้านบาท และบมจ.ท่าอากาศยานไทย(AOT ) มูลค่าระดมทุน 17,489 ล้านบาท แต่มีมูลค่ามาร์เก็ตแคปสูงถึง 1,042,856 ล้านบาท

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า แม้ AWC จะมีความได้เปรียบจากศักยภาพการแข่งขันหลังการระดมทุน แต่จะไม่ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้ผูกขาดกับตระกูลสิริวัฒนภักดี เพราะธุรกิจรูปแบบนี้(อสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจโรงแรม, การบริการ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย) มีการแข่งขันที่สูง อย่างไรก็ตาม มูลค่ากิจการของ AWC ที่มีขนาดใหญ่ถึง 192,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 20 ของหุ้นทั้งหมดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีสัดส่วนสูงถึง 1.1% ของมูลค่าตลาดรวมของหุ้นทั้งหมดในดัชนีหุ้นไทย ทำให้ผ่านตามเงื่อนไขพิเศษของตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้สามารถเข้าคำนวณทั้งในดัชนี SET50 และ SET100 ซึ่งจะมีผลคำนวณดัชนี ณ สิ้นวันที่หลักทรัพย์เริ่มซื้อขายเป็นวันแรก และทางตลาดฯ จะประกาศให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าเป็นการทั่วไป

ทั้งนี้การที่ AWS ถูกคัดเข้าทั้ง 2 ดัชนี คาดจะได้เม็ดเงินปรับพอร์ตของกองทุนประเภทกองทุนดัชนี(Index Fund) เข้ามาหนุนราคาหลังจากเข้าซื้อขายในตลาดอีกแรง ทำให้ Index Fund ได้รับความสนใจมากขึ้น ส่งผลดีต่อหุ้น AWC ที่ได้เข้าคำนวณในดัชนี SET50, SET100 ระหว่างรอบคำนวณ รวมถึงช่วงที่กองทุนมีการปรับสัดส่วนพอร์ตหุ้นทั้งใน Passive Fund และกลุ่มหุ้นอสังหาฯ แต่ต้องมีหุ้นบางบริษัทถูกคัดออกจากดัชนี SET50 และ SET100 แทน AWC คือ หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดเล็กที่สุดในแต่ละดัชนี ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการคัดหุ้นออกจากดัชนีจะใช้มาร์เก็ตแคปในช่วงวันไหน

“ปกติแล้วหุ้นที่ถูกคัดออกจากดัชนี ในช่วง 1 เดือนก่อนบังคับใช้ราคาจะลดลง 2-3% นอกจากนี้ด้วยขนาดของ AWC ที่ใหญ่กว่าหุ้นที่เล็กสุดใน SET50 มาก จึงน่าจะกินส่วนแบ่งเงินลงทุนของหุ้นใน SET50 อื่นๆ อีก ขณะที่ภาพรวม EPS ปี 2562 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ มีโอกาสลดลง เนื่องจากมาร์เก็ตแคปของตลาดเมื่อรวม AWC เข้ามา จะใหญ่ขึ้นมาก เทียบกับกำไรที่ยังไม่ถูกรับรู้จากความคาดหวังการเติบโตที่เกิดขึ้นในอนาคต”

นอกจากนี้ หุ้น AWC มีขนาดใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รองจากบมจ.เซ็นทรัลพัฒนา(CPN) เท่านั้น และมีสัดส่วนสูงถึง 18% ของ กลุ่มฯ ทำให้อาจเห็นการแบ่งเงินลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาฯ บางส่วนออกไปลงทุนใน AWC แทนในช่วงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ในระยะสั้น แต่ด้วยมูลค่าที่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน จึงถือเป็นจังหวะเข้าสะสมหุ้นอสังหาฯ พื้นฐานแกร่ง ราคาถูก เพื่อลงทุนในระยะกลางถึงยาว

 

หน้า 17 หนังสือพิมพฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3505 วันที่ 15-18 กันยายน 2562

 

ดูข่าวต้นฉบับ