10 แข้งราชาไร้บัลลังค์ ผลงานปังแต่ไม่เคยเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก

ขอบสนาม อัพเดต 15 ก.พ. 2561 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 05.49 น.
10 แข้งราชาไร้บัลลังค์ ผลงานปังแต่ไม่เคยเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขึ้นชื่อว่าเป็นลีกที่ดีที่สุดในโลก สนุก, ตื่นเต้น, เร้าใจ โดยมีบรรดาผู้เล่นชั้นนำระดับท็อป ผ่านสังเวียนฟลอร์หญ้าแห่งลีกแดน "ผู้ดี" มามากมาย แต่ต่อให้จะโชว์ฟอร์มดีขนาดไหน ก็จะมีนักเตะบางกลุ่ม ที่ขึ้นหิ้งเป็นตำนาน แต่กลับไม่เคยสัมผัสแชมป์ลีกสักครั้ง

ฉะนั้นขอบสนาม ท็อปเทน จะพาไปดู 10 นักเตะ ที่เป็นราชาไร้บัลลังก์ ผลงานปังแต่ไม่เคยเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก

  • ชาบี อลอนโซ่

ชาบี อลอนโซ่ มิดฟิลด์มาดคุณชาย หนึ่งในนักเตะที่สาวก "เดอะ ค็อป" รักมากที่สุดคนหนึ่ง สไตล์การเล่นไม่ใช่มีเทคนิคหวือหวา หรือ เลี้ยงกินตัวหลบคู่แข่ง แต่ฉายาที่แฟนบอลยกย่องให้ "พาส มาสเตอร์" หรือแปลง่ายๆว่า "เจ้าพ่อแห่งการจ่ายบอล"

จะวางบอลสั้น, เปิดบอลยาว หรือ จ่ายตามช่อง เสมือนเอามือไปจับวาง ผลงานของเขากับ ลิเวอร์พูล คือเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่กับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้แค่เฉียดเท่านั้นกับตำแหน่งรองแชมป์เมื่อปี 2009

ในวันที่ อลอนโซ่ เดินออกจากรังแอนฟิลด์ ย้ายไปประสบความสำเร็จมากมายก่ายกอง กับ เรอัล มาดริด สาวก "เดอะ ค็อป" ยังอาลัยอาวรณ์อยากได้กลับมาอยู่เสมอ

  • ซามี่ ฮูเปีย

ต้องบอกเลยว่า นักเตะ ลิเวอร์พูล เยอะหน่อย ไม่ได้จะเหยียดหยาม หรือ ตอกย้ำแต่อย่างใด ความจริงก็คือความจริง เพราะ 30 ปีมาแล้วที่เขายังไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งคนต่อมาขอเลือก ซามี่ ฮูเปียตำนานกองหลังภูผาน้ำแข็งของ "หงส์แดง"

ซามี่ ฮูเปียร์ เข้ามาทำให้กองหลัง "หงส์แดง" แน่นขึ้น เริ่มจากการจับคู่กับ สเตฟาน อองโชซ์ ซึ่งอาจจะไม่ได้ถึงขั้นระดับโลก แต่ก็ดีพอคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ซีซั่น 2000-01

ขณะที่ยุคจับคู่เซ็นเตอร์แบ็กกับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ก็เป็นเจ้ายุโรปสมัย 5 เมื่อปี 2005 ที่อิสตันบูล แต่ทว่าแชมป์มากมายก่ายกองที่ทำได้กับทีม “หงส์แดง” ​โทรฟี่ที่อดีตปราการหลังทีมชาติฟินแลนด์ คว้ามานั้นกลับ ไม่มี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อยู่เลย

  • ดาวิด ชิโนล่า

ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะ "อัจฉริยะ" ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ดาวิด ชิโนล่า คือหนึ่งในนั้น ถึงแม้ว่าชีวิตค้าแข้งของเขา จะกลายเป็นอาชญากรแห่งวงการฟุตบอลฝรั่งเศส หลังเปนแพะรับบาป ทำ "ตราไก่" ไม่ได้ไป ฟุตบอลโลก 1994 แต่ชีวิตในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับรุ่งโรจน์มากๆ

เพราะเขาเลือกย้ายออกจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เนื่องด้วยความเกลียดชัง มาอยู่กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในปี 1995 ผลงานอันโดดเด่นทั้งยิง ทั้งจ่าย จะพาทัพ "สาลิกาดง" ซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก อยู่แล้ว แต่กลับโดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แซงไปหน้าตาเฉย ทั้งที่เคยนำ 12 แต้ม

จากนั้นประมาน 2 ซีซั่น ดาวิด ชิโนล่า ก็ย้ายไปอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ฟอร์มไม่เคยตกลงไปเลย เป็นแข็งยอดเยี่ยมแห่งปีของ พีเอฟเอ ทั้งๆที่ ไก่เดือยทอง เคยจบครึ่งล่างของตาราง และ โทรฟี่ที่ดีที่สุดของเขากับทีมคือ ลีก คัพ และไม่ได้เฉียดใกล้กับตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อีกเลย

  • หลุยส์ ซัวเรซ

ลิเวอร์พูล ไม่เคยขาดกองหน้าชั้นดี .. นั่นคือประโยคที่นิยามให้กับ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงชาวอุรุกวัย ซึ่งต้องเข้ามารับภาระทีมแบบงงๆ เนื่องด้วยการย้ายมาของเขา สวนทางกับการย้ายไปของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ซึ่งเลือกออกไปหาแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์กับ เชลซี

"คิงหลุยส์" คือ "เดอะ แบก" ของแท้สำหรับ ลิเวอร์พูล ในช่วงบั้นปลายของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็มี ซัวเรซ นี่แหละครับ ที่เหมือนเป็นทุกอย่างให้กับทีม ยิงประตูแล้ว ยิงประตูเล่า จนทำให้ "หงส์แดง" มีโอกาสเข้าป้ายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาล 2013-14

แต่สุดท้ายได้แค่เฉียด และ เขาถึงขั้นเสียน้ำตา ในเกมรองสุดท้าย ที่ขึ้นนำ คริสตัล พาเลซ 3-0 แต่กลับโดนตีเสมอ 3-3 โดยปีนั้น ซัวเรซ กวาดมาครองแม่งทุกรางวัล ไล่ตั้งแต่นักเตะยอดเยี่ยมพีเอฟเอ , สมาคมผู้สื่อข่าว รวมทั้ง ดาวซัลโว แต่อนิจจัง แชมป์ พรีเมียร์ ลีก มันไม่มีอยู่ในโผรางวัลของเขาในปีนั้น

  • แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์

ตำนาน "วัน แมน คลับ" ยุคสมัยนี้คงหาไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเป็นยุคก่อน หนึ่งในนักเตะที่มีความจงรักภักดีต้องมีชื่อ แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ อดีตหัวหอก เซาธ์แฮมป์ตัน ติดอยู่ในข่ายแน่นอน เขาเป็นเด็กฝึกของสโมสร และ ก้าวขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 1986 จนถึงปี 2002

 ตลอด 16 ปี แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ ซัลโวให้กับ "นักบุญแดนใต้" ไปถึง 209 ประตู จากการลงสนาม 540 นัด ด้วยฝีเท้าของตำนานรายนี้ สามารถย้ายไปค้าแข้งให้กับทีมไหนก็ได้ในโลก หรือ จะเลือกไปคว้าแชมป์ก็ได้ แต่เขาไม่ทำแบบนั้น ยอมเป็นพระเจ้านักบุญ ที่เล่นฟุตบอลเพื่อความสุข

แม้จะต้องได้รับฉายา "อัจฉริยะลูกหนังจอมอาภัพ" ก็ตาม เพราะ “เลอ ก็อด” ไม่เคยได้สักแชมป์เดียวในชีวิตกับ เซาธ์แฮมป์ตัน และแน่นอน ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ไม่เคยเฉียดใกล้เข้ามาในโปรไฟล์ของเขา 

  • แกเร็ธ เบล

จากตัวซวย ลงสนามเมื่อไหร่ก็แพ้ แต่ใครจะเชื่อล่ะครับว่า แกเร็ธ เบล จะถูกปลุกปั้นจากนักเตะแบ็กซ้าย ให้กลายเป็นมาปีกแนวรุกระดับโลก เมื่อครั้งมาอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในยุคของ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ โชว์ฟอร์มโคตรโหดกระโดดยิงให้ "ไก่เดือยทอง" บินผงาดฟ้า

เบล โชว์ฟอร์มจนคว้านักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่น 2012-13 กดไป 21 ประตู และ ช็อตที่วิ่งแซงเผาเครื่อง ไมค่อน อดีตแบ็กขวา ที่ว่ากันว่าดีที่สุดในโลก ของ อินเตอร์ มิลาน จนเสียสุนัข ยังคงถูกกล่าวขานถึงทุกวันนี้ แต่กระนั้น "สเปอร์ส" ก็ยากเหลือเกินที่จะคว้าแชมป์ใดๆมาครอง

ทำให้ "วานรเทพ" ต้องเลือกย้ายออกจากทีม และ ไปหาความท้าทายกับ เรอัล มาดริด ก่อนจะประสบความสำเร็จล้นหลาม กับทีม “ราชันชุดขาว” 

  • เฟร์นานโด ตอร์เรส

หลังจากหมดยุค ไมเคิ่ล โอเว่น .. ลิเวอร์พูล ก็พยายามหากองหน้าตัวท็อปมาล่าตาข่ายให้ได้ ทั้ง มิลาน บารอส หรือ ฌิบริล ซิสเซ่ ก็ไม่สม่ำเสมอ กระทั่งมาถึง เฟร์นานโด ตอร์เรส ซึ่งสร้างชื่อกระฉ่อนไปทั่วกับ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งเพียงลงสนามแค่นัดแรก ก็ได้ใจแฟนบอล เครื่องจักรสีแดง ไปแล้ว เพราะเปิดซิงประตูได้ทันทีใส่เชลซี ที่หลายคนคงยังจำได้ 

ช่วงที่ "เอล นินโญ่" พีคๆ ไร้อาการบาดเจ็บ หากองหลังมาจับตัวเขายากเหลือเกิน เรียกว่ายิงได้ทุกรูปแบบและคมกริบ ในวันที่ย้ายจาก "ตราหมี" มาอยู่กับ "หงส์แดง" นั้น ตอร์เรส ต้องการประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์มาครองให้ได้ แต่กระนั้น ลิเวอร์พูล ไม่สามารถตอบโจทย์ได้เลย สักแชมป์ก็ไม่มี ดีสุดก็คว้ารองแชมป์ แถมไม่รู้จักต่อยอดให้ทีมไปถึงฝั่งฝัน ทำให้เขาจึงต้องยอมหักกับเหล่า เดอะ ค็อป เลือกย้ายไปอยู่กับ เชลซี แทน 

แต่การไปอยู่กับ เชลซี แม้ว่าจะทำให้เขาคว้าแชมป์หลายรายการ แต่กับ พรีเมียร์ ลีก มันก็ยังเป็นเส้นขนานกับชีวิตเขาอยู่ดี ที่น่าเศร้ากว่านั้นก็คือ ตลอดอาชีพของ “เอล นินโญ่” แม้ว่าจะคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย แต่กลับไม่เคยได้แชมป์ลีกแต่ละประเทศเลยแม้แต่ครั้งเดียว

  • มาร์กแซล เดอไซญี่

มาร์กแซล เดอไซญี่ ตำนานกองหลังทีมชาติฝรั่งเศส หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งกับ โอลิมปิก มาร์กเซย และ เอซี มิลาน ในการผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เจ้าตัวก็ย้ายมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ เชลซี หลังจากซิวโทรฟี่ ฟุตบอลโลก 1998

ก็เรียกว่าประสบความสำเร็จ ในสีเสื้อ "สิงโตน้ำเงินคราม" เพราะมีแชมป์ เอฟเอ คัพ กับ ยูฟ่า คัพ มาตั้งบนตู้เกียรติยศของสโมสร ตามโจทย์บอร์ดบริหารที่อยากจะประสบความสำเร็จ แต่ทว่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นเส้นขนานสำหรับเขา

สุดท้ายต้องย้ายออกจากทีม ช่วงที่ โรมัน อับราโมวิช เข้ามาเทคโอเวอร์ส เชลซี ซึ่งจริง ๆ หากว่าได้อยู่ต่ออีกสักสองสามปี เดอไซญี่ ก็คงจะมีแชมป์พรีเมียร์ ลีก ติดตัวไปแล้ว

  • จานฟรังโก้ โซล่า

ในช่วง เชลซี ยุคสมัยปลาย 90 พวกเขาไม่ได้มีสถานะลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แบบอย่างในปัจจุบัน เพราะยุคนั้นต้องยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล ครองเมืองจริงๆ อีกทั้งยังมีพวก ลิเวอร์พูล หรือ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ขึ้นมาต่อกรได้อย่างสูสีด้วย

แต่กระนั้นใช่ว่า เชลซี จะเป็นทีมระดับกลางตาราง เพราะได้ไปเล่นลีกยุโรปอยู่ตลอด และ คนที่เป็นตัวชูโรงของทีมคือ จานฟรังโก้ โซล่า ผู้ที่นึกภาพแล้วหลับตาได้เลยว่า นี่คือแข้ง "คลาสสิค" แห่งวงการลูกหนังของแท้ เล่นฉลาดและสวยงาม น่าเสียดายที่ชีวิตของของเขาไม่เคยสัมผัสแชมป์ พรีเมียร์ลีก ตลอด 7 ซีซั่น

แต่ถ้าเป็นฟุตบอลถ้วย เรียกว่านำแชมป์มาประดับที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไว้เพียบ ซึ่งเขาเป็นอีกคนที่หากว่าอยู่กับ เชลซี ต่ออีกสักสองสามปี ก็น่าจะได้ชื่อว่าเป็นแข้งดีกรีแชมป์ พรีเมียร์ ลีก กับ เชลซี ไปแล้ว

  • สตีเว่น เจอร์ราร์ด

สำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" นี่คือตำนานที่ยกขึ้นหิ้งของสโมสร ลิเวอร์พูล กัปตันผู้เป็น "เดอะ แบก" ของทัพ "หงส์แดง" ค่ำคืนวันแห่งอิสตันบูล ยังคงตราตรึงในหัวใจ จากการพลิกนรกเอาชนะจุดโทษต่อ เอซี มิลาน คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 5 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

แต่ตลอด 17 ปี ในถิ่นแอนฟิลด์ "สตีวี่ จี" วิ่งไล่ตามหาแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาโดยตลอด แต่กลับกลายเป็นว่ามีสถานะแค่ "เฉียด" คว้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 เท่านั้น สวมรับบทพระรองอยู่ตลอด และ เหตุการณ์ที่ตัวของ เจอร์ราร์ด ยอมรับเองว่าก็ไม่มีวันลืม นั่นคือช็อต "ลื่นบันลือโลก" นัดแพ้ เชลซี 0-2

และ ทำให้แชมป์ลีกของ เจอร์ราร์ด หลุดลอยไป และกลายเป็น ตราบาปของเขาจนถึงวันนี้ แต่นักเตะคนนี้ก็สร้างสิ่งดีๆ พร้อมกับผลงานอันน่าจดจำให้กับแฟนหงส์ทุกคนโดยไม่ต้องได้ชูถ้วยแชมป์ลีก