10 เกม RPG ที่คุณควรเล่นถ้าชอบ The Witcher 3

GameFever TH อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. เวลา 17.33 น. • GameFever.co

The Witcher 3: Wild Hunt ในช่วงแรกที่เปิดตัวก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดี และหลังจากที่มีการนำไปสร้างเป็นซีรี่ส์ในฉบับของ Netflix ทำให้มีผู้เล่นเก่าและผู้เล่นใหม่ได้กลับเข้าไปเล่นกัน จึงมีกระแสคนเล่นเกมนี้เยอะมากๆ อีกครั้งหนึ่ง แต่ในวันนี้ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนที่เล่น The Witcher 3: Wild Hunt จบแล้ว และอาจยังมีอารมณ์ค้างคาอยากหาเกมแนวนี้เล่นอีก ผมจึงได้นำ 10 เกมแนว RPG ที่ควรไปเล่นกันถ้าชอบเกมนี้ครับจะมีเกมไหนที่โดนใจผู้อ่านบ้างมาดูกัน

1.Assassin's Creed: Odyssey

Assassin's Creed: Origins เป็นเกมแรกของซีรี่ย์ที่เปลี่ยนแปลงระบบเต็มรูปแบบในเรื่องขององค์ประกอบแนว RPG ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่…Assassin's Creed:Odyssey ภาคนี้ได้นำข้อผิดพลาดมาพัฒนาและนิยามสิ่งต่างๆ ที่เคยมีในเกมใหม่แทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการเล่าเรื่อง รายละเอียดที่ลงลึกของภารกิจหลัก-ย่อย หรือบทสนทนาที่ดูมีชีวิตชีวา สถานที่ในเกมก็ดูแปลกใหม่ คือ อียิปต์พื้นที่ทรายกว้างขวางสีเหลืองอร่ามและผสมผสานกับโอดิสซีย์ของกรีซ ทำให้ตัวเกมดูน่าเล่นและน่าสำรวจ จึงขอแนะนำเกมนี้ให้เป็น 1 ใน 10 เกมที่ควรเล่นถ้าคุณชอบเกมThe Witcher 3.

2.Final Fantasy XV

สำหรับเกมตระกูล Final Fantasy แต่ละภาคจะมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเอง โดยผมจะขอแนะนำเกม Final Fantasy XV หรือภาค 15 ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องกลับไปเล่นภาค14 หรือภาคอื่นๆ ก่อนหน้าเลย ในภาค XV นี้ตัวเกมจะเน้นการต่อสู้แบบแอคชั่นเรียลไทมและใส่ความเป็น Open World เต็มรูปแบบ พูดแบบเข้าใจง่ายเลยว่า Final Fantasy เหมือนเกม The Witcher 3 เพียงแค่เปลี่ยน Geralt ตัวเอกของเกมให้กลายเป็นเด็กวัยรุ่น 4 คนที่มีจิตใจอันเร่าร้อน เปลี่ยนม้า Roach เป็นนกสีเหลืองและรถยนต์สุดเท่ ทั้งยังมีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่อลังการสุดๆ บอกเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังถ้าได้เล่นเกมนี้

3.NieR: Automata

NieR: Automata เกมแอ็คชั้น RPG จากค่ายคุณภาพ Square Enix  เนื้อเรื่องจะกล่างถึงโลกอนาคตเข้าสู่ยุดมืคหม่นที่มนุษย์ต้องอาศํยอยู่ในอวกาศ และโลกถูกปกครองด้วยหุ่นยนต์ ตัวเกมถูกพัฒนาโดยค่าย PlatinumGames และกำกับโดยYoko Taro ของ Drakengard Automata ถึงแม้ว่าระบบการสนทนาหรือโลกจะไม่ได้กว้างและระเอียดเท่าเกมอื่นๆ ในตลาด แต่เกมนี้มีอะไรมากว่าที่คุณคิดเช่น การแสวงหาภารกิจที่มีความลึกล้ำและแฝงปรัชญาสุดลึกซึ้ง!

4.Horizon Zero Dawn

Horizon Zero Dawn เป็นอีกหนึ่งเกมแนวเดียวกับเกมหัวข้อที่ผ่านมา ซึ่งเล่าถึงตัวเอกหญิงในยุคอนาคตที่มืดหม่น โดยในเกมนี้เหตุการณ์จะต้องกันข้ามกันไปเลย คือมนุษย์จะยังอยู่บนโลก แต่เทคโนโลยีล้วนแต่หายสาบสูญไปและผู้คนแบ่งเผ่าแบ่งชนั้นกระจัดกระจายกันได้ทั่วสารทิศ โดยผู้ที่กุมอำนาจและเทคโนโลยียังคงเป็นเหล่าหุ่นยนต์อีกเช่นเคย ตัวเกมจะมีองค์ประกอบของความเป็น RPG แต่จะหนักเน้นไปในทางของเนื้อเรื่องและมีบทสนทนาที่ลึกซึ้งพอๆ กับ The Witcher 3 เลยทีเดียวครับ

5.The Legend Of Zelda: Breath Of The Wild

ในตอนนี้เกม The Witcher 3 ได้เปิดตัวให้ผู้เล่นสามารถเล่นผ่านเครื่อง Nintendo Switch กันได้แล้ว ในข้อนี้จะขอแนะนำเกม The Legend Of Zelda: Breath Of The Wild ถึงแม้เกมจะไม่ได้เป็น RPG เต็มตัวจะหนักไปในทาง Adverture ออกแนวผจญภัยมากกว่าเพราะตัวเกมไม่ได้มีเรื่องราวที่ซับซ้อนหรือมีเนื้อเรื่องที่ลึกลับซับซ้อนมากนัก แต่เนื่องจากระบบอาวุธและเควสที่มีมากมาย ทั้งวิธีการสำรวจที่ทำให้ผู้เล่นและนักวิจารณ์หลายๆ ท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกเหมือนเล่นเกม The Witcher 3 ฉบับภาพสดใสที่ลดความดาร์กลงมาเลย. 

6.The Elder Scrolls V: Skyrim

เกม Skyrim เปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 และได้ถูกวางจำหน่ายลงให้กับทุกแพลตฟอร์มตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งทำให้ตัวเกมได้รับความนิยมกันอย่างคว้างขวาง ที่สำคัญปัจจุบันก็ยังมีผู้เล่นมากมายที่เล่นเกมนี้อยู่ ถึงแม้ว่าเกมนี้จะมีปัญหาในเรื่องของกราฟฟิคที่ไม่ได้ทันสมัยและเก่าล้าสมัย แต่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนยังคงกล้ารับประกันว่า Skyrim ยังคงเป็นเกมที่สนุกกับโลก Open World ที่ยอดเยี่ยม ถึงแม้ระบบเควสหรือการต่อสู้อาจจะไม่ได้หวือหวาเท่า The Witcher 3 แต่เกม Skyrim นี้ถือว่าเป็นเกมที่ประสบความสำเร็จอีกเกมหนึ่งในยุคที่มันเปิดตัวเลยก็ว่าได้ครับ.

7.Dragon Age: Inquisition

อีกหนึ่งสุดยอดเกม RPG ที่หลังจากผู้พัฒนาได้สร้างเกมซีรี่ส์นี้ คือภาค 2 ออกมาสิ่งที่ได้รับกลับเป็นกระแสด้านลบจากแฟนๆ และนักวิจารณ์ แต่ใครจะคิดครับว่าผู้พัฒนายังไม่ยอมแพ้พวกเขาได้นำข้อเสียทั้งหมดมาปรับปรุงและพัฒนาให้มันดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ เกมนี้ขอแนะนำเลยครับว่า คุณจะไม่ผิดหวังในเรื่องของเนื้อหาเพราะมีเยอะมาก จะไม่ผิดหวังในเรื่องของแผนที่เพราะใหญ๋อลังการมาก และไม่ผิดหวังในเรื่องของลูกเล่นต่างๆ ในเกมพูดได้คำเดียวว่า กลิ่นอายของความเป็น RPG ชัดเจนมาก!

8.Kingdoms Of Amalur: Reckoning

เกมนี้จะค่อนข้างเก่ากว่าเกมอื่นๆ ในบรรดาเกมทั้งหมดที่ยกมา เกม Kingdoms Of Amalur: Reckoning นี้ออกมาในช่วงที่เครื่อง PS3 และ Xbox 360 เพิ่งออกมาได้ใหม่ๆ แต่เกมมีความทะเยอทะยานมากถ้ากลับไปเล่นในตอนนี้ ถือได้ว่ายังไม่ได้เก่าหรือดูล้าสมัยมากเท่าไหร่นัก ซึ่งไอความทะเยอะทะยานนั่นแหละครับทำให้หลายๆ คนในยุคนั้นจึงหลงใหลในเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่รวดเร็วฉับไวจนอาจจะดูเหมือนเกมแนว Hack / Slash แต่เมื่อลองไปสัมผัสจริงๆ จะรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของเกม RPG ลอยมาแน่นอน.

9.Ni No Kuni II: Revenant Kingdom

ผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมแนวแอคชั่นโลกเปิดอย่าง The Witcher 3 แต่ไม่อยากได้ความดาร์กโทนมืดของเกม อยากได้เป็นความน่ารักและสีสันแทน ผมขอแนะนำเกม Ni no Kuni ll ที่มีระบบการต่อสู้ของเกมแนว JRPG ซึ่งเข้าใจได้ง่ายกว่าเกม The Witcher 3 สรุปง่ายๆ ว่าเกมนี้มีทุกอย่างเหมือน The Witcher 3 แต่จะมอบทุกอย่างที่ตรงข้ามมาให้ทั้งสิ้น เช่น ตัวละครที่ดูจะมีความสุขตลอดเวลา ความโชคดี หรือแม้กระทั่งสีสันของภาพในเกม มีสิ่งเดียวที่เหมือนกันคือชะตากรรมที่ต้องดิ้นรนจากความตาย!

10.Dragon’s Dogma

เกมนี้เหมือนเป็นเส้นคั่นกลางครับอยู่ระหว่างความเป็น RPG และมีกลิ่นอายของเกมตระกูล Souls ลงไปด้วยดังนั้นจึงขอวางไวในหัวข้อสุดท้ายเพราะเกมนี้บอกได้เลยว่าทำความเข้าใจกับเนื้อเรื่องและการเรียนรู้ระบบเกมนั้นยากระดับนึงเลย เพราะมีระบบที่ซับซ้อนมาก! ขอยกตัวอย่างนะครับเช่น การอัพเกรดหรือการตีบวกบางอย่างเกมจะไม่มีไกด์บอกอะไรเราเลย เราต้องไปทำการค้นคว้าหาข้อมูลเองเท่านั้น! ใครลองแล้วก็มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยนะครับ.

ดูข่าวต้นฉบับ