10 หุ้นในSET50 เสี่ยงเงินไหลออก หลัง AWC เสียบ

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 22 ก.ย 2562 เวลา 06.50 น.

เปิด 10 หุ้นใน SET 50  ฟันด์โฟลว์อาจไหลออกมากสุด หลังกอง ทุนดัชนีเตรียมปรับนํ้าหนักหุ้น รับบิ๊กไอพีโออสังหาฯ AWC เข้าเทรดในตลาดฯตุลาคมนี้

บริษัทแอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด(มหาชน) หรือ AWC ของตระกูล“สิริวัฒนภักดี” หรือ“กลุ่มช้าง” เตรียมจะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก(ไอพีโอ) ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายนนี้ ในราคาหุ้นละ 6 บาท(มูลค่าพาร์หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นวงเงินระดมทุน 48,000 ล้านบาท และจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯต้นเดือนตุลาคม 2562

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวของหุ้นไอพีโอขนาดใหญ่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่เตรียมจะเสนอขายหุ้นไอพีโอในปลายเดือนนี้และเทรดในตลาด หลักทรัพย์ฯต้นเดือนตุลาคม เพราะนอกจากจะส่งผลทำให้สภาพคล่องไหลออกจากตลาดไปบางส่วนแล้ว ยังมีผลให้รายชื่อหุ้นในดัชนี SET50 และ SET100 เปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นหุ้นไอพีโอขนาดใหญ่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ต แคป) เกือบ 2 แสนล้านบาท หรือมีมูลค่าตลาดมากกว่า 1% ของมาร์เก็ตแคป และคาดจะมีมูลค่าตลาดรวมติดอยู่ในช่วง 20 อันดับแรกของหุ้นในดัชนี SET50 และ SET100 อีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) จะนำหุ้นใหม่ดังกล่าวเข้ามาคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 ณ สิ้นวันที่จะเริ่มซื้อขายเป็นวันแรก และจะนำหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดรวมน้อยที่สุดออกจากการคำนวณดัชนีไป ซึ่งการปรับเปลี่ยนหุ้นที่อยู่ในดัชนีก็อาจทำให้ช่วงนี้หุ้นไทยผันผวนมากกว่าปกติ

จากการตรวจสอบหุ้นที่มีมูลค่าตลาดรวมน้อยที่สุด 3 อันดับแรกของ SET50 Index คือ KKP, BPP, DELTA และ SET100 Index คือ BEAUTY, ANAN, PSL ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ฯคาดว่าตลท. จะเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงรายชื่อหุ้นในดัชนี SET50 และ SET100 ล่วงหน้า 1 วันก่อนที่หุ้นใหม่ดังกล่าวจะเข้ามาซื้อขายในตลาดฯ

 

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงข้างต้นจะทำให้กองทุนที่ลงทุนตามดัชนี(Passive Fund และ Index Fund) ต้องมีการเพิ่มนํ้าหนักหุ้นตัวใหม่เข้าไป แต่ในขณะเดียวกันก็จะต้องเกลี่ยนํ้าหนักหุ้นตัวอื่นๆ ในดัชนีลงด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) พบว่า มีบลจ.จำนวน 8 แห่ง ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร(AUM) คิดเป็นสัดส่วน 90% ของอุตสาหกรรม มีกองทุนที่ลงทุนตามดัชนี SET50 รวม 17 กอง คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์(NAV) รวมประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาท ดังนั้น จะคิดเป็นเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลเข้าหุ้นตัวใหม่เกือบ 700 ล้านบาท ขณะที่หุ้นที่ถูกหลุดออกไปจากดัชนี SET50 จะคิดเป็นเม็ดเงินไหลออกประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกเกือบ 500 ล้านบาท จะไหลออกจากหุ้นตัวอื่นๆ ในดัชนี SET50 ลดหลั่นกันไปตามมูลค่าตลาดของหุ้นแต่ละตัว

อย่างไรก็ดี หากเทียบกับมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา หุ้นที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลออกเมื่อเทียบกับมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากที่สุด คือ TOA คาดจะมีเงินไหลออก 4.7% ของมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน BPP ประมาณ 3.4%, GLOW ประมาณ 3.1%, HMPRO ประมาณ 2.6%, AOT ประมาณ 2.5%, ADVANC ประมาณ 2.4%, DELTA ประมาณ 2.3% , EGCO ประมาณ 2.3%, CPN ประมาณ 2.1% และ PTT คาดว่าเงินจะไหลออก 2.1% ของมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส จำกัด  กล่าวว่า จากมูลค่ากิจการของ AWC ที่มีขนาดใหญ่ถึง 192,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 20 ของหุ้นทั้งหมดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีสัดส่วนสูงถึง 1.1% ของมูลค่าตลาดรวมของหุ้นทั้งหมดในดัชนีหุ้นไทย ทำให้ผ่านตามเงื่อนไขพิเศษของตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้สามารถเข้าคำนวณทั้งในดัชนี SET50 และ SET100 

ซึ่งคาดจะได้เม็ดเงินปรับพอร์ตของกองทุนประเภทกองทุนดัชนี(Index Fund) เข้ามาหนุนราคาหลังจากเข้าซื้อขายในตลาดอีกแรง

 

หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3507 วันที่ 22-25 กันยายน 2562

 

ดูข่าวต้นฉบับ