5 หุ้นเด่นวัสดุก่อสร้าง เตรียมรับอานิสงส์ซ่อมแซมหลังน้ำลด
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากใน 35 จังหวัดทั่วประเทศช่วงวันที่ 24-30 สิงหาคม 2567 นี้ เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนใหญ่หลายแห่งเพิ่มขึ้นเกิน 50% ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์หลายแห่งมองว่า สถานการณ์นี้อาจเป็นโอกาสทองสำหรับหุ้นในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เพราะความต้องการซ่อมแซมถนนและบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจะพุ่งสูงขึ้นทันทีที่น้ำลด
โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำให้จับตาหุ้นอย่าง TASCO, GLOBAL, DOHOME, HMPRO และ TOA ซึ่งน่าจะได้รับประโยชน์อย่างมากในช่วงนี้จากความต้องการซ่อมแซมและปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมปัจจัยพื้นฐานล่าสุดจากหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างเหล่านี้มาฝากนักลงทุน
เริ่มจาก TASCO บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เชื่อจะเห็นกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2567 โดยได้แรงหนุนจากต้นทุนน้ำมันดิบที่ลดลง, ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐปี 2567 ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วง 23 ต.ค. - 24 ก.ย. นี้ และค่าขนส่งที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากอุตสาหกรรมการขนส่งที่ตึงตัวจากผลกระทบจากทะเลแดง รวมถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขายปลีก
ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์กำไรปี 2567 ที่ 2,763 ล้านบาท โต 19.92% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ และเป้าหมายหุ้น TASCO ไว้ที่ 21 บาท
ในส่วนของ GLOBAL บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทเผยถึงการชะลอตัวของยอดขายวัสดุก่อสร้างซึ่งคิดเป็น 35-40% ของยอดขายรวม โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐในเดือนกรกฎาคมที่ล่าช้า ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิมลดลง 5-8%
ทั้งนี้มีแผนเปิดสาขาใหม่ครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้นอีก 4 แห่งเพื่อขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ที่มีศักยภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และวางแผนเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าบ้านแบรนด์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรโมชั่นและแคมเปญการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย คำแนะนำยังคงเป็น "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ปี 2568 อยู่ที่ 17.6 บาท
สำหรับ DOHOME บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แม้ว่าการขายในร้านเดิมของ DOHOME จะลดลง 5% ในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 แต่มีสัญญาณบวกในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ โดยคาดว่าการขายจะฟื้นตัวเป็นบวก 2-3% จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากโครงการภาครัฐหลังการอนุมัติพรบ. งบประมาณในเดือนเมษายน 2567 และคาดว่าแนวโน้มการขายในร้านเดิมจะยังคงเติบโตและสามารถรักษาแนวโน้มนี้ไปจนถึงไตรมาสที่ 4 ได้ดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลและกลยุทธ์การคัดเลือกสินค้า รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนของสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท
สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 17 - 18% จาก 17.5% ในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 ซึ่งได้รับผลดีจากการคัดเลือกสินค้าดี โดยเฉพาะในกลุ่มซ่อมแซมและบำรุงรักษา รวมถึงกลยุทธ์การใช้ house brand ที่คาดว่าสัดส่วนจะเพิ่มเป็น 22% ภายในปลายปี 2567 คำแนะนำยังคง "ถือ" โดยมีราคาเป้าหมายที่ 10.80 บาท
ทางด้าน HMPRO บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันซื้อขายที่ PE ปี 2567 ระดับ 17 เท่า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในกลุ่มพาณิชย์และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของกลุ่มมาก
สำหรับครึ่งหลังของ HMPRO วางแผนเพิ่มการขยายสาขาใหม่อีก 5 แห่ง และการปรับปรุงสาขาเดิมให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังมีแผนการปรับปรุงอัตรากำไรด้วยการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มสัดส่วนสินค้า private brand ที่มีกำไรสูง คงคำแนะนำ "Outperform" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 12 บาท
สุดท้าย TOA บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ภายใต้มุมมุมองระมัดระวังของอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาฯ ยังชะลอตัว แม้การเบิกจ่ายภาครัฐเริ่มดีขึ้น แต่ยังมองปัจจัยด้านกำลังซื้อยังมีผลกระทบ รวมถึงคาดบริษัทยังใช้ SG&A ระดับสูง เพื่อสร้าง Brand awareness และเป็นปีครบรอบ 60 ปีของบริษัท
โดยฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดกำไรปี 2567-2569 ลงเฉลี่ย 12% จากปรับลดรายได้ลง โดยกำไรปี 2567 คาดอยู่ที่ 2,268 ล้านบาท ลดลง 12% จากปีก่อน และจะทรงตัวในปีหน้า ด้านแนวโน้มไตรมาส 3/67 จะเป็น Low season และคาดกำไรยังลดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากต้นไตรมาสยังเป็นภาพที่ชะลอตัวคล้ายครึ่งแรกปี 2567 แนะนำ “Neutral” ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 20 บาท