“เอิร์ธ ธวัช” กับความดื้อ ที่ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุ

workpointTODAY อัพเดต 15 ก.ย 2562 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2562 เวลา 13.58 น. • Workpoint News
“เอิร์ธ ธวัช” กับความดื้อ ที่ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุ

เอิร์ธ ธวัช นักแสดงหนุ่มวัย 25 ปี ที่เริ่มเข้าวงการด้วยเหตุการณ์ซวย  คือการโดนเด็กแว้นเตะเข้าที่หน้าเพราะเข้าใจผิด แต่ภาพที่เขาหงุดหงิดจนเกือบหัวร้อน กับสภาพยับๆในวันนั้น บังเอิญไปเตะตาผู้จัดการนักแสดงที่กำลังมองหาคนที่มีคาแร็กเตอร์แบบนี้พอดี และนั่นจึงเป็นความซวย ที่เป็นจุดเปลี่ยนทำให้เขาเข้ามาโลดเล่นในวงการบันเทิง ในบทบาทนักแสดงภาพยนตร์ ตั้งแต่อายุ 17 ปี และทำผลงานออกมาได้ดีไม่น้อย นับว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรก และแจ้งเกิดในเวลาเดียวกัน แต่ความพีคในชีวิตของเขา ไม่ได้มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ตลอดชีวิตของการเป็นวัยรุ่น เขาถึงกับออกปากเลยว่า “ผมใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นได้สุดมาก” เขาย้อนความทรงจำเล่าถึงเรื่องราว เกี่ยวกับวีรกรรมความดื้อที่เคยท้าทายทำ พร้อมกับปิดบทสนทนาว่า สุดท้ายคนเราเมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่เริ่มโตขึ้นและเป็นผู้ใหญ่ มันจะคิดได้เอง ผมรู้ว่าผมดื้อแล้วต้องการอะไร คนที่ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุ ผมเป็นคนนั้น

แสบตั้งแต่อนุบาลสอง

“ตอนเด็กๆ ผมจะไม่ชอบอะไรที่มันกดดัน ผมจำได้ว่า ผมเรียนอนุบาลสอง ปกติจะมีชื่ออยู่ในห้องเรียนอยู่แล้วว่า เด็กชายธวัช อยู่ห้องอนุบาล 2/2 นะ ผมจำได้ว่าอาจารย์ห้องอนุบาลสองทับสองดุ ผมหัวหมอตั้งแต่ตอนนั้น อาจารย์บอกว่า เธอดื้อแบบนี้นะ เธอไปเรียนห้องอื่นเลย ผมคิดในใจ เห้ย ได้ดิ ผมไม่ชอบอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่แล้ว วันรุ่งขึ้นเราย้ายไปห้อง 2/4 ผมย้ายห้องเรียนเอง ครูถามว่าเธอมาจากไหน อ๋อ พอดีอาจารย์ให้ผมเปลี่ยนห้องครับ”

ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุ  

“ความดื้อของผมหรอ ยกตัวอย่างเรื่องเจาะหูก็ได้ ทั้งบ้านผม ทั้งตระกูลเลย จะไม่มีใครเจาะหู แล้วผมเนี่ย อยากมาก ไม่รู้ว่าเป็นอะไร อยากเจาะมาตั้งแต่ ม.ต้น แล้วแม่ไม่ให้เจาะ วันนั้นก็เป็นเหมือนวันดี ผมไปกินข้าวในห้างกับแม่ ผมก็บอกแม่เลย ม๊า เดี๋ยวลงไปข้างล่างนะ เดี๋ยวไปเจาะหู แม่ก็คิดว่าเราเล่น โอโห ผมใส่ก้านขึ้นมาเลย แล้วแม่ก็ไม่ได้คุยกับผมเกือบอาทิตย์ แม่บอกว่าอย่าให้มีรูที่สองนะ ล่าสุดผมเจาะข้างละห้ารู จนมันตันหมดแล้ว คือเหมือนแบบยิ่งพูดยิ่งยุครับ หลังๆ แม่เขาเฉยๆมากกว่า แต่เขาไม่ได้ชอบหรอก”

 ผมเกิดมาในครอบครัวที่โคตรดีเลย

“ผมเกิดมาในครอบครัวที่โคตรดีเลย พ่อแม่ผมรักกัน มันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น  แรกๆเขาอาจจะคาดหวังกับเราไว้เยอะ คือพี่ผมเกเร ผมเนี่ย เกเรอันดับสอง แต่ผมไม่ได้ฉลาดนะ ผมเอาตัวรอดเก่ง ผมเรียนมา เกรด 3 จบมหาลัยมาก็เกรด 3 ทั้งๆที่แบบ ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่ แต่ว่าเวลาที่จะสอบหรืออะไร ผมจะตั้งใจทำ แล้วมันออกมาดี  เมื่อก่อนจะฝังใจพ่อแม่บอกว่า โตขึ้นต้องเป็นหมอนะ เราอาจจะชอบด้วยส่วนหนึ่ง แต่พอไปลองดูแล้วมันไม่ใช่ทาง แค่ลองผ่าตัดหัวใจหมู ผมอ้วกไป 5 รอบ หลังๆมาก็ไม่ได้คาดหวังกับเรา ถ้าลูกทำงานตรงไหนแล้วมีความสุขก็ยินดีด้วย”

*ผมเอาหนังสือไปอ่านในร้านเหล้า *

“ผมเป็นคนเอาหนังสือสอบ เข้าไปอ่านในร้านเหล้า แล้วผมได้ A ตลอด ผมจะเป็นแบบ บทไหนผมท่องเสร็จแล้วผมให้เพื่อนดู ถ้าเกิดท่องไม่ได้ผมก็ไม่ดื่ม ผมเอาเข้าเลาจ์ ผมเอาไปเที่ยวเลาจ์ ผมนั่งท่องกับเด็กดริงค์อ่ะ  เรื่องจริง ผมจำได้ว่าผมได้ B+ มาตัวหนึ่ง และได้ A มา 2 ตัว ช่วงนั้นผมติดเที่ยวแต่มันเป็นช่วงสอบพอดี มันมีร้านหนึ่งพีคมาก ผมไม่เคยเข้ามาก่อน คือไหนๆก็มาแล้ว ผมนั่งลงในร้าน แล้วมีผู้หญิงแบบใส่บิกินี่มาเลย นี่ไม่ใช่ร้านเด็กดริงค์ธรรมดาแล้ว แต่ผมก็เอาหนังสือเข้าไปนั่งท่องในนั้น สมาธิก็มีนะ ผมรู้สึกว่ามันขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราโฟกัสมากกว่า ถ้าหัวสมองมันจำ”

*เรื่องหัวใจ ผมเสือนะ *

“ผมมีแฟนเก่าเยอะมาก ผมมีแฟนเก่าเยอะจนทุกคนเริ่มด่าผมว่าทำไมเปลี่ยนบ่อยว่ะ แล้วผมก็ไม่รู้สักทีว่าผมจีบผู้หญิงยังไง มันเหมือนแบบคุยแล้วคลิกกัน อยู่ดีๆ ก็ เออ ๆ ชอบมึงหวะอะไรอย่างนี้ ผมเข้าไปตรงๆเลย มีวันหนึ่งผมชอบผู้หญิงคนหนึ่ง รุ่นน้องผมบอกว่า พี่ เพื่อนผมคนนี้เฟี้ยวมาก น่ารัก นิสัยดี เอาไลน์มาเริ่มคุยวันแรกผมจำได้ว่าผมเมาอยู่ ผมเลยบอกเขาว่า เธอๆ เดี๋ยวเรามาจีบพรุ่งนี้นะ วันนี้เราเมาแล้วอ่ะ แล้วเราก็ตื่นมาเว้ย นั่งดูโทรศัพท์ เห้ย กูไปจีบคนนี้หรอว่ะ เออๆ มา จีบต่อ (หัวเราะ) แต่เขาน่ารัก นิสัยดีครับ หลังจากนั้นก็ได้เป็นแฟนกันในระยะหนึ่ง  และผมก็ไม่มีสเปค ผมไม่ชอบจีบผู้หญิงน่ารัก เพราะรู้สึกว่าคู่แข่งมันเยอะ สมมุติว่าเราไปเจอ เห้ย น่ารักหวะ แต่ดันแรดขึ้นมา เราจะเอาอยู่ยากเว้ย ทุกวันนี้พยายามไม่มองหน้าตา

เสือไหม ผมเสือนะ ตอนผมโสดผมเสือมาก ผมแบบโคตรเลวเลยอ่ะ (หัวเราะ) ผมตื่นมาผมอยู่คอนโดผู้หญิงวันละคนอย่างนี้ แต่เรารู้สึกว่าเราทำอะไรก็ได้อ่ะ คือแบบเราต้องลองใช้ชีวิต คือช่วงนั้นผมใช้ชีวิตแบบเ_ี้ยมาก (ชูนิ้วโป้งสองข้าง) ตอนนี้ผมผ่านมาเยอะเหมือนกันนะ ผมใช้ชีวิตคุ้มแล้วอ่ะ”

*จูบแรกทำให้ผมเคยคิดฆ่าตัวตาย  *

      "เวลาผมรักนี่ผมดิ่งมากเลยนะ เวลาเลิกผมก็ดิ่ง ผมยังถามตัวเองเลย กูผ่านมาถึงวันนี้ได้ยังไง เพราะผมคิดที่จะฆ่าตัวตายหลายรอบมาก ขับรถอยู่ 180 สมมุติเราหักพวงมาลัยทีหนึ่ง เราไปสบายเลยนะ จูบแรกของผม ผมกินยา พ่อร้องไห้ วันนั้นผมเอาเท้าพ่อผมมาลูบหัวเลย ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเห็นพ่อผมร้องไห้ สาเหตุที่กินยาตอนนั้นเพราะเครียด หลักๆคือเรื่องผู้หญิง และเรื่องเรียนนิดหน่อย พ่อผมไม่เคยบอกว่า ลูกอย่าทำผู้หญิงเสียใจนะลูก แต่ก่อนพ่อผมจะพูดอย่างนี้ แต่หลังจากที่ผมกินยา จากจูบแรกนั้นแหละ พ่อผมบอกว่าอย่าจริงจังกับผู้หญิงมากนะลูก"

  เส้นทางเข้าสู่วงการบันเทิงแบบไม่คาดคิด   

"วันที่ผมเจอผู้จัดการผม ผมโดนเตะหน้ามา ผมไปร้องคาราโอเกะอยู่ที่เซ็นทรัลปิ่นเก้า แล้วตรงนั้นมันมีคนชื่อเอิร์ธอยู่ประมาณ 4-5 คน แล้วมีเด็กแว้นเดินมา ใครชื่อเอิร์ธ พี่ของผมหวังดี ชี้มาที่ผมก่อนเลย เปี๊ยง ผมรู้เลยดาวเต็มหัวเป็นยังไง ไม่ร้องแล้วคาราโอเกะ ทำไมเราซวยขนาดนี้ว่ะ ผมก็หงุดหงิดเดินลงไป อยู่ดีๆผู้จัดการเดินเข้ามา แล้วมาเจอกันพอดี เขาถามว่า น้องตีกลองเป็นไหมครับ ผมตอบตีเป็นครับ แล้วผมหน้าหงุดหงิดอยู่อ่ะ ผมโดนเตะหน้ามา แล้วมันไม่ใช่ปัญหาของเรา มันเป็นปัญหาของคนอื่นอ่ะ ก็เลยเจอผู้จัดการวันนั้น แล้วให้เขาคุยกับพ่อผม ผมไม่เคยทำงานตรงนี้มาเลย ไม่รู้ว่ามันมันป็นยังไง จะโดนหลอกหรือเปล่า ก็เลยให้พ่อจัดการคุยครับ

ผมรู้สึกชอบนะการแสดง แต่ว่าช่วงนั้น ผมติดเพื่อน ผมติดเพื่อนแบบติดขนาดที่ว่า ไม่อยากทำงาน บอกผู้จัดการว่าผมติดสอบ เพื่อที่จะแบบไปเที่ยวกับเพื่อน บางวันเพื่อนไปนู่นไปนี่ ผมแอบมาร้องไห้คนเดียว แล้วบอกแม่ เราเบื่อที่จะมาตื่นเช้ามาทำงาน ด้วยความเป็นวัยรุ่นของเรา ผมหยุดไปสักพักหนึ่งไม่ทำงานตรงนี้ แล้วมันมีวันหนึ่งง ช่วงที่จะขึ้นมหาวิทยาลัย บอกแม่ว่า ซื้อรถให้หน่อย แม่บอกว่า ทำงานหาเองสิ ผมบอก เห้ย จะเอากับผมหรอ ได้สิ ผมก็เลยเริ่มที่จะกลับมาทำแบบจริงจัง ไม่มากังวลเรื่องไปเที่ยวกับเพื่อนอีก ผมคิดว่าเราไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้

สุดท้าย คนเราเมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่เริ่มโตขึ้นและเป็นผู้ใหญ่ มันจะคิดได้เอง วัยรุ่น ผมพูดเลยนะ ร้อยละเจ็ดสิบที่ดื้อ มันยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุ ผมเป็นคนนั้น บางครั้งผมดื้อ ผมรู้ว่ามันไม่ดี บางครั้งผมดื้อ ผมรู้ตัวเองว่าผมต้องการอะไร ดื้อแล้วรู้ว่าตัวเองทำอะไร และไม่ทำให้ใครเดือดร้อนผมรู้สึกว่าการดื้อของผม อย่างเช่นผมเจาะหู มันก็ไม่ได้ไปเจาะบนหูใคร แค่แม่ไม่ชอบ ผมเรียนจบแล้วเนี่ย ผมต้องรู้แล้วว่า ชีวิตมึงต้องการอะไรว่ะ ชีวิตจะมาแบบว่า กินข้าว อาบน้ำ เล่นเกมส์ กินข้าว ไปมหาลัย อะไรอย่างนี้ไม่ได้แล้วอ่ะ เราต้องจัดตารางชีวิตว่า เรามีอะไรต้องทำ เราจะไปในทิศทางไหนต่อกับชีวิตเรา ต้องมีจุดมุ่งหมายแล้ว"

*ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด มิสเตอร์ดื้อ กันท่าเหรียญทอง *

"ในเรื่องรับบท เป็นเม่นครับ เป็นเพื่อนดื้อ คาแร็กเตอร์เป็นคนกวนๆ ที่จะอยู่กับพระเอก อยู่กับพระเอกตั้งแต่เรียน ทำงานก็จะอยู่ที่เดียวกัน เป็นที่ปรึกษาให้เพื่อน เป็นคนที่เหมือนตบหัวและลูบหลังพระเอก คอยเป็นคนที่ทำให้พระเอกจิตตก แต่ว่าตอนหลังเหมือนมาปลอบอย่างนี้ครับ และมีส่วนที่คล้ายชีวิตจริงอยู่ครับ ช่วงมัธยม หรือมหาลัยต้นๆ มันจะเป็นช่วง ที่เขากำลังแบบว่า ปิ๊งๆ มีความรักอะไรอย่างนี้ เราก็แบบให้คำปรึกษาได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะตบหัวแล้วลูบหลังเพื่อนนะจริงๆ ซึ่งเราก็เอาตัวเองไม่รอดเหมือนกัน แต่ก็แบบให้คำปรึกษาที่ดีนะ พอเข้าซีนนักแสดงทุกคนเขาส่งกันมาดีครับไม่ยากมากกับการรับบทบาทนี้ครับ และอยากให้ไปชมนะครับ เรื่องนี้ทุกคนตั้งใจกันมากๆ"

 

ดูข่าวต้นฉบับ