“เก้า” จวก “เจนนี่” เละ “ผมผิดที่ให้ใจเขาไปทั้งหมด

daradaily อัพเดต 03 ส.ค. เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. เวลา 11.00 น.

“เก้า” จวก “เจนนี่” เละ “ผมผิดที่ให้ใจเขาไปทั้งหมด"

     ออกมาเปิดใจเคลียร์สำหรับ “เก้า เกริกพล เพชรรัตน์” กับกรณี “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ออกมาไลฟ์สดกับปัญหาบานปลายเบี้ยวค่าตัว หลังมีปัญหาเรื่องเงินค่ายอดวิวยูทูบเพลง “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” ล่าสุดหนุ่มเก้าออกมาเปิดใจอีกครั้ง โดยเผยว่า

อ่านข่าวต่อ : “เจนนี่” ชูสามนิ้วสาบานให้ชิบหาย ตายตรงนี้ ไม่เคยโกง 

สิ่งที่พี่เขาพูดมาแล้วแต่คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคล แต่สิ่งที่ผมพูดทั้งหมดก็คือความจริง ถ้าถามว่ามีเรื่องไหนบ้างที่เขาพูดแล้วไม่ตรงกับข้อมูลของเรา ก็ทุกเรื่อง พี่เขาออกมาค้านทุกเรื่องเลย ตั้งแต่เรื่อง 70-30เรื่องค่าตัว 500บาท และก็รายการที่ให้เงินมา 10,000บาท สำหรับเรื่องนี้ผมยืนยันว่าเราได้ตกลงกันก่อนที่จะถ่ายทำมิวสิควิดีโอ และเรื่องของค่าย เราก็ไม่ได้ตกลงกันตอนนั้น เพราะตอนนั้นพี่เขายังไม่ได้ทำค่าย พี่เขาเพิ่งจะมาทำค่ายตอนที่เพลงมันดังแล้ว แต่ผมยืนยันว่าตอนนั้นเราได้มีการตกลงกันจริงๆ เรื่อง 70-30ก่อนที่จะถ่ายทำมิวสิควีดีโอ

 

      โดยตอนนั้นเป็นสัญญาใจ สัญญาใจมีจริง และพี่เขาก็ได้สาบานไว้แล้วด้วย และที่พี่เขาบอกว่าชวนเราไปเข้าทำงานร่วมกันในค่าย อันนี้มีจริง แต่เป็นการชวนผมหลังจากที่เพลงดังแล้ว เขาถามผมว่าผมสนใจจะไปอยู่ค่ายเดียวกับเขาไหม แต่ผมก็อธิบายไปว่าผมอยู่กับพ่อติ๊ก เพราะผมได้ประกวด The Voice Kids และมีสัญญาใจกับพ่อติ๊กอยู่ เราดูแลกันแบบพ่อลูกตอนที่เขาเสนอให้เราไปอยู่ในค่าย ตอนนั้นผมก็บอกเขาว่าผมขอถามผู้ใหญ่ก่อน ขอถามพ่อแม่ก่อน และที่สำคัญผมก็บอกเขาไปแล้วด้วยว่าผมอยู่กับพ่อติ๊ก ซึ่งพ่อติ๊กก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไรผม เราอยู่กันแบบสัญญาใจ ท่านให้อิสระผมทำงานได้ทุกอย่าง วันที่เขาชวนไปทำเพลงได้มีการพูดคุยกันเรื่องค่าตอบแทน 30-70เขาบอกว่าเขาจะดูแลทุกอย่าง ไม่เอาเปรียบน้อง ส่วนเรื่องยูทูบเราก็มาแบ่งผลประโยชน์การ 70-30กับเรื่องค่าตัวงานนอกไม่มี แต่คอนเสิร์ตมี เราตกลงกันไว้ที่ 3,000บาท ซึ่งผมก็แจ้งเขาไปแล้วว่า 3,000บาทมันไม่พอสำหรับการที่ผมอยู่กรุงเทพ เพราะแค่ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าอะไรอีกมันก็น่าจะเข้าเนื้อตัวเอง ดังนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะไม่เดินทางไปดีกว่า แต่ก่อนที่ผมจะตัดสินใจว่าแบบนั้น ทางผมก็ได้แจ้งไปกับพี่เขาว่าถ้าหากค่าตัวเพิ่มอีกให้พอค่าเดินทางก็น่าจะได้ แต่พี่เขาก็ตอบกลับมาว่าทางเจ้าของงานไม่รับเนื่องจากค่าตัวเยอะเกินไป และพี่เขาไม่สามารถควักค่าตัวของตัวเองมามอบให้กับผมได้ด้วย

      ถามว่าตอนนั้นคิดไหมว่าสัญญาใจที่คุยกันจะส่งผลเสียกับเรา ณ เวลานี้ ตอนนั้นที่คุยกับพี่เขาคือผมให้ใจเขาไปทั้งหมดเลย ผมผิดที่ให้ใจเขาไปทั้งหมด ผมคิดว่าเราทำงานกันแบบพี่น้อง แต่สุดท้ายมันก็เกิดเรื่องขึ้นจริงๆ ส่วนเงิน 10,000บาท ที่เขาบอกว่าให้เรามาเป็นค่าขนม ตอนนั้นเขาไม่ได้พูดชัดเจนว่ามันคือค่าอะไร ขนาดในแชทพี่เขายังไม่บอกเลยว่านี่คือค่าตัวของผม เขาไม่ได้บอกอะไรเลย แต่พี่เขาโทรมาบอกว่า น้องนี่เป็นค่าเดินทางค่ากินขนมนะ ไม่ได้ชี้แจงชัดเจนว่านี่คือค่าตัวของผมนะ ผมเข้าใจแบบนั้น ซึ่งพอหลังจาก 10,000บาทนี้ทั้งหมดก็คือสัญญาใจ หลังจาก 10,000คือสัญญาใจ

      โดนตั้งแต่ทำงานผมยังไม่ได้ค่าตัว เอาง่ายๆ เลยเพราะ 10,000บาทนี้ ไม่ใช่ค่าตัวของผม ส่วนที่เขาโอนเงิน 20,000บาท แล้วบอกว่าโอนค่าตัวเพิ่มมันคืออะไร ซึ่ง 20,000บาทนี้ เขาโอนมาจริง แต่เหตุผลที่ผมไม่เอาก็เพราะเขาไม่ได้ให้ด้วยใจ แต่เขาให้พ่อผมโทรไป มันต้องมีการโทรเพื่อทวงถามก่อน  ส่วนเรื่องเงิน20,000บาทที่โอนให้เรา แล้วเราโอนกลับ อันนี้จริงๆ ผมจบไปนานแล้ว สำหรับเรื่องนี้ เพราะผมได้ยื่นเอกสารไปแล้ว และทางเขาเองก็ได้เซ็นรับแล้วเช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายเขาก็เมิน ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรตรงนั้นแล้ว เพราะผมแค่อยากจะให้เราเคลียร์กันแบบดีๆ แต่ในเมื่อพี่เขาเมินผมก็ถือว่าจบกันไปและผมเก็บเรื่องนี้เอาไว้

 

        แต่หลังจากนั้นพี่เขาไปบอกว่าแม่ผมไปติดต่อกับเพจหนึ่งเพื่อใช้ในการโจมตีพี่เขา ซึ่งเรื่องนี้มันไม่จริงเลย แต่มันเกิดจากการที่แฟนคลับทั้งสองฝ่ายที่ด่ากันไปด่ากันมา จนทำให้ทางแอดมินเพจติดต่อมาหาคุณแม่มาและก็ถามแม่ว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไง แม่ผมก็เลยเล่าทุกอย่างไปตามความจริง จากนั้นเพจก็เอาเรื่องนี้ไปโพสและทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นจนพี่เขาเอาพ่อผมไปโพสต์บ้าง และถูกแฟนคลับพี่เขาเข้ามาด่าพ่อผม ด่ายันโคตร ด่าทุกคนในครอบครัวผม ถามว่าจะเอาเรื่องคนที่ด่าครอบครัวผมไหม ก็มีบางคนนะที่เขามาขอโทษแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็อยากให้เขาใช้สื่อในทางที่ดีกว่านี้เช่นกัน อยากให้เสพข่าวให้ดีและฟังความทั้งสองฝ่าย ซึ่งใครจะเชื่อใครหรือไม่เชื่อใครก็แล้วแต่เลย

      ส่วนเรื่องค่าตัวในการออกรายการแต่ละครั้ง เขายืนยันว่าเขาไม่ได้ให้เรา 500อันนี้เขาก็แช่งตัวเองไปแล้ว ผมยืนยันว่า 4รายการ ผมสามารถพูดชื่อรายการได้ไหม มี รายการโหนกระแส, รายการแฉ, อมรินทร์ และก็รายการซุปเปอร์หม่ำ รายการละ 500บาท แต่สำหรับ 2รายการหลังพอผมโทรไปหาทางทีมงานว่ามันไม่พอนะสำหรับการเดินทางเงิน 500บาท เอาแค่นั่งแท็กซี่ไปก็หมดแล้ว ทางทีมงานก็เลยติดต่อไปทางฝั่งพี่เขา จากนั้นพี่เขาจึงโอนมาให้ผม 3,000บาท 2รายการ รายการละ 1,500บาท ผมก็เลยอยากรู้ว่าถ้าพ่อผมไม่โทรไป พี่เขาก็จะให้ผม 500บาทเหมือนเดิมใช่ไหมความรู้สึกตอนที่ผมทราบเรื่องนี้ ผมก็เสียใจเสียความรู้สึก เพราะทุกรายการจะเป็นพี่เขาทั้งหมดที่เป็นคนเซ็นรับเงิน ส่วนผมไม่รู้รายละเอียดเลยว่าแต่ละรายการได้เงินมาเท่าไหร่ ถามว่าตอนนั้นเอ๊ะใจไหมที่เขาให้มาแค่ 500คือผมเป็นเด็กไงผมเลยไม่อยากพูดมากแล้วแต่เขาจะให้ดีกว่า อีกอย่างเขาเองก็บอกด้วยว่าที่เขาต้องให้เงิน 500บาท ก็เป็นเพราะเขาพาคนมาเยอะ ก็แล้วแต่เขา ก็ว่าไปตามนั้น

      ถ้าถามว่าตัวเองต้องการอะไรจากเรื่องนี้ ผมอยากให้พี่เขาออกมาพูดความจริง แต่สิ่งที่พี่เขาพูดมาเขายืนยันแล้ว เขาแถลงแล้วว่ามันเป็นแบบนั้น ดังนั้นทางตัวผมเองก็จะขอยืนยันตรงนี้เหมือนกันว่าผมพูดความจริงทุกอย่างไปหมดแล้ว ส่วนมันจะเป็นอย่างไรต่อก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่

แต่ตอนนี้ผมอยากให้เขาออกมายอมรับความจริงก่อน ถ้าหากวันนั้นพี่พูดความจริงทุกเรื่องและออกมารับผิดชอบในส่วนที่พี่เขาได้ทำผิดพลาด ผมคิดว่าเรื่องมันก็น่าจะจบตั้งแต่วันนั้นแล้ว 1ปีที่หลายคนมองว่าทำไมยอมทนไม่พูดอะไรเพราะอย่างที่บอก ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องเงิน 70 -30แล้ว แต่มันเป็นเรื่องของการที่มีคนมาว่าพ่อผม เอาคนอื่นมาด่าพ่อผม ส่วนเรื่องที่บอกว่าทำไมผมถึงไม่ฟ้องตั้งแต่แรก ก็อย่างที่ผมบอกไปแล้วอีกเหมือนกัน ผมได้ยื่นเอกสารไปให้พี่เขาแล้ว แต่พี่เขาเมินดังนั้นผมก็เลยคิดว่าผมจบแค่นั้นดีกว่า ผมได้รู้ใจคนแล้วว่าเขาเป็นยังไง ด้านเอกสารที่บอกไม่ได้รับ แต่เอกสารมีคนรับแล้ว มีคนเซ็นรับแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่มีการเซ็นรับเกิดขึ้นแล้ว

        และถ้าหากมีการติดต่อมาให้ออกรายการด้วยกันก็ยินดี พร้อมตลอด ตอนไหนก็ได้ มาพูดความจริงกันเลย ผมไม่กลัวอยู่แล้วความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ผมไม่กลัว มาเลยครับ สาบานเลยก็ได้ ผมจะพาพี่เขาไปสาบานที่วัดที่พี่เขานับถือ ผมเองก็เป็นลูกหลานเหมือนกันถ้าไปสาบานด้วยกันได้เลย  พร้อมฝากถึงเจนนี่ว่าออกมาพูดความจริง ทำผิดแล้วก็ต้องยอมรับผิดนะ ถ้ามีส่วนไหนที่ผมผิด ผมก็ยินดียอมรับผิดเช่นกัน แต่ผมเชื่อมั่นในตัวเองว่าสิ่งที่ผมพูดออกไปทั้งหมดคือเรื่องจริง ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อผมก็ไม่โกรธ แต่ผมอยากให้ทุกคนเสพข่าวดีๆ อย่าด่ากันไปด่ากันมา เพราะมันไม่มีประโยชน์

ดูข่าวต้นฉบับ