“เกษียณ” อย่างเกษม...ด้วย ‘การวางแผน’

Wealthy Thai อัพเดต 15 ธ.ค. 2562 เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 04.23 น. • wealthythai
“เกษียณ” อย่างเกษม...ด้วย ‘การวางแผน’

จากการที่หลายๆ สำนักวิจัยได้จัดทำโพลขึ้นเพื่อสำรวจอายุเฉลี่ยของประชากรชาวไทย ผลที่ได้พบว่า คนไทยเรานั้นมีอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้นกว่าในอดีตค่อนข้างมาก โดยอยู่ประมาณ 80 ปี ทั้งนี้ ผู้ชายไทยจะมีอายุเฉลี่ยน้อยกว่าผู้หญิงประมาณ 5 ปี

 

 

“แน่นอนว่า จากการที่คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น ย่อมหมายความว่า เราจะมีชีวิตอยู่ในช่วงหลังเกษียณอายุที่ยาวนานขึ้นนั่นเอง”

 

 

ทีนี้ลองมาคิดกันว่า ถ้าเรามีชีวิตอยู่ได้จนถึงอายุ 80 ปีเท่ากับอายุเฉลี่ยพอดิบพอดี เท่ากับว่าหลังจากที่เกษียณอายุแล้ว เราจะต้องใช้ชีวิตโดยที่มี ‘รายได้ลดลง’ หรือไม่มีรายได้ในระดับเช่นเดิมอีกต่อไปเป็นเวลานานถึงหลายสิบปีเลยทีเดียว

 

ที่น่าวิตกว่านั้นก็คือ แม้ว่าค่าใช้จ่ายบางรายการจะลดลง เช่น ค่าอาหารการกิน แต่โดยปกติแล้วในช่วงหลังเกษียณ ค่าใช้จ่ายบางรายการกลับมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าทำบุญ ค่ารักษาดูแลตนเอง และค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน (หลังจากที่ต้องทนตรากตรำทำงานหนักมาโดยตลอด)

 

“การหวังพึ่ง ‘ระบบการออมเงินเพื่อการเกษียณ’ ของทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นกองทุนประกันสังคม, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จำนวนเงินก้อนที่คาดว่าจะได้รับจากการเก็บออมดังกล่าวก็ยัง ‘ไม่เพียงพอ’ สำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในช่วงหลังเกษียณอายุแต่อย่างใด”

 

  

 

หากเรา ‘ไม่มีการวางแผนการเงิน’ ของตนให้ดีเพียงพอตั้งแต่ตอนนี้ ก็มีแนวโน้มที่อาจเป็นไปได้ว่า เราจะต้องกลับมาตรากตรำทำงานหนักเหมือนเช่นเดิมในตอนสูงวัยเพื่อเลี้ยงดูตัวเอง หรือต้องกลายมาเป็นภาระของลูกๆ หลานๆ ในการรับเลี้ยงดูเราต่อไปในอนาคต โอกาสที่เราจะเกษียณอายุได้อย่างเกษมก็คงจะเป็นไปได้ยาก

        

 

 

ดังนั้นการวางแผนเพื่อรองรับการเกษียณที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดย ‘กระบวนการวางแผนเพื่อการเกษียณ’ อย่างง่ายๆ เป็นดังนี้ครับ

 

 

  • สำรวจสถานะทางการเงินปัจจุบันของตนเองเสียก่อน โดยตรวจดูแหล่งที่มาของรายได้ว่ามาจากทางใดบ้าง มีรายจ่ายมากน้อยขนาดไหนในแต่ละเดือน และมีเงินออมเป็นสัดส่วนมากน้อยเท่าใด
  • กำหนดเป้าหมาย โดยถามตนเองว่า ต้องการที่จะเกษียณอายุการทำงานเมื่อไร จะใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุแบบไหน และต้องการมีเงินสำหรับใช้จ่ายหลังเกษียณอายุประมาณเดือนละเท่าใด แน่นอนว่า ต้องไม่ลืมที่จะปรับอัตราเงินเฟ้อเข้าไปในค่าใช้จ่ายที่เราประมาณการขึ้นนี้ด้วย
  • พิจารณาดูว่า ‘การออมเงิน’ ที่เรามีอยู่นั้นเมื่อถึงช่วงที่เราเกษียณอายุแล้ว จะเพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่ได้เราประมาณการขึ้นนั้นหรือไม่ แน่นอนว่า ในยุคที่ราคาสินค้า และบริการโดยเฉลี่ยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากกลับต่ำติดดิน จึงอาจกล่าวได้ว่า ‘ผลตอบแทน’ ที่เกิดจากการออมของคนโดยส่วนใหญ่ไม่น่าที่จะสู้กับ ‘อัตราเงินเฟ้อ’ ที่สูงขึ้นได้

           

 

ดังนั้น ตรงนี้นี่เองที่การลงทุนได้เข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะสามารถต่อยอดเงินออมของเราให้งอกเงยจนสามารถเอาชนะภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นได้ครับ”

 

 

  • ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุน ตลอดจนทางเลือกในการลงทุนประเภทต่างๆ ที่เหมาะสมกับเงื่อนไข และข้อจำกัดของตนเอง โดยพิจารณาว่า ทางเลือกในการลงทุนเหล่านั้นให้ผลตอบแทนในลักษณะใด และมีความเสี่ยงเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่เราสามารถยอมรับได้หรือไม่ นอกจากนี้ ต้องรู้จักติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ไม่เสียโอกาสในการลงทุน
  • วางแผนกลยุทธ์การลงทุน โดยมีการวางแผนจัดสรรเงินลงทุนในทางเลือกในการลงทุนประเภทต่างๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเป้าหมายการเกษียณอายุของตน ไม่ลงทุนตามกระแส หรือใช้อารมณ์ รู้จักเสริมสร้าง ‘วินัยในการลงทุน’ ให้เกิดขึ้น โดยลงทุนตามกลยุทธ์การลงทุนที่ตนเองได้กำหนดเอาไว้ และต้องมีการทบทวน และประเมินความก้าวหน้าของแผนกลยุทธ์การลงทุนอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
  • สามารถปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์การลงทุนของตนเอง ตลอดจนสัดส่วนเงินลงทุนในทางเลือกในการลงทุนประเภทต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นจะมาจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอกต่างๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง หรือเกิดขึ้นเนื่องจากตัวของเราเอง เช่น รับความเสี่ยงได้น้อยลง เนื่องจากมีภาระที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น

        

 

*แน่นอนว่า การที่จะ ‘เกษียณอายุได้อย่างเกษม’ และมีความสุข โดยไม่ต้องตกเป็นภาระของลูกหลาน เราจึงควรเริ่มต้นวางแผนเกษียณกันตั้งแต่วันนี้ เริ่มต้นก่อนยิ่งได้เปรียบ อย่าเอาแต่รอให้วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่เริ่มต้นลงมือทำ เพราะไม่เช่นนั้นอาจสายเกินไปก็เป็นได้นะครับ *

 

ดูข่าวต้นฉบับ