“เกลือ” เรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้

เทคโนโลยีชาวบ้าน อัพเดต 06 ส.ค. เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 07.59 น.
Untitled-2

เราบริโภคเกลือกันอยู่ทุกวัน แทบจะเรียกได้ว่าชีวิตนี้ไม่มีวันขาดเกลือได้ เพราะแม้ยามเจ็บป่วยเราก็ยังต้องพึ่ง “น้ำเกลือ” ให้มีชีวิตรอด

แต่มีใครเคยสนใจศึกษาเรื่องเกลือกันจริงๆ จังๆ ไหม?

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเกลือถึงได้เป็นเครื่องปรุงรสที่มีคุณค่ามหาศาลทั้งที่เป็นของในครัวธรรมดาสามัญจะตายไป แถมราคาก็ถูกที่สุดในบรรดาเครื่องปรุงทั้งปวง

และทำไมชีวิตคนเราจึงจำเป็นต้องมีเกลือ ทั้งคนและสัตว์ต่างชอบกินเกลือ และขาดเกลือไม่ได้เลย

07-5

แม้แต่ในร่างกายเราเองการหลั่งเหงื่อและน้ำตาออกมาถ้าลองใช้ปลายลิ้นแตะดูจะรู้รสได้ในทันทีว่ามัน “เค็ม” เป็นรสเค็มของ “เกลือ”

นั่นหมายความว่าในร่างกายของเรานั้นมีเกลืออยู่!

ว่ากันว่าบรรพบุรุษของสัตว์บกแต่เดิมอาศัยอยู่ในทะเล ดังนั้น ของเหลวในร่างกายสัตว์บกจึงมีรสเค็มของเกลืออยู่เหมือนแต่ก่อนที่สัตว์เหล่านั้นจะขึ้นจากทะเลมาอยู่บนบก

อันนี้ก็ฟังคนอื่นเขาต่อมานะ จำได้ว่าอ่านเจอในบทความของนิตยสารทางการแพทย์ฉบับหนึ่ง แต่ก็ไม่กล้ายืนยันฟันธงชัดเจนลงไปว่าใช่ตามนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่

แต่ที่ถูกต้องที่สุดก็คือ เกลือเป็นสิ่งที่ร่างกายมนุษย์จะขาดเสียไม่ได้เลย ขาดเกลือขึ้นมาเมื่อไรก็หมายความว่ากระบวนการในร่างกายก็จะรวนเรทันที

เพราะเกลือเป็นธาตุพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์ในการรักษาสมดุลของระดับน้ำในร่างกายและช่วยในกระบวนการเผาผลาญอาหาร เกลือกับมนุษย์จึงมีความสำคัญอย่างมิอาจแยกจากกันได้

มีตัวเลขเปรียบให้เห็นง่ายๆ ว่า ในคนที่มีน้ำหนักตัว 70 กิโลกรัม จะมีเกลืออยู่ในร่างกายประมาณ 150 กรัม ดังนั้น ในเลือดของทุกคนจะมีเกลือผสมอยู่ประมาณ 5 ใน 1,000 ส่วน

บริเวณที่มีเกลืออยู่มากก็คือแถวไขสันหลัง ต่อมน้ำเหลือง และในสารคัดหลั่งที่เป็นเหงื่อซึ่งจะมีเกลือปนอยู่มากที่สุด

ในทางการแพทย์นั้นถ้าหัวใจขาดเลือดจะทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อขาดเกลือจะทำให้เกิดอาการชัก ถ้าในกระเพาะอาหารขาดเกลือก็จะทำให้ระบบการย่อยไม่ดี

และหากใครขาดเกลือเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ไม่มีแรง ดังนั้น คนที่อ่อนเพลียก็เลยต้องได้รับน้ำเกลือเข้าไปหล่อเลี้ยง

แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าทุกชีวิตที่เกิดมาจะขาดเกลือไม่ได้เลย เพราะเกลือเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำรงอยู่และการพัฒนาของชีวิตมนุษย์

คงเป็นเพราะทุกวันนี้เราใช้เกลือกันในชีวิตประจำวันจนเคยชิน กลายเป็นของธรรมดาที่มองข้ามไปโดยไม่ค่อยได้ใส่ใจในรายละเอียด ทั้งที่เรื่องราวของเกลือนั้นมีผลต่อชีวิตและสุขภาพเราในระดับความเป็นความตายกันเลยทีเดียว

03-7

คงไม่ผิดนักถ้าจะกล่าวว่าเกลือเป็นเครื่องปรุงรสชนิดแรกของโลกที่มนุษย์นำมาใช้ในการปรุงอาหารและสร้างรสชาติให้กับปุ่มรับรสในลิ้นของมนุษย์ เนื่องจากคุณสมบัติพื้นฐานของเกลือมีความเค็มจึงช่วยให้รสชาติอาหารเข้มข้นขึ้นจากรสธรรมชาติดั้งเดิมของมัน สามารถเปลี่ยนจากรสหนึ่งไปสู่อีกรสหนึ่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

นอกจากนี้ มนุษย์ยังได้ใช้เกลือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะพิธีกรรมและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องมลทินและความบริสุทธิ์

เช่น ในพิธีกรรมของชาวยิวและชาวคริสต์ ที่เรียกว่า “ศีลล้างบาป” จะต้องมีการชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ เพื่อเปลี่ยนผ่านสถานภาพ และทำให้บุคคลเหล่านั้นเป็นคริสต์ศาสนิกชนที่สมบูรณ์ จึงใช้เกลือแตะที่ริมฝีปากของเด็กเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของพิธีนี้

05-6

หรือความเชื่ออีกเรื่องหนึ่งในหลายชนชาติ คือการโยนเกลือเหนือไหล่เพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายที่อาจติดตามตัวมาเมื่อพบกับสิ่งที่เป็นอัปมงคล หรือการเข้าร่วมพิธีที่เกี่ยวข้องกับคนตายก็มักจะโยนเกลือเหนือไหล่เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย

ความหมายของเกลือในทางวัฒนธรรมจึงเป็นเรื่องของการชำระล้าง ความบริสุทธิ์ สะอาด

ถ้าใครเคยดูการแข่งขันกีฬาซูโม่ของญี่ปุ่นที่ผู้เข้าแข่งขันต้องเข้าไปอยู่ในวงกลมที่โรยด้วยเกลือ และก่อนทำการแข่งขันก็จะมีการโยนเกลือเข้าไปในวงเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายออกไป ก็จะเห็นว่าพิธีกรรมนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่จะทำให้การแข่งขันเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ สะอาด และยุติธรรม

ด้วยรสเค็มของเกลือนี่เอง การเปรียบเทียบคุณสมบัติของเกลือและคุณสมบัติของมนุษย์จึงถูกนำมาใช้เทียบกับสิ่งของที่หายากขาดแคลนเช่นเดียวกับคุณงามความดีที่มีอยู่ในตัวคน

ดังเช่นสุภาษิตที่บอกว่า “จงรักษาความดีเหมือนเกลือรักษาความเค็ม”

เหมือนร่างกายของทุกชีวิตที่ต้องมีเกลือเป็นส่วนประกอบ เป็นคุณธรรมสำคัญที่ควรติดตัวมนุษย์ทุกคนเพื่อให้เกิดสันติสุข

ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติและประวัติศาสตร์โลก เกลือจึงเป็นทั้งวัตถุที่มีความสำคัญในทางพิธีกรรมและความเชื่อในทางศาสนาและของอุปโภคบริโภคในระดับยุทธปัจจัยที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิต เป็นที่ต้องการของผู้คนทุกชนชาติ

เกลือปรากฏในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางไสยศาสตร์มากมาย เช่น ในไอริช สกอตแลนด์ และอังกฤษ มีพิธีตักเกลือด้วยมือเทลงบนทรวงอกของคนตายเพื่อชำระดวงวิญญาณให้บริสุทธิ์และป้องกันจากปิศาจร้าย

ชาวเม็กซิโกเชื่อว่าเกลือบ้านใครหมดก็จะเกิดความชั่วร้ายขึ้นในบ้านนั้น

ชาวอินเดียนแดงในอเมริกาเชื่อว่าเทพแห่งเกลือเป็นเทพที่มีพลังอำนาจมากที่สุดในจักรวาล ทำให้เกลือของชาวพื้นเมืองกลายเป็นเครื่องบรรณาการที่สำคัญสำหรับชาวตะวันตกผิวขาว

ในประเทศเยอรมนี ถ้าเด็กหญิงคนใดลืมวางขวดเกลือลงบนโต๊ะอาหาร นั่นหมายความว่าเป็นการสารภาพว่าได้สูญเสียพรหมจรรย์ไปแล้ว

คนหลายเผ่าพันธุ์ในอดีตที่บูชาดวงอาทิตย์ เชื่อว่าเกลือเป็นของขวัญอันมีค่าจากเทพเจ้าเพราะดวงอาทิตย์สามารถแผดเผาน้ำทะเลให้เหือดแห้งจนกลายเป็นเกลือได้ ทำให้เขาเชื่อว่าจะได้รับการคุ้มครองดูแลจากเทพให้อยู่เย็นเป็นสุข

ในทางพระพุทธศาสนานั้นถือว่าเกลือเป็นโอสถ ในสมัยพุทธกาลใช้เกลือเป็นยารักษาโรคภิกษุที่อาพาธ

เกลือที่ถือเป็นเภสัช ได้แก่ เกลือสมุทร เกลือดำ เกลือสินเธาว์ เกลือโป่ง และเกลือหุง เช่นเดียวกับอารยธรรมจีนที่ใช้เกลือเป็นยารักษาโรคมากว่าสี่พันปี

เกลือยังเป็นรากฐานทางประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของโลกและความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศมายาวนานนับตั้งแต่มีนักวิชาการสรุปว่าอารยธรรมโลกเริ่มต้นขึ้นตามริมฝั่งทะเลทรายที่มีตะกอนเกลือทับถมกันมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ หลังจากนั้น ก็เกิดการต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรกันใกล้เมืองโบราณของลุ่มน้ำจอร์แดนที่ตั้งอยู่บนแหล่งทรัพยากรอันมีค่าคือเกลือ

เวลานั้นผู้ใดครอบครองความอุดมสมบูรณ์ของเกลือได้ก็สามารถสร้างความมั่งคั่งในทางเศรษฐกิจได้มากกว่าพื้นที่อื่น แม้กระทั่งปัจจุบันแหล่งเกลือใหญ่ของโลกก็กลายเป็นแหล่งแร่ธาตุที่มีมูลค่ามหาศาล

06-7

ในอดีตเกลือจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นของธรรมดาที่มีค่ามหาศาล ถูกนำไปใช้แลกเปลี่ยนกับสินค้าแทนเงินตราในหลายพื้นที่ เช่น ในแอฟริกา ทิเบต และบอร์เนียว

ดังนั้น รากศัพท์ของคำว่า “Salary” ซึ่งหมายถึง เงินเดือน หรือค่าจ้าง นั้นจึงมาจากรากศัพท์ของคำที่มีความหมายว่าเกลือนี่เอง

ยุคโรมันมีการจ่ายเงินเดือนแก่ทหารเป็นเกลือ เรียกว่า “Salarium” และชาวกรีกโบราณใช้เกลือเป็นของเซ่นไหว้เทพเจ้าที่ขาดไม่ได้เลยเพื่อเป็นเครื่องแสดงความเคารพยำเกรง

ชาวยุโรปที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานในอเมริกาก็นำเกลือติดตัวไปเป็นสินค้าในการแลกเปลี่ยนอาหาร ขนสัตว์ และที่ดินกับคนพื้นเมืองอินเดียนแดง

ในบางประเทศค่าของเกลือเทียบเท่าทองคำ โดยเฉพาะประเทศทางตอนเหนือของทะเลทรายซาฮาร่าซึ่งมีเกลืออุดมสมบูรณ์จะนำเกลือมาเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนกับทองคำบริเวณเมืองท่า ทิมบักตู (Timbuktu) ซึ่งต่อมากลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าสำคัญในยุคกลางอันมีชื่อเสียง เป็นจุดขนถ่ายสินค้าลำเลียงทองคำด้วยกองคาราวานในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

เคยมีการกล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งราคาเกลือเทียบเท่ากับราคาของทองคำและราคาของมนุษย์ที่ถูกจับมาขายเป็นทาส ทำให้เกลือกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่ามหาศาลที่คนทุกกลุ่มต้องการครอบครองและควบคุมแหล่งผลิตที่สำคัญ

04-5

ในประวัติศาสตร์โลกจึงมีสงครามแย่งชิงทรัพยากรเกลือหลายครั้ง ทำให้เกลือก็กลายเป็นยุทธปัจจัยที่สำคัญในการสงคราม เช่น การต่อสู้ของพวกคาธาจิเนียนกับกรีกและโรมันเพื่อควบคุมศูนย์กลางการผลิตและค้าเกลือในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของคาธาจิเนียน เนื่องจากทหารโรมันบุกเข้าไปโรยเกลือในพื้นที่ทำให้ผืนดินเมืองคาธาจแห้งแล้งไปทั่ว พืชผลเสียหาย ผู้คนอดอยากจนต้องยอมศิโรราบ

แม้แต่ในอินเดียสมัยที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษก็ถูกขูดรีดทรัพยากรเกลือที่ผลิตจากน้ำทะเลและการเก็บภาษีในอัตราที่สูง ทำให้ประชาชนชาวอินเดียกว่าพันคน นำโดยมหาตมะ คานธี ได้เดินขบวนต่อต้านไปที่ชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตเกลือในปี ค.ศ. 1930 ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้เป็นชนวนสำคัญในการเรียกร้องเอกราชคืนจากอังกฤษของคนอินเดีย

ปัจจุบันเกลือสำหรับคนอินเดีย จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญในการเป็นของขวัญแห่งความทรงจำและอิสรภาพที่ชาวอินเดียใช้มอบให้แก่กัน

ในวัฒนธรรมจีนมีของเจ็ดสิ่งที่จะไม่มีวันขาดยอมให้ขาดไปจากบ้านเด็ดขาด เพราะถือเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน ได้แก่ ไม้ฟืน ข้าว น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้ม และชา

ทางการจีนโบราณถึงขั้นตั้งหน่วยงานควบคุมการซื้อขายเกลือขึ้นโดยเฉพาะ ในบันทึกประวัติศาสตร์สมัยหมิงและชิง ระบุว่า ใครที่ต้องการได้อำนาจควบคุมเกลือนั้นต้องจ่ายเงินมากมายมหาศาลเพื่อซื้อตำแหน่งนี้มา

กษัตริย์ฝรั่งเศสในอดีตก็เคยเก็บภาษีจากเกลือในราคาสูงลิ่ว และราคาเกลือที่ซื้อขายกันนั้นแพงพอๆ กับรายได้ของคนๆ หนึ่งในรอบปี แถมยังมีการออกข้อกำหนดควบคุมการซื้อเกลือของประชาชนด้วย เพื่อไม่ให้มีการลักลอบกักตุน

สนุกไหมคะ? นี่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นของประวัติศาสตร์เกลือในอารยธรรมโลก

แต่เรื่องราวของเกลือยังจะมีต่อไป เพราะปัจจุบันนี้ผลวิจัยทางการแพทย์พบว่าผู้ที่กินเกลือมาก อัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงก็จะเพิ่มขึ้น

และปัญหาความดันโลหิตสูงนี่เองที่นำพามนุษยโลกเดินหน้าไปหาความตายเร็วขึ้น

 

ดูข่าวต้นฉบับ