“ออฟ” ยันไม่ได้หลอกแฟนคลับ เรื่องทำธุรกิจกับแฟน แค่ผิดพลาดทางเอกสาร โยนความผิดให้ราชการ

Manager Online เผยแพร่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 15.25 น. • MGR Online

“ออฟ จุมพล” ติ่งแตก โดนจับโป๊ะ หลอกแฟนคลับว่าทำธุรกิจกับคู่จิ้น มือดีงัดเอกสารแฉสุด ที่แท้ทำธุรกิจกับแฟน ไม่ใช่คู่จิ้น ยันเลิกกับแฟนแล้วและไม่ได้ทำธุรกิจร่วมกัน แต่ที่ยังมีชื่อในบริษัทเพราะเป็นความผิดพลาดทางเอกสาร โยนความผิดให้ราชการ ไม่ชอบให้คนมาด่าขอเลือกแคร์แค่คนที่รักพอ ไม่สนใจแฮชแท็ก #savepapii ลั่นไม่ต้องมาเซฟ ไม่ใช่เรื่องหนักหนา

ใหญ่โตสะเทือนไปทั้งวงการสาววาย เมื่ออยู่ดีๆ เกิดแฮชแทคในทวิตเตอร์จนกลายเป็นที่พูดถึง เริ่มจาก #ออฟโป๊ะแตก แต่ความร้อนแรงยังไม่ทันจบสิ้นก็มีแฮชแทคน้องใหม่มาแรงแซงอันอื่นอย่าง #ออฟมุก จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 งานนี้ร้อนถึงหนุ่มขวัญใจสาววายอย่าง "ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร" ที่เป็นคู่จิ้นกับ "กัน อรรถพันธ์" ต้องออกมาชี้แจง เพราะถูกแฉยับว่าเอาแฟนที่ชื่อ "สาวมุก" มาร่วมถือหุ้นในบริษัทเดียวกัน จนทำให้แฟนคลับบางกลุ่มไม่พอใจ ถึงขั้นประกาศจะเลิกติดตามเพราะเสียใจที่ถูกนักแสดงหนุ่มหลอกลวงว่า จริงๆ แล้วทำธุรกิจกันแฟนตัวเองไม่ใช่กับคู่จิ้น

ด้านออฟไม่หวั่นตอกกลับดราม่าว่าแท้จริงแล้วตนกับแฟนสาวได้ยุติความสัมพันธ์ไปเมื่อ 4 เดือนก่อนแล้ว ยอมรับว่าลืมเอาชื่อออกจากการเป็นกรรมการของบริษัท แต่ยังงงว่าอยู่ดีๆ ใครเอาเอกสารมาโพสต์ ยันไม่ติดใจเอาความ ส่วนธุรกิจใหม่เกี่ยวกับสตูดิโอเตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้

“เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่การเข้าใจผิดครับ เรื่องเอกสารมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วครับ ผมเห็นวันที่ 13 ตุลาคม ก็คือเรื่องเอกสารตอนแรกเราจบไปแล้ว แล้วเราก็ไปโฟกัสเอ็กซิบิชั่นของ เต ตะวัน แล้วผมก็ไม่ได้อะไรเลยเพราะเอกสารเราจบคนแรก เขาก็จะไปตามคนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ ไปเรื่อยๆ แล้วมาสรุปได้วันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งผมไม่ได้โฟกัสคราวนั้นแล้ว เพราะผมไปยุ่งเรื่องของเตอยู่ คือมันเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไป ไม่รอบคอบก็เลยเป็นแบบนี้”

ยืนยันความสัมพันธ์ว่าได้เลิกกับ “มุก” แฟนสาวมา 4 เดือนแล้ว

“ไม่ได้คุยกันแล้ว ส่วนเรื่องธุรกิจจริงๆ แล้วเมื่อก่อนเขาเป็นหุ้นครับ แต่ตอนนี้ด้วยระยะเวลาเราไม่ค่อยได้คุยกันแล้ว ก็ไม่อยากพูดถึงมากเท่าไหร่ เราห่างกันมานานประมาณ 4 เดือนแล้ว”

ขอบคุณคนที่ขุดเรื่องเอกสารออกมาแฉ เพราะตนเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า ยังมีชื่ออดีตแฟนถือหุ้นอยู่ โยนความผิดให้ระบบราชการ ที่จะต้องใช้เวลาปรับปรุงข้อมูล 2 สัปดาห์

“งงครับ คนก็ไปขุดคุ้ยกันมาได้ว่า เอกสารบริษัทคืออะไร แต่ก็ต้องขอบคุณเขาด้วยที่เราไม่ได้รอบคอบเอง ตัวเอกสารตรงนั้นก็เป็นชื่อที่สำคัญเหมือนกัน ก็ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้เรารู้เพราะเราก็ไม่รู้ เรามองข้ามไปแล้ว ตอนนี้ก็โอเค เราหาวิธีจัดการ มันคือระบบของข้าราชการ ก็เลยต้องใช้เวลาอีก 1-2 สัปดาห์ ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ก็ไม่นอยด์นะ แต่งงมากกว่าว่าเขาเห็นเอกสารพวกนี้ได้ยังไง แต่พอเห็นแล้วก็ขอบคุณที่เตือนเรา”

เผยตอนนี้หุ้นส่วนมีทั้งหมด 4 คน

“4 คนครับ ธุรกิจนี้เริ่มจากผมไปคุยกับพี่ที่ถ่ายซีรีส์ด้วยกัน มีผม มีพี่โร่ พี่บี และแฟนพี่บี กับมุกผมว่าไม่ต้องเคลียร์หรอก เพราะต่างคนต่างมูฟออนกันออกมาแล้ว และไม่อยากไปพูดถึงคนที่ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว คือเขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเรื่องนี้ เราไม่บอกดีกว่าไม่อะไรดีกว่า เพราะมันเป็นเรื่องที่ผมว่าถ้าเขารู้ก็คงจะซีเรียสนะ แล้วมันจะเป็นเรื่องที่เป็นอดีตไปแล้ว เขาไม่จำเป็นที่เขาจะต้องมารับรู้”

โอด..คนคอมเม้นท์บางคนก็เกินไป

“ก็ดูที่เขามาคอมเม้นท์ครับ แต่ก็เอาที่เขาไม่หนักหนามากเกินไปเอามาจำดีกว่า บางคนเกินไป (เสียงสูง)”

ยอมรับข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับบริษัท ขอแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดและมองไปที่อนาคตดีกว่า

“ผมว่าทุกอย่างมันมีปัญหาอยู่แล้วครับ เราแค่แก้ไขในอดีตที่เราพลาดแค่นั้นเอง ทำให้ดีที่สุดมองไปที่อนาคต ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีข่าวแบบนี้ได้ไง แต่ว่าไม่เป็นไรหรอกครับ คนอยากรู้มีเยอะผมเข้าใจๆ”

ขอเลือกแคร์แต่คนที่รัก ดีกว่าสนใจคนที่มาด่า

“เสียใจไหมเหรอครับ ผมว่าตอนนี่โลกโซเชียลมันกว้างมากเกินไปที่เราจะควบคุมได้ แล้วเราเลือกที่จะรับรู้สื่อมากกว่า แคร์คนที่เขาแคร์เรามากกว่าที่เราจะไปสนใจในสิ่งที่เขามาว่าเรา คือผมรู้ว่ามีคนรักเรา ก็ต้องมีคนเกลียดเรา แต่ว่าถ้ามาด่าเยอะเกินไป ถ้าสมมติ กัน (อรรถพันธ์) โดนด่ามากๆ ผมก็รู้สึกว่าไม่โอเค คุณมาด่าเขาเพราะอะไร”

ยันไม่ได้หลอกแฟนคลับ แต่เกิดความผิดพลาดเพราะไม่รอบคอบ

“มันเกิดขึ้นจากการไม่รอบคอบมากกว่า เรื่องเอกสารมันจบไปนานมากแล้ว และผมก็ไปโฟกัสที่วันที่ 19 นี้จะเป็นงานนิทรรศการของเต ซึ่งก็เตรียมงานมา 2 - 3 เดือนแล้ว ก็นานพอสมควรแล้ว ไม่ได้จะไปหลอกครับ ผมจะไปหลอกทำไม ด่าผมก็ด่าจริง ผมพูดผมก็พูดจริงๆ ผมไม่รู้จะไปหลอกเขาทำไม”

ไม่สนใจแฮชแท็ก #savepapii ลั่นไม่ต้องมาเซฟ

“ไม่ต้องมาเซฟครับ จริงๆ นะผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่หนักหนา แต่ก็ขอบคุณมากที่เข้าใจและเป็นห่วงเรา เราก็รับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงนั้น แต่ว่าเราก็รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงให้ดีที่สุดกับทุกคนมากกว่า ไม่ทรุดๆ เรารู้จักแก้ปัญหาและเดินต่อดีกว่า ถ้าทรุดแล้วอยู่กับที่มันเสียเวลาเรา”

แล้วตอนนี้หัวใจเป็นอย่างไรบ้าง

“ก็โสดครับ โอเคครับ อยู่ได้ครับ โฟกัสเรื่องงาน ตอนนี้งานเยอะ สตูดิโอเพิ่งเปิดอยากให้ออกมาดีๆ แต่พอมีเรื่องแบบนี้ก็แบบ.. ตอนแรกก็จะไม่พูดเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ว่าก็พูดหน่อย ทุกคนจะได้รู้ข้อเท็จจริง ตอนนี้เอางานก่อนดีกว่าครับ ช่วงนี้มีซีรีส์อีก 2 เรื่องครับ เรื่องสาวออฟฟิศสองพันปี , หอนี้ชะนีแจ่ม เรื่องหัวใจยังไม่พร้อม เอาสตูดิโอให้ไปรอดก่อน เอางานให้ดีก่อน ล้วเราค่อยไปโฟกัสตรงนั้นดีกว่า เพราะว่าการอยู่ตรงนี้ไม่มีเวลาให้เขา ไม่อยากให้เขามาเสียเวลากับเรา”

ดูข่าวต้นฉบับ