“อสังหาฯ” & “หุ้นจีน”...2 ธีมที่ควรมีติดพอร์ต

Wealthy Thai อัพเดต 24 ต.ค. 2562 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 08.56 น. • wealthythai
“อสังหาฯ” & “หุ้นจีน”...2 ธีมที่ควรมีติดพอร์ต

แม้จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ ‘ภาวะถดถอย (Recession)’ โดยเฉพาะหลังสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนทวีความเข้มข้นมากขึ้น ก็ฉุดให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ในขณะที่ตลาดตราสารหนี้ดูจะตอบรับกับสัญญาณ ‘Inverted Yield Curve’ ในเชิงลบ แต่ตลาดหุ้นมุมมองกลับตอบรับในเชิงบวกต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากนี้
ในสภาพแวดล้อมที่มองไปข้างหน้าเช่นนี้ ยังมี 2 ธีมการลงทุน ได้แก่ “อสังหาฯ” และ “หุ้นจีน” ที่ควรจะมีไว้ติดพอร์ตการลงทุนของคุณเอาไว้
เพราะการไม่มีไว้เลยก็อาจเป็น ‘ความเสี่ยง’ ในการลงทุนของคุณได้เช่นกัน ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

“หุ้นจีน”…ไม่ลงทุนไว้ถือเป็น ‘ความเสี่ยง’

“หุ้นจีน” เป็นหนึ่งในตลาดที่มีความผันผวนมากโดยเฉพาะในอดีตที่ผ่านมาและนั่นอาจทำให้นักลงทุนหลายคนเข็ดขยาดไปตามๆ กัน “ไพศาล ครุฑดำรงชัย” รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทหารไทย จำกัด ยอมรับว่า ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้นโดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ที่เริ่มเข้าไปลงทุนใน ‘หุ้นจีน’ กัน เฉพาะในปี2008 ใครลงทุนหุ้นจีนไว้ ‘ขาดทุน’ เฉลี่ย 70% เรียกว่ามีเงิน 100 บาท ขาดทุนไป 70 บาท เหลือ 30 บาทเลยทีเดียว เพราะในอดีต ‘หุ้นจีน’ ก็เหมือน ‘หุ้นไทย’ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว มีแต่ ‘รายย่อย’ เล่นกัน ไหนจะใช้มาร์จิ้นมาเล่นอีกพอรัฐบาลคุมในปี2015 ฟองสบู่ก็แตก ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ส่งสัญญาณจะขึ้นดอกเบี้ยเงินก็ขายออกจากตลาดเกิดใหม่กลับไปสหรัฐจีนก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
“ภาพความทรงจำเกี่ยวกับ ‘หุ้นจีน’ จึงเป็นตลาดที่ผันผวนมากทั้งใน ‘ทางดี’ และ ‘ไม่ดี’ ถ้าเข้าลงทุนถูกจังหวะก็ดีได้เช่นกัน ล่าสุด ‘Ray Dalio’ ผู้บริหารเฮดจ์ฟันด์ใหญ่สุดในโลกออกมาให้สัมภาษณ์ CNBC ว่าถ้าคุณไม่ลงทุนในหุ้นจีนเลย อาจจะเป็นความเสี่ยงก็ได้”

 

 

มองดูตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนเฉลี่ยปีละ 6% และถูกคาดการณ์ว่าจะขึ้นเป็นเศรษฐกิจอันดับ1 ของโลกแทนสหรัฐในอนาคต (ปัจจุบันอันดับ2) แม้แต่ในปี2008 ที่เกิดวิกฤติการเงินโลกขึ้นนั้นเศรษฐกิจจีนก็ยังเป็นบวก จีนมีเครื่องมือที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกมากทั้ง ‘นโยบายการเงิน’ ‘นโยบายการคลัง’ ให้รายได้ของประชากรจีนโตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 6% กำลังซื้อของคนจีนในประเทศมีแต่เพิ่มขึ้นจนปัจจุบันจีนเป็นเศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตจากการบริโภคในประเทศเป็นหลักแล้ว ต่างจากในอดีต
“ภาพของจีนตอนนี้เป็นเรื่องของเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการบริโภค การบริการ เป็นเรื่องของนวัตกรรม ไม่ใช่การรับจ้างผลิตเหมือนในอดีต ดังนั้น ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจจีน นี่คืออีกธีมการลงทุนที่ควรมีไว้ในพอร์ตของคุณเช่นกัน”

 

 

“REITs”…ตอบโจทย์ในยุคดอกเบี้ยต่ำ

อีกบริบทการลงทุนในยุคนี้นอกจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแล้ว ยังอยู่ในบริบทที่ ‘ดอกเบี้ยต่ำ’ ทั่วโลก“วิน พรหมแพทย์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.พรินซิเพิล จำกัด มองว่า จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกยังจะเป็นปัจจัยที่กดดันให้ดอกเบี้ยต่ำและส่งผลให้ ‘ผลตอบแทน’ จากการลงทุนในกลุ่ม ‘กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs)’ ยังคงมีความน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
-‘Global REITs’ ให้ Yield เฉลี่ย 3-4% ปัจจุบัน ‘Global REITs’ ให้ yield เฉลี่ย 4.5% ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีต แต่มีอัตราการเติบโตของการเช่าที่สูงกว่าเฉลี่ย 4-5%
-‘Asia Pacific REITs’ จะให้ Yield ที่สูงกว่าอยู่ที่ 4 - 5% แต่มีการอัตราการเติบโตของการเช่าน้อยกว่าอยู่ที่ 2-3%

 

 

“เป็น 2 กลุ่มที่มีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป นี่เฉพาะ Yield ซึ่งดีกว่าผลตอบแทนเงินฝากและตราสารหนี้ ในขณะที่มีความผันผวนต่ำกว่าหุ้น นี่ยังไม่รวมโอกาสกำไรจาก Capital Gain ที่อาจจะมีเข้ามาเพิ่มเติมได้อีก ในส่วนของ ‘REIT ไทย’ เองในปีนี้ก็ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก หากจะลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนมากๆ เหมือนในช่วงที่ผ่านมาอาจจะยาก แต่ถ้ามองเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแล้วยังสามารถลงทุนได้ แนะนำว่าควรจะผสมทั้ง 2 กลุ่มนี้ไว้ในพอร์ตเพื่อสร้างสมดุลให้กับพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ไปในตัว”
ทั้ง “REITs” และ “หุ้นจีน” จึงถือเป็นอีก 2 ธีม ที่ควรจะมีไว้ติดพอร์ต ทั้งเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงรวมทั้งยังเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีได้อีกทางหนึ่งด้วย จึงถือเป็น 2 ธีม ที่หากใครพลาดไม่ลงทุนไว้ก็ถือเป็น ‘ความเสี่ยง’ ในการลงทุนได้เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ