“ป้อง ณวัฒน์” บุกทำเนียบฯ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง "นายกตู่" งดเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐ

Amarin TV เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2562 เวลา 10.11 น.
“ป้อง ณวัฒน์” บุกทำเนียบฯ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง
สืบเนื่องจากงานเลี้ยงอาหารค่ำระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา มีเมนูซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน เป็น 1 ในรายการ

สืบเนื่องจากงานเลี้ยงอาหารค่ำระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา มีเมนูซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน เป็น 1 ในรายการอาหาร ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ โดยเฉพาะพระเอกหนุ่มอย่าง “ป้อง ณวัฒน์” ที่เป็นทูตด้านฉลามองค์กรไวล์ดเอด ก็ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางอินสตาแกรมตั้งแต่วันแรกๆ

ล่าสุดวันนี้ (11 ธันวาคม 2562) หนุ่มป้อง ก็ได้เดินทางมายังจุดบริการประชาชน ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือให้รัฐบาลสร้างบรรทัดฐานใหม่ ในการปกป้องฉลาม ด้วยการเลิกเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐทุกรูปแบบ

โดยคุณธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมารับจดหมายจากมือของหนุ่มป้อง และเผยว่า

อยากให้พวกเรามาร่วมกันคุ้มครองดูแลสัตว์ป่าแล้วก็สัตว์น้ำ ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันคุ้มครองสัตว์ป่าด้วย คงต้องมาช่วยกันดูแลการใช้ประโยชน์ที่ไม่ให้เกิดผลเสียหาย รวมทั้งที่หายากก็ต้องช่วยกันดูแลรักษาไว้ ที่สำคัญเรื่องของการรณรงค์คุ้มครองสัตว์ป่าสัตว์น้ำที่หายาก ก็เป็นภาพรวมของทั่วโลกอยู่แล้ว ผมคิดว่าในภาพนโยบายของรัฐบาลก็มีแนวทางการดำเนินการอยู่ มีแผนปฏิรูปประเทศ 5 ปี ที่ทางรัฐบาลก็ได้พยายามที่จะเข้ามาดูในส่วนนี้ แล้วก็สัตว์ป่าสัตว์น้ำที่หายาก เป็นเรื่องที่ทางเราให้ความสำคัญ แล้วก็คงต้องฝากพี่น้องสื่อมวลชนด้วย ตอนนี้ในสังคมปัจจุบันโซเชี่ยลมีเดีย รวมทั้งคนรุ่นใหม่ ก็มีมาเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นการที่พวกเราได้ทราบว่ามีการรณรงค์ในหลาย ๆ เรื่อง ด้านสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงสัตว์ป่าและสัตว์น้ำที่หายาก ก็มีมาอย่างต่อเนื่อง ก็คงต้องทำกันต่อไป แล้วในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่สำคัญในการอนุรักษ์ เช่น พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล หรือพื้นที่คุ้มครอง เนื่องจากเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะฉลาม ก็คงต้องรับความคุ้มครองดูแลเต็มที่ นอกจากนั้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำแผน ในเรื่องของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสัตว์น้ำที่หายาก ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

สำหรับเรื่องนี้ที่พวกเรานำมาให้กับทางรัฐบาลมาพิจารณา จริง ๆ ก็อยู่ในความสนใจอยู่แล้ว ก็จะนำเอาเรื่องนี้ นำเสนอท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แล้วก็กราบเรียนนายกรัฐมนตรีต่อไป ก็คิดว่าในเรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือจากเราด้วย ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐ ก็คงจะเป็นภาคประชาชนแล้วก็ภาคต่าง ๆ ด้วย มาร่วมมือกัน ขอบคุณมาก”

ด้านพระเอกหนุ่ม “ป้อง” เผยว่า ที่มาในวันนี้เพราะไม่อยากให้ที่ตนโพสต์ในโซเชียลมีเดียแล้วก็หายไป เพราะตนอยากจะจริงจังแล้วก็อยากให้เป็นรูปธรรม ซึ่งตอนนี้ก็มีการรณรงค์ทั่วประเทศ ให้ ลด ละ เลิก หูฉลาม และหน่วยงานที่จะช่วยได้ดีที่สุด ก็คือรัฐบาล เพราะฉะนั้นหากรัฐบาลเป็นตัวอย่างที่ดีช่วยรณรงค์ มันก็จะมีพลังมาก อาจช่วยให้อัตราการบริโภคหูฉลามลดลงอย่างที่ตั้งใจได้

ในฐานะที่เราเป็นฑูตไวลด์เอด เรารณรงค์เรื่องหูฉลามมาตลอด พอมาเห็นภาพแบบนี้ เรารู้สึกอย่างไรบ้าง ?

“ก็รู้สึกไม่ดีอยู่แล้วครับ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล จัดงานเลี้ยงโดยใช้หูฉลาม ก็คงต้องออกมาท้วงอยู่แล้ว หนึ่งในฐานะฑูตของเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าใครผมว่าก็คงไม่อยากให้ทานหูฉลาม”

ตอนที่เราโพสต์ลงไป เรามีอารมณ์โมโหไหม ?

“มันก็ไม่ได้โมโหหรอก เพราะบ้านเราไม่ได้มีกฎหมาย อย่างแคนาดา เขาห้ามนำเข้า-ส่งออก ครีบฉลาม รัฐบาลจีนตั้งแต่ปี 56 ในการเลี้ยงรัฐบาล เขาก็จะไม่มีการนำหูฉลามขึ้นโต๊ะแน่นอน เราก็รู้สึกว่า อาจจะเรียกว่าผิดหวังแล้วกัน ไม่มีสิทธิ์ไปโมโหอะไรใครนะครับ เพราะว่ามันก็ไม่ได้เป็นกฎหมาย สิ่งที่มาวันนี้ก็คือมาขอความร่วมมือ มาโน้มน้าวจิตใจคน ให้เห็นความสำคัญของฉลาม มีบางคนบอกทำไมไม่ไปรณรงค์ไม่ให้กินหมู กินวัว กินไก่ ซึ่งอันนั้นอาจจะหลงประเด็นนะครับ ผมไม่ได้มาพูดเรื่องศีลธรรม เพราะว่าผมก็ไม่ได้เป็นมังสวิรัตินะครับ ผมยังทานเนื้อ ทานหมู ทานไก่อยู่ แต่มาในเรื่องของการรักษาระบบนิเวศ คือฉลามไม่ได้มีผลมากกับระบบนิเวศ เป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร เหมือนสิงโตเหมือนเสือ ถ้าไม่มีฉลาม ก็แย่แน่ ๆ ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งระบบนิเวศ เพราะฉะนั้นศีลธรรมก็เป็นส่วนหนึ่ง ฉลามที่ถูกตัดครีบ ตายอย่างทรมานแน่นอน ถ้าคนไทยขี้สงสาร เห็นแล้วนำไปสู่การงดกิน ก็จะดีครับ แต่จริง ๆ ประเด็นคือเรามาพิทักษ์สิ่งแวดล้อม พิทักษ์ระบบนิเวศใต้ทะเล ไม่ได้เกี่ยวกับศีลธรรม”

คิดว่ายังมีอีกหลายคนไหม ที่ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ?

“ก็คงมีอีกหลายคนครับ ซึ่งก่อนที่ผมจะมาทำกับไวลด์เอด ผมก็ไม่รู้ข้อมูลเยอะขนาดนี้ ไม่คิดว่าเราเป็นประเทศที่ส่งออกหูฉลามเยอะขนาดนี้ เราคิดว่าจีนต้องกินเยอะแน่ ๆ เลย ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ เขาลดลงเรื่อย ๆ จนตอนนี้อัตราของไทยเยอะกว่านะครับ ก็รู้สึกว่าแล้วบ้านเราธุรกิจท่องเที่ยวก็สำคัญ ถ้าขาดไปแล้ว มันก็ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อหลาย ๆ ธุรกิจ”

ความคาดหวังของเราหลังจากที่เราเข้ามายื่นแล้ว ?

“อย่างไวลด์เอดเราทำทั่วเอเชีย ก็หวังว่าถ้าเป็นแบบแคนนาดาก็ดี ให้มีกฎหมายมาช่วยหน่อย อาจจะห้ามนำเข้า ห้ามส่งออก ผมเพิ่งไปเม็กซิโกมา ที่โน้นถ้าล่าฉลามทั้งตัว ยังถูกกฎหมายอยู่ แต่ถ้าครีบเริ่มผิดแล้ว อย่างน้อยเราก็ค่อย ๆ เริ่มก็ได้ ว่าถ้าล่าหูฉลาม จะสงวนได้ไหม ที่มาวันนี้ก็อยากจะให้เป็นกระแส ให้เห็นความสำคัญมากขึ้น”

มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เรากลัวฟีดแบคตรงนี้ไหม ?

“เราก็มั่นใจในสิ่งที่เราทำนะครับ คือผมไม่ได้มาบังคับ เพราะบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว เรามารณรงค์ มาโน้มน้าว แล้วที่บอกว่าฉลามเป็นสัตว์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ อายุในการตั้งครรภ์ 1-3 ปีโดยเฉลี่ย ไม่ได้มีกินกันง่าย ๆ แล้วถ้าไม่มีฉลาม มันก็กระทบหลายอย่าง ทั้งระบบนิเวศในทะเล ปะการัง ปลา ก็จะหายไป ผมไม่ได้บอกว่าห้ามกินสัตว์อะไรเลย ซึ่งจริง ๆ ฉลามก็มีผลเสียมาก มีสารพิษ มีโลหะหนักเยอะ ซึ่งก็มีแต่โทษ แล้วครีบฉลามก็ไม่ได้อร่อย ที่อร่อยคือ ซอสในการปรุงมากกว่า ถ้าเกิดงดได้ก็มีแต่เรื่องดี”

ฝากถึงคนที่ยังไม่เข้าใจ ?

“มันไม่ได้ผิดกฎหมายนะครับ แต่เราแค่รณรงค์ เพื่อตัวของเรา เพื่อท้องทะเลของเราและทั่วโลก อย่างที่บอกว่าถ้านับเป็นเรื่องศีลธรรม ก็คือเขาตายอย่างทรมาน โดนตัดครีบถีบลงทะเล บางคนอาจจะบอกว่าวัว หมู ไก่ ก็ทรมานเหมือนกัน มันก็ใช่ครับ แต่ถ้าในเรื่องของระบบนิเวศ อันนี้มันสำคัญจริง ๆ อยากจะรณรงค์ให้งดบริโภคซุปหูฉลามทุกชนิดนะครับ โดยเฉพาะในงานฉลอง โอเคแต่ก่อนผมก็ทาน แต่พอเรารู้แล้ว เราก็ไม่ทาน เรางดเลย วันนี้ที่มาก็ได้บอกทางรัฐบาล ว่าถ้างดได้ก็ดีนะครับ แล้วถ้าช่วยเรารณรงค์อีกแรงหนึ่งได้ก็ดี ตอนนี้เรามาร่วมมือกันถึง 9 องค์กร ก็ฝากด้วยนะครับ”

เราได้มีการขอออกกฎหมายไปเลยไหม ?

“เขาคงไม่ได้ฟังเราหรอกนะครับ ก็เป็นขอความร่วมมือแล้วกัน ตระหนักกันถึงปัญหา ช่วยกันได้ก็จะดีมากครับ ก็เข้าใจว่าจะออกเป็นกฎหมายมันยาก เพราะเพิ่งมีแคนาดาที่เดียวในโลก มันไม่ได้ง่าย ๆ ก็ค่อยๆพัฒนาไปทีละขั้นตอนก็ได้ครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ