“บ้านน้ำพุ” ต้นแบบใช้พืช “ใบกระท่อม”

ฐานเศรษฐกิจ อัพเดต 08 ส.ค. 2563 เวลา 03.18 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2563 เวลา 02.49 น. • Thansettakij

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน้ำพุ (รพ.สต.นำพุ) คณะอนุกรรมาธิการศึกษาหาแนวทางการใช้พืชกระท่อม สภาผู้แทนราษฎร  นำโดยนายเทพไท เสนพงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและรับฟังความคิดเห็นเรื่องการใช้ใบกระท่อม ที่บ้านนำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี นายสงคราม บัวทอง กำนันตำบลนำพุ ตัวแทนสาธารณจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวแทน ปปส.เขต 8สุราษฎร์ธานี ร่วมให้ข้อมูล

 

นายสงคราม กำนันตำบลนำพุ กล่าวว่า ตำบลน้ำพุได้จัดทำธรรมนูญตำบลในเรื่องการใช้ใบกระท่อม ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดมาตรา 52เมื่อปี 2559โดยมีการประชุมชาวบ้านและตกลงร่วมกัน กำหนดให้แต่ละบ้านปลูกใบกระท่อมได้ไม่เกิน 3ต้น พกพาได้ไม่เกิน 30ใบ และห้ามนำใบกระท่อมไปผสมกับยาแก้ไอ เป็น 4x100และห้ามนำไปจำหน่าย สามารถใช้ได้เฉพาะในครัวเรือน ซึ่งตลอดระเวลาของการดำเนินการได้รับความร่วมมือกับชาวบ้าน เป็นอย่างดี ไม่มีใครทำผิดธรรมนูญ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ลุ้น 24 มิ.ย.ปลดล็อกกระท่อมพ้นยาเสพติด

ชงครม.ปลดล็อก “กัญชา” ใช้รักษาโรค-ขายได้

สธ.เห็นชอบให้ใช้ ตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมใน รพ.สต. 

ครม.กรุยทางจ่อใช้“ใบกระท่อม”เชิงพาณิชย์

 

ด้านนายศุภรัตน์ กล่อมวิเศษ ปราชญ์ชาวบ้าน ให้ข้อมูลว่า ต้นกระท่อมทุกต้นมีการขึ้นทะเบียน มีคิวอาร์โค๊ดติดไว้ทุกต้น ตรวจสอบได้ทาง GPS และกำลังดำเนินการทำแอพพลิเคชั่น สามารถตรวจสอบได้ว่า ต้นกระท่อมอยู่ตรงจุดไหน

“กระท่อม มีฤทธิ์ ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง ฤทธิ์ของใบกระท่อมจะกระจายน้ำตาลไปเส้นเลือดทำให้ร่างกายตื่นตัวภายในเวลา 4-5 นาที เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีมาตั้งแต่อดีต อย่างผมตื่นเที่ยงคืน จะกินกาแฟกับใบกระท่อม 3 ใบ ชั่วโมงกิน 3 ใบ เสร็จประมาณ 10 โมงเช้า ใช้ประมาณ 30 ใบ” นายศุภรัตน์ กล่าวพร้อมระบุว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ได้เข้ามาศึกษาในด้านผลกระทบของใช้ใบกระท่อมในทางร่างกายไม่พบว่า มีผลกระทบในทางลบ ตรงกันข้ามใบกระท่อมช่วยในการรักษาโรค อาทิ เบาหวาน เป็นต้น ในทางสมองมีการวัดคลื่นสมอง ไม่พบว่า มีผลกระทบแต่อย่างใด

 

“แต่เดิมชาวบ้านใช้แล้ว ขยันทำงาน แต่ก็ถูกมองว่า เป็นพืชเสพติด แต่เมื่อมีผลวิจัยทางวิชาการ ก็มีความมั่นใจว่า พืชใบกระท่อมมีประโยชน์ตามที่ชาวบ้านเชื่อมาตั้งแต่อดีต” ปราชญ์ ชาวบ้าน กล่าว และว่า ในส่วยของวัยรุ่นในหมู่บ้านมีคนติดยา 42 คน มีการพูดกัน และนำใบกระท่อมมาเป็นสูตรในการเลิกยา ปรากฏว่า ได้ผลดี เมื่อคนที่ติดยากินเข้าไป ความกระวนกระวายในความต้องการยาได้หายไป ไม่มีใครละเมิดกฎในการนำไปผสมยาแก้ไอเป็น 4x100 ซึ่งเป็นอันตราย แต่ก็มีการต้มเป็นนำผสมไซรับ รวมทั้ง ผสมบ๊วย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเพราะบ๊วยทำให้ชุ่มคอ สามารถยืนยันได้ว่า บ้านน้ำพุเป็นโมเดลของการใช้ใบกระท่อมที่ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

นายเทพไท กล่าวว่า ความจริงไม่อยากมาบ้านน้ำพุ เพราะเกรงว่า จะเป็นภาระเพราะเป็นสถานที่ๆคนมาศึกษาดูงานตลอดเวลา แต่คณะอนุกรรมาธิการฯ ก็เห็นว่า หากไม่มาก็จะไม่ครบกระบวนการในการศึกษา ซึ่งการมายังสถานที่จริงก็ได้ประโยชน์ จะนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายปลดล็อกระท่อมออกจากพืชยาเสพติดแต่จะต้องมีแนวทางการป้องกันดูแลเหมือนกันบ้านน้ำพุ ซึ่งบ้านน้ำพุประสบความสำเร็จเพราะมีผู้นำที่เข้มแข็งอย่างกำนันสงคราม หากเป็นพื้นที่ๆผู้นำไม่เข้มแข็งก็อาจจะมีปัญหา

 

“ที่บ้านน้ำพุ มีการศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่างๆที่เป็นประโยชน์ และพบว่า ไม่เพียงช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉงทำงานได้ดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยลดน้ำหนัก และลดเบาหวาน ในอนาคตอาจเป็นพืชเศรษฐกิจได้ ตอนนี้ ได้มีการเสนอกฎหมายเข้าสภาฯ แต่เขียนมา 2-3 บรรทัด ผมอ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจ ก็เลยให้คณะร่างเพื่อประกบร่างของรัฐบาล และตามที่ปราชญ์ชาวบ้านเสนอ ก็คือ จะแยกพืชกระท่อมมาต่างหาก เหมือนพรบ.ข้าวหรืออ้อย จะทำให้การใช้กฎหมายมีความชัดเจน” นายเทพไท ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ