“ธนาธร” ยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้บริหาร วี-ลัค มีหน้าที่แค่เซ็นเช็คขายหุ้น เมียเป็นคนจัดการ

ประชาชาติธุรกิจ อัพเดต 07 พ.ย. 2562 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 04.54 น.
100322

เวลา 09.00 น.วันที่ 18 ตุลาคม 2562 ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดไต่สวน พยานจำนวน 10 ปากในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้พิจารณาว่า ความเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(3) เนื่องจากถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีมติรับคำร้องเมื่อวันที่ 23 พ.ค.และสั่งนายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวนพยานบุคคลของศาลจำนวน 10 ปาก ในกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กรณีถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชนสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

ทั้งนี้สำหรับรายชื่อพยาน 10 ปากที่ศาลนัดไต่สวนในวันนี้ ประกอบด้วย 1.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2.นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 3.นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 4.นายปิติ จรุงสถิตย์พงศ์ หลานที่รับโอนหุ้น 5.นายทวี จรุงสถิตย์พงศ์ หลานที่รับโอนหุ้น 6. น.ส.ลาวัลย์ จันทร์เกษม พนักงานวี-ลัค 7.น.ส.กานต์ฐิตา อ่วมขำ พนักงานวี-ลัค 8.นายณัฐนนท์ อภินันท์ ทนาย 9.นายพิพัฒพงศ์ รุจิตานนท์ ทนาย 10.นายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ คนขับรถ
ปรากฏว่า นางสมพร และนางรวิพรรณ แม่และภรรยาของนายธนาธร เดินทางมาถึงตั้งแต่เวลา 07.40 น. โดยมีพยาบาลมาคอยดูแลนางสมพรด้วย ส่วนนายธนาธรเดินทางมาถึงในเวลา 08.30 น

นายธนาธร ให้สัมภาษณ์ ว่า เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ ในหลักฐานของเรา เพราะถ้าไปดูเอกสารที่ตนนำมาหักล้างข้อกล่าวหา จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีใคร มีพยาน หลักฐานอะไร มาหักล้างสิ่งที่เราแสดงได้ จึงต้องดูว่า ศาลจะมีอะไรมาหักล้าง โดยได้ส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้ศาลหมดแล้ว

อย่างกรณีบริษัทวี-ลัค เป็นสื่อหรือไม่ จริงๆ บริษัทได้แจ้งหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่เดือน พ.ย.ไปแล้วไม่มีการดำเนินการ ไม่มีพนักงาน เมื่อปิดดำเนินการ ก็ถือว่าไม่เป็นสื่อแล้วและถ้าไปดูในรายละเอียดบริษัททำอะไร มีคำพิพากษาศาลฎีกากรณีตัดสิทธิ์การลงสมัครส.ส.ของนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ศาลระบุว่า แม้มีวัตถุประสงค์ของบริษัททำสื่อแต่ข้อเท็จจริงทำรับเหมาก็ถือว่าเข้าข่ายต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แต่เมื่อเราเอามาตรฐานนี้ไปใช้ในการร้อง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ต่อศาลรัฐธรรมนูญๆชี้ว่าดูแต่ตัวอักษรไม่ได้ ต้องดูว่าทำกิจการสื่อจริงหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้หากเอามาใช้กับบริษัทวี-ลัคที่รับจ้างผลิตหนังสือ ให้กับบริษัท นกแอร์ และปิดกิจการไปแล้วตั้งแต่เดือนพ.ย.ข้อนี้ศาลจะตีความอย่างไร

ส่วนใครที่เอาเอกสารบอจ. 5 มาอ้างก็มีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเรื่องความเป็นรัฐมนตรีของนายดอน ปรมัตถ์วินัยไม่สิ้นสุดลงโดยศาลบอกว่าดูเเค่ตราสารการโอนหุ้นก็พอไม่ต้องดูเอกสารบอจ. 5 ดังนั้น เราจึงยืนยันในความบริสุทธิ์ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แม่และภรรยา ก็เตรียมตัวพร้อมอย่างดี ส่วนที่ตนนำสำนวนมาเปิดเผยนั้นก็ต้องการให้สาธารณชนได้ดูเพราะเห็นว่าที่ผ่านมาได้ชี้แจงอธิบายไปมากแล้ว ฝ่ายกล่าวหาโจมตีก็ไม่เคยมีพยานหลักฐานมาหักล้าง มีแต่พูดว่าผิดตรงนั้นตรงนี้จึงอยากให้สาธารณชนช่วยพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นในเวลา 09.30 น. นายธนาธรได้ขึ้นเบิกความชี้แจงต่อศาล โดยเบื้องต้นยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในบริษัทวี-ลัคมีเดียซึ่งเป็นธุรกิจหนึ่งของครอบครัว และตนไม่ใช่ผู้บริหาร แต่ภรรยาตนเป็นผู้บริหารตามคำชักชวนของมารดาของตน และภายหลังได้ถือหุ้น ส่วนเรื่องการขายหุ้นวี-ลัคมีเดีย ที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 ม.ค.2562 เป็นเพียงแค่วันธรรมดาวันหนึ่ง โดยออกจากบุรีรัมย์ประมาณ 11.00 น. และถึงบ้านที่ กทม.16.00 น. ซึ่งนัดหมายการโอนหุ้นในเวลา 17.00 น. การโอนหุ้นตนมีหน้าที่เซ็น และจากการทำธุรกิจมา 20 ปี ไม่เคยไปที่กระทรวงพาณิชย์แม้แต่ครั้งเดียว และเรื่องการจัดการเงินทองๆ ตมนอบหมายให้ภรรยาเป็นคนเก็บเช็ค ตนไม่เคยจับต้อง ไม่ได้เป็นคนจัดการการเงินของครอบครัว ไม่เคยถือแม้แต่สมุดบัญชีของตนด้วยซ้ำไป

ดูข่าวต้นฉบับ