“ทองคำ” แพะรับบาปเมื่อ “บาทแข็ง”

Businesstoday เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 00.07 น. • Businesstoday
“ทองคำ” แพะรับบาปเมื่อ “บาทแข็ง”

หลังจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศมาตรการอนุญาตให้คนไทยลงทุนทองคำ ผ่านบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ที่เปิดกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยสามารถเก็บเงินตราต่างประเทศจากการขายทองคำไว้ในบัญชี FCD โดยไม่ต้องแลกเป็นเงินบาท และสามารถใช้เงินสกุลต่างประเทศซื้อขายทองคำในครั้งต่อไปได้ (อ่าน >> ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย)

นายพิชญา พิสุทธกุล อุปนายกสมาคมค้าทองคำ มองว่ามาตรการดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ แต่ไม่มีความจูงใจต่อผู้ประกอบการร้านค้าทองคำ เพราะส่วนใหญ่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนให้สะพัดทั้งซื้อเข้าและขายออก

โดยปัจจุบันเศรษฐกิจทั่วโลกส่วนใหญ่ 85% ยังอยู่ในสถานการณ์ ย่ำแย่ ทำให้นักลงทุนขายออกในตลาดทองคำ และกลับเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น เพราะสามารถกระจายความเสี่ยงเลือกซื้อหุ้นได้หลายตัว ต่างกับการลงทุนในทองคำที่มีเพียงตัวเดียวเท่านั้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นถึง 100% อีกทั้งปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม ส่งผลให้เงินไม่สะพัด เกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้น ทำให้ปริมาณการซื้อทองคำรูปพรรณลดลง

ทองคำไม่ใช่ แพะรับบาป เมื่อบาทแข็ง

ทั้งนี้มองว่าปัจจัยที่ต้องติดตามคือ สงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องติดตามการค้าสหรัฐฯกับยุโรปอีกด้วย โดยมองราคาทองคำช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 1,445-1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ประมาณบาทละ 20,800 บาท ซึ่งหากมาตรการของธปท.ได้ผลทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นอยู่ที่ประมาณบาทละ 21,000 บาท

"ปัจจุบันทองคำแท่งเป็นแพะรับบาป จากการถูกมองว่าการส่งออก และการแลกเปลี่ยนเงินทำให้เงินบาทเกิดการแข็งค่า ซึ่งเป็นความจำเป็นของผู้ประกอบการที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนเงิน จะไม่พักเงินไว้ เพราะต้องนำเงินมาหมุนเวียนต่อ โดยการออกมาตรการดังกล่าวของธปท.ถือว่าช่วยลดค่าเงินให้อ่อนลงได้ แต่อยากให้ค่าเงินมีประสิทธิภาพและคงที่มากขึ้น เพื่อเป็นผลดีต่อการค้าขายทองคำ และนักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอติดตามค่าเงิน เพราะมีผลต่อการตัดสินใจเข้าลงทุน"

ทองคำ เดือน พ.ย. ยังไม่น่าสน

นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน พ.ย.62 อยู่ที่ระดับ 54.25 จุด ปรับลดลงจากเดือน ต.ค.ที่ระดับ 56.35 จุด ลดลง 2.10 จุด หรือคิดเป็น 3.73% เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท กระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น การเจรจาสงครามทางการค้า และแรงขายเก็งกำไรของกองทุน

โดยจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 306 ตัวอย่าง พบว่า 40.20% จะไม่ซื้อทองคำในช่วงเดือนนี้ ขณะที่ 33.33% ไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำหรือไม่ และ 26.47% คาดว่าจะซื้อทองคำ

ขณะที่ความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำจำนวน 10 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่ 5 รายเชื่อว่าราคาทองคำในเดือน พ.ย.62 จะปรับตัวลดลง อีก 4 ราย คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับเดือน ต.ค.62 ส่วนอีก 1 รายคาดว่าราคาทองคำจะเพิ่มขึ้น (ที่มา : ดัชนีความเชื่อมั่นทองคำ)

จับตาแรงขายทองช่วง พ.ย.

สำหรับการคาดการณ์ราคาทองคำในเดือน พ.ย.62 ของผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ คาดว่า ราคา Gold Spot มีกรอบเฉลี่ยบริเวณ 1,447-1,525 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศ ความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 20,900-21,800 บาท และค่าเงินบาทให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 30.03-30.57 บาท/ดอลลาร์

คำแนะนำในการลงทุนทองคำในเดือน พ.ย.62 ผู้ค้าทองคำรายใหญ่แนะนำให้นักลงทุนจับตาแรงขายทำกำไรที่สลับออกมาว่ามากน้อยเพียงใด หากแรงขายไม่มากอาจเป็นเพียงการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้อ จะทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มแกว่งตัวออกด้านข้าง ซึ่งหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,458-1,450 ดอลลาร์/ออนซ์ จะมีโอกาสค่อยๆ ขยับขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,535 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้ นักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ เนื่องจากราคาทองคำมีความผันผวน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
>> ตุลาคม ยังไม่ใช่จังหวะซื้อ “ทองคำ”
>> จับช่องเล่น ทองคำ ขาขึ้น “ทองแท่ง-กองทุนทอง-ETFทอง”

ดูข่าวต้นฉบับ