“การบริหารเงิน”...ตามวัย

Wealthy Thai อัพเดต 30 พ.ย. 2562 เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2562 เวลา 02.41 น. • wealthythai
“การบริหารเงิน”...ตามวัย

ในแต่ละช่วงวัยนั้น จะมีความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรวางแผนการบริหารเงินไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงิน

 

 

และเรื่องสำคัญคือการวางแผนสำหรับเกษียณ หลายๆ คน คงเคยได้ยินคำถามทำนองว่า จะลงทุนอะไรดี? ตอนนี้อะไรที่ให้ผลตอบแทนดี? หรือลงทุนอะไรที่จะได้ผลตอบแทนเยอะ? ซึ่งจะเห็นได้ว่าเน้นแต่ ‘ผลตอบแทน’ แต่ไม่ได้คำนึงถึง ‘ความเสี่ยง’ ของหลักทรัพย์ที่ไปลงทุน และอาจจะไม่เหมาะกับผู้ลงทุน เรียกได้ว่าเวลาผลตอบแทนติดลบอาจจะทำให้นอนไม่หลับเลยก็เป็นได้

 

 

เมื่อมีคำถามต่อมาว่า แล้วการลงทุนแบบไหนที่เหมาะกับเรา ผู้เขียนจึงขอแบ่งการลงทุนและ ‘การบริหารเงินตามช่วงวัย’ คือ วัยเริ่มทำงาน วัยสร้างครอบครัว วัยเตรียมเกษียณ และวัยหลังเกษียณ โดยสินทรัพย์เพื่อการลงทุนแต่ละช่วงวัยนั้น จะยกมาเพียง 4 ประเภท เรียงลำดับจากความ ‘เสี่ยงสูง’ ไปยังความ ‘เสี่ยงต่ำ’ คือ สินทรัพย์ทางเลือก ได้แก่ ทองคำหรือกองทุนรวมทองคำ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้และเงินฝากหรือกองทุนรวมตลาดเงิน สำหรับการลงทุนในแต่ละช่วงวัยนั้น ขอแนะนำดังนี้

 

 

           

  • ‘วัยเริ่มทำงาน’ หรือ ในช่วงอายุประมาณ 22-35 ปี เป็นช่วงที่อายุยังน้อย มีระยะเวลาการลงทุนได้อีกนาน จึงสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงได้ ทั้งนี้สำหรับการบริหารเงินในวัยนี้ ควรเน้นเรื่องของการออมและการลงทุน ข้อสำคัญคือควรจะมี ‘หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้’ เช่น รถ ให้ช้าที่สุด เพราะนอกจากต้องเสียดอกเบี้ยแล้วยังคงมีรายจ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าประกัน ค่าซ่อมบำรุง เป็นต้น

 

 

“สำหรับการบริหารเงินลงทุน แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น เนื่องจากในระยะยาวแล้ว ตลาดหุ้นยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ แม้ในบางช่วงอาจจะติดลบ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงกลับมาทำผลตอบแทนได้ดี สังเกตจากวิกฤตที่ผ่านมา”

 

ดังนั้นจึงเน้นพอร์ตการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคาดหวังระยะยาวในอัตราที่สูง พอร์ตการลงทุนที่แนะนำคือ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น 70% ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ 20% สินทรัพย์ทางเลือกเช่น ทองคำ 10%

 

  • ‘วัยสร้างครอบครัว’ หรือในช่วงอายุ 36-45 ปี ในวัยนี้จะเริ่มมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมา หรือบางท่านอาจจะเริ่มมีหนี้สิน เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ดังนั้น พอร์ตการลงทุนควรลดความเสี่ยงลง และควรวางแผนสำหรับปกป้องความเสี่ยง เช่น ประกันภัยหรือประกันชีวิต พอร์ตการลงทุนที่แนะนำคือ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น 50% ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ 40% สินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ 10%
  • ‘วัยเตรียมเกษียณ’ หรือในช่วงอายุ 46-60 ปี เป็นช่วงที่จะพอเห็นแล้วว่า เงินสำหรับใช้หลังเกษียณเพียงพอหรือไม่ ซึ่งหนี้สินต่างๆ เช่น บ้าน ควรวางแผนชำระให้หมดก่อนเกษียณ พอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมจึงไม่ควรมีความเสี่ยงมากนัก เนื่องจากเมื่อถึงเวลาต้องใช้เงิน พอร์ตอาจจะอยู่ในช่วงที่ผลตอบแทนไม่ดี ทำให้ไม่พอใช้ พอร์ตการลงทุนที่แนะนำคือ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น 30%  ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ 60% สินทรัพย์ทางเลือกเช่น ทองคำ 10%

  • ‘วัยหลังเกษียณ’ หรืออายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่ต้องวางแผนการใช้เงิน เพราะอาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้าย ดังนั้นพอร์ตการลงทุนควรมีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องบางส่วนเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ผลตอบแทนในระยะยาวควรชนะเงินเฟ้อ ดังนั้นพอร์ตการลงทุนที่แนะนำ คือ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น 10% ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ 60% เงินฝากหรือกองทุนรวมตลาดเงิน 30%

ค่าใช้จ่ายของทุกวัยที่วางแผนได้ยากนั้น คือ ‘ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล’ โดยถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน อาจจะมีสวัสดิการของที่ทำงาน แต่ในวัยหลังเกษียณอาจจะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ทำให้กระทบกับแผนการเงิน

 

“ดังนั้น ‘แผนปกป้องความเสี่ยง’ หรือ ‘แผนประกัน’ จึงเป็นสิ่งที่ควรจะคำนึงถึง และการออกกำลังกายก็จะช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้ครับ”

 

 

ทั้งนี้ขอหมายเหตุเล็กๆ ว่าในกรณี ‘หุ้น’ นั้น ‘กองทุนรวมหุ้น’ จะช่วยให้กระจายการลงทุนได้มากกว่า และอาจจะแบ่งเงินบางส่วนลงทุนใน ‘กองทุนรวมที่ให้สิทธิทางภาษี’ ได้ด้วย และคำแนะนำในการจัดพอร์ตนี้เป็นการแนะนำอย่างกว้างๆ เพราะบางท่านอาจรับความเสี่ยงได้สูงหรือต่ำกว่าคนในช่วงวัยเดียวกัน ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ในการลงทุนครับ

 

 

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,TFPA Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th     

 

ดูข่าวต้นฉบับ