‘โตชิบา’ กำไรดีสุดรอบ 2 ปี เล็งซื้อคืนบริษัทลูก 3 แห่ง

The Bangkok Insight เผยแพร่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 09.45 น. • The Bangkok Insight
‘โตชิบา’ กำไรดีสุดรอบ 2 ปี เล็งซื้อคืนบริษัทลูก 3 แห่ง

โตชิบา คอร์ป กลุ่มบริษัทรายใหญ่ของญี่ปุ่น รายงานกำไรรายไตรมาสดีสุดในรอบ 2 ปี พร้อมประกาศซื้อคืน 3 บริษัทในเครือที่จดทะเบียนในตลาด ในการเดินหน้าหลุดพ้นจากเรื่องอื้อฉาวด้านการจัดทำบัญชี และวิกฤติบริหารบริษัท

วันนี้ (13 พ.ย.) โตชิบารายงานผลกำไรจากการดำเนินงาน ประจำไตรมาส 2 ของปีงบการเงินปัจจุบัน สิ้นสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมารที่ 44,230 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 6,250 ล้านเยนจากปีก่อนหน้านี้ หลังบริษัทดำเนินการลดค่าใช้จ่าย และควบคุมการเข้าทำโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีส่วนต่างผลกำไรต่ำ

พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงตัวเลขคาดการณ์ผลกำไรของทั้งปีงบการเงิน ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2563 ที่ 140,000 ล้านเยน เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 35,400 ล้านเยนที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว และสอดคล้องกับเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ตามแผนการดำเนินงาน 5 ปี

โตชิบา บอกด้วยว่า จะดำเนินการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) ของบริษัทลูก 3 ราย คือ "โตชิบา แพลนท์ ซิสเต็มส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส " บริษัทด้านวิศวกรรมโรงงาน "นิชิชิบะ อิเล็กทริค" บริษัทระบบไฟฟ้าทางทะเล และ"นูแฟลร์ เทคโนโลยี" ผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิพ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนให้เป็นบริษัทในเครือที่โตชิบาถือหุ้นเต็ม 100%

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังผู้ถือหุ้นบางรายผลักดันให้บริษัทดำเนินการมากขึ้น เพื่อยกเครื่องพอร์ทสินทรัพย์ที่ขยายตัวออกไปเป็นจำนวนมาก และรัฐบาลญี่ปุ่นได้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการขัดแย่งด้านผลประโยชน์ขึ้นมา ระหว่างบริษัทแม่ กับบริษัทลูกที่จดทะเบียนในตลาด ทั้งยังกำหนดแนวทางบรรษัทภิบาลให้กับบริษัทเหล่านี้ด้วย

ทั้งนี้ โตชิบาได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายออกจากการทำกำไร จากขนาดของกิจการ ตั้งแต่เกิดเรื่องอื้อฉาวด้านการจัดทำบัญชีครั้งใหญ่ ที่ทำให้ "เวสติ้งเฮาส์" หน่วยงานด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ในสหรัฐ ประสบภาวะล้มละลาย และต้องขายทิ้งธุรกิจชิพความจำ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำกำไร

โตชิบายังได้ยกเครื่องบอร์ดบริหาร ด้วยการเพิ่มจำนวนกรรมการบริหารจากภายนอกองค์กร รวมถึงกรรมการบริหารที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกในรอบ 80 ปี ตามแรงกดดันของนักลงทุน

ในแผนธุรกิจกำหนด 5 ปีนั้น บริษัทตั้งเป้าที่จะมีส่วนต่างกำไรจากการดำเนินงานราว 8-10% ภายในปีงบการเงินที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2567 ด้วยการมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจพลังงาน สาธารณูปโภคพื้นฐานทางสังคม และบริการ

ดูข่าวต้นฉบับ