‘เมื่อความเจ็บเก็บเงียบมากว่า 45 ปี’ รักร้าวผ่านหนังเรื่อง 45 Years เจ็บ รัก เก่า - ซีนนี้มา

LINE TODAY เผยแพร่ 23 ส.ค. 2562 เวลา 17.00 น. • Ruby The Journey

/ซีน นี้ มา -ว่าด้วยการหยิบยกซีนหรือฉากหนังบางฉาก มาขยายความน่าสนใจให้ใหญ่ขึ้น

เคยสังเกตมั้ย… เวลาเราสนิทกับใครมากๆ เราจะไม่ค่อยมีรูปคู่กับเขาสักเท่าไหร่ ถ้ายิ่งกับคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาเป็นเวลานานกว่า 45 ปีแล้วนั้น ก็คงแทบจะไม่มีร่องรอยความหวานชื่น โรแมนติกในแบบวัยรุ่นแรกรัก รูปถ่ายที่มีก็คงเป็นรูปเก่าเก็บที่อยู่ในกล่อง รวมกับของแทนความทรงจำอื่นๆ ในนั้น

45 Years เป็นหนังที่ไม่ได้โด่งดังมากในตอนที่เข้าฉาย แต่กลับกวาดรางวัลมากมายและเรียกได้ว่าเป็นการแสดงที่ดีที่สุดของคุณป้าชาร์ล็อต แรมปริง (Charlotte Rampling) เลยก็ว่าได้ โดยเนื้อเรื่องดำเนินตามชีวิตประจำวันอย่างเนิบๆ ใช้เวลาวันต่อวันเพื่อบีบเค้นหัวใจของคนดูขึ้นไปเรื่อยๆ ชีวิตรักที่ดำเนินมาถึง 45 ปี จะว่าราบเรียบแต่ก็คล้ายว่าจะมีความหลังก่อตัวอยู่ภายในใจมากเช่นกัน มีดีเทลเล็กๆ ในความสัมพันธ์ที่พร้อมจะแตกหักได้ตลอด แม้ความทรงจำจะหล่นหาย แต่บางความรู้สึกยังคงชัดเจนอยู่เสมอ… ‘เขาลืมเลือนหลายสิ่ง แต่เลือกจำทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ’

‘อดีตที่ฝังใจ ความรู้สึกภายในยังคงชัดเจน’

(แนะนำให้เปิดเพลง Smoke Gets In Your Eyes ของ The Platters ในระหว่างอ่าน)

ซีนที่เลือกมาขยี้ต่อให้เจ็บหนักกันในวันนี้ คือซีนที่เคท(คุณป้าชาร์ล็อต) เริ่มประติดประต่อทุกอย่างได้ และพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับคนรักเก่าของสามีบนห้องใต้หลังคา ไม่ใช่แค่สมุดบันทึกแห่งความทรงจำ แต่ยังมีสายใยบางอย่างที่เธอรับรู้ได้ทันทีว่า มีแค่สามีและแฟนเก่าของเขาเท่านั้นที่จะเข้าใจ เป็นความเจ็บปวดของการใช้ชีวิตคู่ไปพร้อมกับแบกรับความเจ็บปวดในอดีตของคู่ชีวิต เมื่อเรารักกัน ยิ่งนานเท่าไหร่ ความสัมพันธ์มันยิ่งเปราะบางมากขึ้นเท่านั้น เราคิดว่าเรารู้จักเขาดีแล้ว รู้ตื้นลึกหนาบางกันมามากพอ แต่เราเคยใช้เวลาคุยกันในบทสนทนาที่ค่อนข้างจะ ‘ลึกลับ’ ในใจของแต่ละคน ที่รอวันเปิดเผยออกมามากน้อยแค่ไหน? ยิ่งอยากรู้ ในเรื่องที่ไม่ควรรู้ ฉันยิ่งเจ็บปวดกับความจริงที่ได้รู้…

‘คนที่เราเลือก กับคนที่เรารัก คือคนๆ เดียวกันไหม?’

เรื่องนี้อาจเป็นฝันร้ายของคนที่เคยคิดว่า ‘ความรักเราจะหวานชื่นกันไปจนวันตาย’ หรือ ‘อยู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร’ เพราะทุกคนย่อมมีความหลังและบาดแผลจากความรักกันทั้งนั้น จนบางครั้งคนๆนั้น ตายจากไป แต่ความรู้สึกที่มันติดรากฝังลึก ดังเช่น ซากฟอสซิล (ศพของคนรักเก่าของสามีที่เพิ่งเจอ) ก็ยังคงสภาพเดิม เพราะเราเลือกจะเก็บเค้าไว้ใน ‘พื้นที่ลับ’ ใส่กล่องความทรงจำที่ล็อคอย่างแน่นหนา รอวันที่จะสะเดาะกลอน คงเคยตั้งคำถามเล่นๆ ในใจกันบ้าง ว่าคนที่เราเลือกให้อยู่ข้างๆ เรา ใช่คนที่เรารักมั้ย? คำตอบในช่วงแรกๆ ของชีวิตคงว่า ใช่.. คนนี้แหละคือคนที่เรารัก อยากดูแล อยากแชร์เรื่องราวต่างๆกับเค้า เป็นความเปิดกว้างในพื้นที่หัวใจสำหรับอีกคนให้เข้ามา แต่เมื่อวันนึงเราเริ่มเคยชิน ไม่รู้สึกตื่นเต้นกับคนข้างๆ เพราะเราคิดว่าเรารู้จักเขาในทุกมุมแล้ว ไม่น่าค้นหาอีกต่อไป เริ่มมองถึงข้อเสียของกัน พยายามก้าวก่ายพฤติกรรม อยากให้เขาเปลี่ยนไปในอย่างที่เราชอบ บางทีประเด็นเล็กๆ ตีเป็นเรื่องใหญ่ พอคนใดคนอื่นพร้อมจะเปลี่ยนนิสัยตรงนั้นให้ กลับมองว่า มันไม่เป็นธรรมชาติอีกต่อไป นี่เรากำลังพยายามทำอะไรเพื่ออีกคนอยู่รึเปล่า? พอถึงช่วงเวลาแบบนี้ เราพร้อมที่จะโอบกอดด้านเสียของเค้ามากน้อยแค่ไหน

‘เราจะทานอาหารเย็น เข้านอน และเมื่อตื่นขึ้นมา ฉันอยากให้เราเริ่มต้นกันใหม่…’

ความรักของเรา ใกล้ถึงฝั่งแล้วแท้ๆ

ถ้านึกสภาพตัวเองครองรักมาจนเริ่มแก่ชรา ชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความทรงจำ และความหลัง ก็คงปลงและปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างช้าๆ มีความสุขกับต้นไม้ ใบหญ้า และความสงบของชีวิตคู่วัยเกษียณ แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่า เราอาจจะใช้ชีวิตคู่กับคนที่ ‘จมอยู่กับความหลัง’ โดยที่เขาก็ไม่อาจรู้ เมื่อวันนึงความลับที่ติดอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง

.

หรือเรื่องบางเรื่อง เราอาจจะต้องเลือกเก็บไว้เพื่อให้มันตายไปกับเรา…

.

- Ruby The Journey