‘นายกฯ’ จ่อไฟเขียวให้นักธุรกิจต่างชาติเข้าประเทศ คาดสัปดาห์หน้าชัด!

The Bangkok Insight อัพเดต 04 ส.ค. เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. เวลา 09.16 น. • The Bangkok Insight
‘นายกฯ’ จ่อไฟเขียวให้นักธุรกิจต่างชาติเข้าประเทศ คาดสัปดาห์หน้าชัด!

"นายกรัฐมนตรี" เผย "ศบค." เตรียมพิจารณามาตรการผ่อนคลายให้ "นักธุรกิจ" ต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ย้ำต้องมีมาตรการรัดกุม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการผ่อนคลายต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ "โควิด" ว่า จำเป็นจะต้องมีการผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนักธุรกิจที่จะต้องเข้ามา แต่ต้องมีมาตรการที่รัดกุม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น เชื่อถือในการเข้ามาติดต่อธุรกิจ ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่

โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ต้องมีการหารือกัน ซึ่งสัปดาห์หน้าในที่ประชุม ศบค. คงจะรู้ผลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามั่นใจ เราควบคุมได้ มันก็มีความจำเป็น แต่ถ้าเรายังไม่พร้อมมันก็อีกเรื่องหนึ่ง

ส่วนกรณีทหารสหรัฐเดินทางเข้ามาฝึกในประเทศไทยทำให้หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วง ว่า ทาง "ผบ.ทบ." ได้ชี้แจงแล้วว่าจะต้องนำเข้าสู่การกักตัว 14 วัน และจะต้องมีมาตรการต่างๆ อย่างดีที่สุด

"ความจริงเราทุกคน ถ้าจะป้องกัน มันก็ป้องกันได้ทุกเรื่อง อย่าให้มีหลุดรอดออกไปก็แล้วกัน โดยต้องมีการกักตัว 14 วัน ทำ Swop Test 3 ครั้ง หากพบติดเชื้อ ต้องเข้าโรงพยาบาลทันที ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกัน ถ้าเราทำอะไรกันไม่ได้เลยมันก็จะเป็นปัญหา แต่ทำอย่างไรจะไม่ให้เกิดการระบาด ต้องป้องกันกันอย่างไร เราต้องเชื่อมั่นในกระบวนการของเรา ไม่อย่างนั้นจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้หรอก" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ว่า ต้องรอและฟังผลการตรวจสอบจากอัยการและตำรวจ รวมถึงคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายวิชา มหาคุณเป็นประธาน

"เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ 3 อำนาจคือนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ จึงขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น ทราบว่า คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นได้ตั้งคณะอนุกรรมการอีกหลายชุด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางว่าเกิดข้อบกพร่องในจุดใด เพื่อหาวิธีการแก้ไขและแนวทางปฏิบัติต่อไป" นายกรัฐมนตรี กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ