‘ธนาธร’ ระทึก! ลุ้นคดีหุ้นสื่อ ‘รอด-ไม่รอด’

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 09.00 น.

 

ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยในคดีหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หลังไต่สวนคดีเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมให้คู่ความส่งคำแถลงปิดคดีภายใน 15 วัน

หากผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนั้น ออก มาเป็นบวกทั้งตัวของนายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ ก็จะได้หายใจหายคอได้สะดวกขึ้น

ตรงกันข้ามหากศาลรธน.ชี้ว่า มีความผิดตามคำร้องของ“คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ กกต. ผลพวงจากคำวินิจฉัยของคดีนี้จะส่งผลเชื่อมโยงถึงอีกหลายคดีที่เกี่ยวพันกับตัวของนายธนาธร ทั้งในฐานะส.ส.และการเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

ทันทีที่ศาลมีคำวินิจฉัยชี้ว่า มีความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) นายธนาธร ต้องพ้นจากการเป็น ส.ส.เพราะขาดคุณสมบัติการรับสมัคร ทั้งยังผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2561 มาตรา 54 ที่สมัครลงรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ทั้งที่รู้ว่า ไม่มีสิทธิ ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

และ มาตรา 151 ที่ระบุไว้ว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งรู้ตัวว่า ไม่มีสิทธิแล้วยังสมัคร ต้องโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี โดย กกต.ต้องเสนอเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งต่อไป

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีหลายเรื่องที่อยู่ในมือกกต. ซึ่งเกี่ยวพันและจะส่งผลตามมาจากสถานะความเป็นหัวหน้าพรรคของนายธนาธรหลังจากนี้

เริ่มจากกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นร้อง กกต.ขอให้ตรวจสอบนายธนาธร อาจเข้าข่ายกระทำความผิดพ.ร.ป.เลือกตั้ง 2561 มาตรา 132 (3) ที่ระบุว่า หัวหน้าพรรคมีส่วนรู้เห็น ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำโดยไม่ ยับยั้ง ซึ่ง กกต.ต้องยื่นคำร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค การเมืองนั้น

ทั้งยังพบว่า นายศรีสุวรรณ ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบนายธนาธร กรณีอาจเข้าข่ายกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 และมาตรา 86 กรณีลงนามเอกสารรับรองให้กับนายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้สมัครส.ส.เขต 2 สกลนคร ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากนายภูเบศวร์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัด การของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ จึงถือว่า ผู้สมัครที่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 และกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42

 

 

โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายภูเบศวร์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมาจึงอาจเข้าข่ายเป็นเอกสารเท็จ และฐานเป็นผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 และ มาตรา 86 โดยเรื่องนี้ กกต.ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมือง และส่งให้ศาลฎีกาดำเนินคดีอาญาหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ด้วย

 

 

ผนวกรวมกับกรณีที่ นายสุรวัชร สังขฤกษ์ กลุ่มการเมืองภาคประชาชน ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อประธาน กกต. เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 เพื่อขอให้ระงับรับรองผลการเลือกตั้ง“ว่าที่ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่” ซึ่งอาจจะเข้าข่ายเป็นโมฆะ เนื่องจาก กกต.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา นายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีถือหุ้นซึ่งเข้าลักษณะต้องห้ามเป็นผู้สมัคร ส.ส. มีความผิดตาม รธน.มาตรา 98 วรรค 3 ซึ่งถือว่า การเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมดเป็นโมฆะ เพราะนายธนาธร เป็นผู้ออกหนังสือรับรองในนามหัวหน้าพรรคให้กับผู้สมัคร ซึ่งมีความผิดทั้งในนามหัวหน้าพรรคและนิติบุคคล ถือเป็นเอกสารเท็จหรือไม่ เพราะนายธนาธร ขาดคุณสมบัติ

“ขอให้ กกต.ตรวจสอบและส่งคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาให้ดำเนินคดีอาญากับหัวหน้าพรรค รวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรคและเลขาธิการพรรค ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง” นายสุรวัชร ระบุไว้ในวันยื่นหนังสือต่อ กกต.

ชะตากรรมของ“ธนาธร” และทิศทางของพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นเช่นใด วันพุธที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ได้รู้กัน…

 

8 เดือนปิดฉาก คดีหุ้น‘ธนาธร’

คดีถือหุ้นสื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 เมื่อนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้วินิจฉัยคุณสมบัติของนายธนาธร จากกรณีการโอนหุ้นจริงเกิดขึ้นเมื่อใด และบริษัททำการจดแจ้งลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้วเมื่อใด

ต่อมา ในวันที่ 3 เมษายน 2562 กกต.ได้มีมติรับเรื่องที่นายศรีสุวรรณยื่นขอให้ตรวจสอบนายธนาธรกรณีถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ว่า เข้าข่ายทำให้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ไว้พิจารณา และได้เรียกนายศรีสุวรรณเข้าให้ถ้อยคำเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2562

ในวันที่ 23 เมษายน 2562 กกต.มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร ถือหุ้นสื่อขัดคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส.

จากนั้นในวันที่ 30 เมษายน 2562 นายธนาธร หอบเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับ กกต. และได้มีมติยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า นายธนาธร ขาดคุณสมบัติส.ส.จากกรณีถือหุ้นสื่อหรือไม่ ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2562

ต่อมาในวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องพร้อมมีคำสั่งให้นายธนาธร หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราว

หลังครบกำหนดการขอขยายเวลายื่นหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา 30 วันในวันที่ 8 กรกฎาคม นายธนาธรได้ส่งทีมกฎหมายของพรรคอนาคตใหม่หอบเอกสาร พร้อมหลักฐานประกอบการชี้แจงยื่นต่อศาล ขณะที่กกต. ในฐานะผู้ร้องที่ได้ขอขยายเวลาทำคำคัดค้านแก้ข้อกล่าวหาของนายธนาธรต่อศาลรัฐธรรมนูญ 1 ครั้ง ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562

จากนั้นในวันที่ 11 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดวันนัดไต่สวนพยานบุคคลจำนวน 10 ปาก ในวันที่ 18 ตุลาคม และได้ดำเนินการ ไต่สวนพยานทั้ง 10 ปากเสร็จสิ้นไปเรียบร้อย พร้อมนัดคู่ความฟังความวินิจฉัยของศาลในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้

จากวันร้องเรียนจนถึงวันศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสินคดี ใช้เวลาราว 8 เดือน ถึงได้ปิดฉากคดีนี้ลง

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,523 วันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2562

 

ดูข่าวต้นฉบับ