‘ช่วยน้ำท่วม’ โซเชียลติงภาครัฐชักช้า ทหารน้อยใจ เหนื่อยแทบตาย ไหงโดนด่า

Rabbit Today อัพเดต 19 ก.ย 2562 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2562 เวลา 04.04 น. • สุชา
‘ช่วยน้ำท่วม’ โซเชียลติงภาครัฐชักช้า ทหารน้อยใจ เหนื่อยแทบตาย ไหงโดนด่า

คำโบราณว่าไว้ ‘ปิดทองหลังพระ’ ความดีที่ทำไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น แต่ตัวเรานั่นละที่รู้เห็นและสุขใจ ฉะนั้นทหารหาญห้ามน้อยใจ แม้พลังโซเชียลจะรุมด่าภาครัฐว่าชักช้าเรื่องการเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดอุบลราชธานี แม้ใครไม่เห็น…แต่เราเห็นว่ารั้วของชาติอย่างพวกคุณออกมาช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง กับเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่เข้าไปช่วยตั้งแต่วันแรกจนวันนี้

เห็นโพสต์จากเพจ ‘ทหารหลังกองพัน’ ภาพและข้อความเผยให้เห็นเหล่าทหารเดินหน้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัย แต่กลับไม่มีใครพูดถึง โดยมีข้อความระบุทำนองว่า การช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม เป็นการช่วยเหลือที่กินพื้นที่บริเวณกว้าง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เท่าไหร่ก็ไม่พอ จะนำไปเปรียบเทียบกับเหตุถ้ำหลวงไม่ได้ เพราะครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดที่ทำให้ดูเหมือนมีคนเยอะ ดังนั้น อยากให้ทุกคนส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน จิตอาสา และผู้ประสบภัยทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้มากกว่าพยายามขุดเรื่องที่ไม่เข้าท่ามาโจมกันในลักษณะนี้

ทหารช่วยน้ำท่วม

‘หยาดเหงื่อ’ ที่ไม่มีใครมองเห็น (จากเพจทหารหลังกองพัน)

จุดที่ทำให้เสิง (ชื่อเรียกแทนตัวแอดมินเพจ) อยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะระยะหลังๆ ผมเห็นคนโพสต์ หรือแสดงความเห็นทำนอง ‘ไม่เห็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ฯลฯ ออกมาช่วยบ้างเลย’ บางคนถึงขนาดนำเอาไปเทียบกับเคส 13 หมูป่า เสียด้วยซ้ำ

จุดนี้นะ เสิงคิดว่าปัจจุบันเราเอาเรื่องของการเมืองมาบดบังความเป็นจริงจนมากเกินไป บางคนปิดหูปิดตาจนคิดว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาช่วยเลย มันไปกันใหญ่แล้วครับ

สมัยที่เสิงเคยเป็นพลทหาร เคยได้ออกไปช่วยประชาชนแบบนี้เหมือนกัน คุณเชื่อมั้ย ทหารบางคนที่ออกมาช่วย ครอบครัวของเขาก็ประสบภัยเหมือนกัน ไม่มีแม้แต่โอกาสได้กลับไปดูบ้านตัวเองด้วยซ้ำ จะเห็นอีกทีก็เหตุการณ์สงบแล้ว

ทหารช่วยน้ำท่วม

พอมาเห็นความเห็นลักษณะนี้ ผมบอกตามตรงว่า รู้สึกเสียกำลังใจแทนคนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่จริงๆ ครับ

เคส 13 หมูป่าที่ยกมาเปรียบเทียบนั่นน่ะ มันคือเหตุที่เกิดขึ้นเฉพาะแห่ง เราระดมกำลังกันไป มันก็เลยดูเหมือนคนเยอะครับ แต่พื้นที่อุทกภัยระดับนี้ มันกินพื้นที่กว้างมาก ต่อให้ยกกำลังออกไปเท่าไรก็ยังไม่เพียงพอครับ กระจายกันออกไปเลยดูเหมือนน้อย

ท้ายที่สุดแล้ว วิกฤตเหล่านี้ควรจะทำให้คนไทยกลับมารัก และสามัคคีกันมากขึ้น ได้เห็นน้ำใจ หรืออะไรหลายๆ อย่าง ไม่ใช่นำเอาการเมืองมาบดบัง จนเราต้องแตกแยกกันมากกว่านี้เลยครับ

ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน จิตอาสา และผู้ประสบภัยทุกคนครับ 

ทหารช่วยน้ำท่วม

แม้กระแสอาจไม่นำโด่งเท่าดาราหรือคนดังที่ขยันออกไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย แต่งานนี้ประชาชนทุกคนก็เห็นข่าวทหารช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด 

โดยทันทีที่แม่น้ำมูลเอ่อสูงทะลักท่วมถนนสายหลักตัดขาดเชื่อมเมืองอุบลฯ กับ อ.วารินชำราบ ทหารก็นำรถยกสูงมาลำเลียงประชาชนและนักเรียนข้ามไป-มาระหว่างสองเมือง ลุงตู่--นายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ลงพื้นที่ไปดูความเสียหายจากเหตุอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. พร้อมกำชับเหล่าทัพ-หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือประชาชน 

ทว่าโลกโซเชียลนั้นไวและใจร้อนกว่าคำสั่งนายกฯ เสียอีก การให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในวันนี้ไม่เหมือนเมื่อวันวานอีกต่อไปแล้ว เราจึงได้เห็นบุคคลหลายอาชีพ และองค์กรไม่ใช่เพียงแต่ทหารที่ออกมาให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ดารา-นักแสดง หน่วยกู้ภัย และพ่อค้าวานิชในจังหวัดอุบลราชธานีเอง โดยเฉพาะในเรื่องเงินบริจาค ขืนรอระบบราชการที่โอ้เอ้ (แต่รัดกุม) ต้องส่งเงินบริจาคเข้าสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นจึงค่อยดำเนินเรื่องเบิกจ่าย…ซึ่งไม่ทันใจวัยรุ่นหรอก ความเดือดร้อนในครั้งนี้ไม่มีใครเขาประวิงเวลารอทำตามระบบราชการแบบเดิมๆ อีกแล้ว 

แม้แต่เมื่อคืนนี้ที่นายกฯ และท่านรัฐมนตรี ออกมานั่งรับสายโทรศัพท์ออกทีวีรับบริจาคเงินด้วยตนเองก็ดูเอ๊าต์ไปแล้วละ อันนี้แซวนะ…อย่าเสียใจ เมื่อโลกเปลี่ยนใจ การระดมทุนและช่วยเหลือที่คล่องตัวคือต้องสามารถดำเนินการได้ในทันที โดยไม่ละเว้นหรือข้ามขั้นตอนการตรวจสอบ และที่ลืมไปเสียไม่ได้คือต้องอัปเฟซบุ๊ก ลงสื่อโซเชียลกันรัวๆ 

ทหารยังคงเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนอยู่เสมอ นอกจากเป็นรั้วของชาติแล้ว ไม่ว่าพี่น้องคนไทยประสบความเดือดร้อนใด เชื่อว่าทหารก็พร้อมทำหน้าที่ช่วยเหลือโดยไม่คิดอิดออด ไม่รู้สึกว่าเหนื่อยยาก และไม่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว สมกับคำที่ว่า ‘ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส’

ขอบคุณภาพประกอบจาก Facebook: ทหารหลังกองพัน

ดูข่าวต้นฉบับ