‘จูเนียร์ไอดอล’ เด็กประถม ชุดว่ายน้ำ กับวงการที่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ถ่ายแบบวาบหวิว

The MATTER อัพเดต 17 ส.ค. 2562 เวลา 03.59 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2562 เวลา 03.56 น. • Thinkers

ผมเคยเขียนไว้นานแล้วว่า นี่มันคือยุคน้ำแข็งของกราเวียร์ไอดอล (Gravure Idols) หรือนางแบบสายเซ็กซี่ของญี่ปุ่น ซึ่งจริงๆ แล้วก็อยู่กันในสภาพนี้มานานเอาเรื่อง แม้จะพอมีกระแสกลับมาบ้างกับนางแบบรุ่นใหม่ๆ แต่จริงๆ แล้ว ในช่วงที่กราเวียร์ไอดอล ไม่ได้รับความนิยมเช่นเคย นอกจากไอดอลสายนักร้องเพลงป็อปแล้ว ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ผลิตผลงานออกมามากมาย และทำรายได้มากกว่าที่คิด เพียงแต่เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นกันนัก หรือไม่ได้สนใจ เพราะเป็นอีกตลาดหนึ่งที่แยกออกไป นั่นคือกลุ่ม จูเนียร์ ไอดอล (Junior Idols)

พอเห็นว่า 'จูเนียร์ไอดอล' มีคำว่า 'ไอดอล' อาจจะนึกถึงกลุ่มเด็กสาวร้องเพลงและทำการแสดงต่างๆ แบบที่ฮิตกันในบ้านเราตอนนี้ แต่จูเนียร์ไอดอลในสังคมญี่ปุ่น มักจะใกล้เคียงกับกราเวียร์ไอดอลซะมากกว่า นั่นคือ เน้นไปที่การถ่ายแบบ และขาย DVD ที่เรียกว่า Image Video หรือวิดีโอรวมคลิปของพวกเธอในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชุดวาบหวิว เช่น ชุดว่ายน้ำประกอบเพลงต่างๆ (จะว่าไปก็คล้ายๆ กับคลิปคาราโอเกะเพลงลูกทุ่งบ้านเราแต่ก่อน) แต่ประเด็นอยู่ที่อายุของจูเนียร์ไอดอล ก็คือต่ำกว่า 15 ปีเท่านั้นครับ

ฟังดูก็เริ่มปวดหัวแล้ว เด็กอายุแค่นี้ แต่กลับขายผลงานด้วยการใส่ชุดว่ายน้ำ ทำท่าทางต่างๆ ต่อหน้ากล้อง มันก็เลยฟังดูแปลกๆ ต่อให้อ้างว่าเป็นการถ่ายแบบ 'ใสๆ' แค่ไหนก็ตามที แต่ใครจะรู้ได้ว่า คนซื้อไปจะซื้อไปทำอะไร ที่น่าหนักใจยิ่งกว่าคือการที่มันมีตลาดของสินค้าเหล่านี้ แถมเมื่อเทียบกับ กราเวียร์ไอดอลระดับกลางๆ แล้ว DVD ของเหล่าจูเนียร์ไอดอลหลายคนยังทำยอดขายได้ดีกว่าเสียด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเป็นตัวสร้างเงินให้กับต้นสังกัดที่ดี และถึงจะบอกว่า อายุต่ำกว่า 15 ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวไอดอลจะเป็นเด็กมัธยมต้นเท่านั้น เพราะหลายกรณีก็มีเป็นเด็กประถม แถมยังเป็นชั้นประถมต้นอีกด้วย บางครั้งตัวไอดอลที่ถ่ายงานก็อายุแค่ 8 ขวบเอง แค่คิดก็ปวดหัวล่ะครับ

และที่ชวนปวดหัวเข้าไปใหญ่คือ หลายต่อหลายครั้ง การถ่ายแบบนั้นได้อิทธิพลจาก Image Video ของกราเวียร์ไอดอลในกลุ่มที่เรียกว่า 'Chaku Ero' หรือ อีโรติกทั้งๆ ที่ใส่เสื้อผ้า ซึ่งก็เป็นการถ่ายแบบที่เรียกได้ว่า ไต่ลวดกับกฎหมายของญี่ปุ่นเอามากๆ เพราะในเมื่อกฎหมายระบุว่า ห้ามแสดงให้เห็นเครื่องเพศ พวกเขาก็พยายามหาทางที่จะทำให้ “เห็นเครื่องเพศได้โดยไม่ต้องเห็น” (นี่เพลง Getsunova เหรอ)

ซึ่งก็หมายถึงการพยายามหาอะไรปกปิกเครื่องเพศแต่ทำให้ยังเห็นได้แบบลางๆ ไม่ว่าจะเป็นเห็นรูปลักษณ์โครงสร้างแบบสามมิติ ความนูน ความลึก หรือพยายามเอาอะไรมาปิดไม่ให้เห็นชัดๆ ต้องอาศัยความพยายามในการส่องเช่น ถ่ายรับแสงให้มืดๆ เอาฟองสบู่มาปิด เอาแท่งพลาสติกใสมาบังไว้ (แต่ยังเห็นเงาลางๆ บิดๆ จากตัวแท่งพลาสติกได้) หรือกระทั่ง ถ่ายผ่านม่านตาข่าย หรือเอาพลาสเตอร์ยาชิ้นเดียวมาแปะปิดไว้ (แน่นอนว่าส่วนล่างก็มักจะถูกแว๊กส์จนเกลี้ยงเกลา เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคงจะดูไม่จืด)

แน่นอนว่างานถ่ายระดับจูเนียร์ไอดอลส่วนใหญ่ (เน้นว่าส่วนใหญ่) อาจจะไม่ได้ไปไกลขนาดนั้น ไม่อย่างนั้นคงโดนจับกันหมด แต่แน่นอนว่า ในการถ่ายงานก็จะต้องมีซีนที่ทำให้คิดเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเพศได้ด้วย โดยก็มีเงื่อนไขอยู่ที่ขาดไม่ได้คือ ซีนเลียหรือกินขนม ซึ่งระดับจูเนียร์ไอดอลมักจะเป็นอมยิ้มหรือไอติมแท่ง ต่างกับสาย Chaku Ero ที่เป็นฮอตดอกหรือกล้วย (ที่บางทีก็มีการราดนมข้นลงไปอีก ถ้าไม่หนำใจ) ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็เรียกได้ว่าเป็นการแสดงออกเพื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศแน่นอน แต่คนผลิตก็สามารถแถว่า ก็แค่กินขนมเฉยๆ ของแบบนี้คิดมากไปเองอะป่าว เพราะของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับการรับรู้ของปัจเจกบุคคลนั่นเอง

แน่นอนว่า มีจูเนียร์ไอดอลแล้ว ก็มีเหรอที่จะขาดของฝ่ายชายได้ ซึ่งเด็กชายไอดอลเหล่านี้จะมาในสาย Shota หรือเด็กชายอายุน้อยๆ ที่เคยเห็นผ่านตาส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กชายระดับประถมนี่ล่ะครับ อารมณ์แบบเจ้าหนูโคนันกับเพื่อนเนี่ย ออก DVD ทำกิจกรรมน่ารักๆ และแน่นอนว่า ซีนขายมาตรฐานคือ ชุดพละ (เพราะเด็กประถมส่วนใหญ่ยังมีมีเครื่องแบบ) ใส่กางเกงว่ายน้ำเล่นน้ำ หรือใส่กางเกงในสีขาวตัวเดียวเล่นนั่นนี่แบบใสๆ (?) หรือถ้าไปไกลกว่านั้นก็อาจจะรักษาวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยการใส่ผ้าเตี่ยวโชว์ พวกนี้ก็มีตลาดของเขาอยู่เช่นกันครับ (ยิ่งเขียนยิ่งปาดเหงื่อ)

คำถามคือ ทำไมสินค้าที่หากินกับการใช้เด็กอายุน้อย

ในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศแบบนี้ยังขายได้?

มันก็อยู่ที่การมองว่าเป็นเรื่องทางเพศหรือไม่นั่นล่ะครับ คือ ญี่ปุ่นเองก็ออกกฎหมายห้ามการผลิตสื่อลามกที่เกี่ยวกับเยาวชนในปีค.ศ. 1999 (และเพิ่งออกกฎหมายห้ามครอบครองในปีค.ศ. 2014 นี่เองครับ) พอมีกฎหมายนี้ พวกสายการผลิตก็เลยต้องเลี่ยงบาลี หันมาผลิต Image Video ของจูเนียร์ไอดอลแทน โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย เพราะพวกเขาก็พยายามผลิตให้อยู่ในขอบเขตที่ยังถูกกฎหมาย แม้ว่าจะปริ่มๆ แค่ไหน ส่วนใครจะซื้อไปทำอะไร มันเรื่องของคนซื้อ ดังนั้นก็เลยกลายเป็นสินค้าถูกกฎหมายที่วางขายได้แบบสีเทาๆ นั่นเอง ซึ่งก็ทำรายได้อย่างดี เพราะสามารถตอบสนองความคลั่งไคล้ของชาว โลลิคอนได้เป็นอย่างดี แถมทำเงินให้กับผู้ผลิตได้อย่างง่ายดาย

แต่คำถามที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ ทำไมผู้ปกครองถึงได้ปล่อยให้เด็กๆ ออกมาทำอะไรแบบนี้ได้ อันนี้ก็ต้องแบ่งออกเป็นสองกรณีครับ คือผู้ปกครองกลุ่มแรกมองว่าอยากให้ลูกได้เข้าวงการตั้งแต่เด็ก ก็เลยพยายามให้ลูกได้มีงานในวงการบันเทิงแต่เล็กๆ ทีแรกอาจจะหวังให้ได้เป็น Koyaku หรือนักแสดงเด็ก แต่ไปๆ มาๆ ใช่ว่างานมันจะมีให้ทุกคน บางคนพอมีงานแนวจูเนียร์ไอดอลเสนอมา ก็เลยให้ลูกลองทำไปก่อน หวังว่าจะมีโอกาสได้ขยับขยายไปงานแนวอื่น

ซึ่งบริษัทต้นสังกัดบางเจ้าก็ฉลาดหากินครับ รับเด็กเหล่านี้มาอยู่ในสังกัด แล้วหากินกับ 'ค่าอบรม' ไม่ว่าจะเป็นการแสดงหรือการร้องเพลง เลี้ยงความหวังพ่อแม่เด็กว่าจะมีโอกาสเข้าวงการบันเทิง แต่ส่วนมากแล้ว พวกเด็กที่ไปสาย จูเนียร์ไอดอลมักจะไม่ค่อยมีโอกาสมารุ่งในงานเบื้องหน้าทีหลัง เพราะถ้าไปสายที่ขายความเป็นเด็กเซ็กซี่มากไป ต่อไปก็ไม่มีใครอยากจะจ้างงานต่อ เพราะเขาเรียกว่าเป็นงานสายสกปรกเหมือนกันครับ แต่ก็ยังมีดารานักร้องดังๆ หลายคนที่เริ่มงานจากสายจูเนียร์ไอดอลมาก่อน เช่น โอชิมะ ยูโกะ (Oshima Yuko) ก่อนที่จะเข้า AKB48 หรือ นางาซาว่า มาซามิ (Nagasawa Masami) ดาราสาวชื่อดัง

รวมไปถึง Kyaru Pamyu Pamyu นักร้องที่ชอบทำอะไรแปลกๆ

ก็เคยเป็นจูเนียร์ไอดอลมาก่อน

แต่สามารถแหวกมาประสบความสำเร็จในวงกว้างได้

ตัวอย่างของผู้ปกครองแบบแรกที่ผมเคยเห็นคือ ซายะ อิริเอะ (Saaya Irie) ที่เป็นจูเนียร์ไอดอลมาตั้งแต่ประถม และถ่ายชุดว่ายน้ำเป็นเรื่องปกติ ซึ่งผมเองก็เห็นมาตั้งแต่ช่วงเรียนโทที่ญี่ปุ่น ประมาณปีค.ศ. 2005 นู่น และปัจจุบันเธอก็ผันตัวมาเป็นนางแบบกราเวียร์ไอดอลแทน ซึ่งเคยมีรายการทีวีไปเจาะเรื่องจูเนียร์ไอดอลตั้งแต่ตอนนั้นล่ะครับ และซายะก็เป็นคนที่รายการไปตามติด และตามไปสัมภาษณ์ครอบครัวของเธอ ซึ่งทั้งพ่อและแม่ก็บอกว่าสนับสนุนลูกเต็มที่ เพราะคิดว่าเป็นโอกาสของลูก ไม่ได้รู้สึกว่าไม่เหมาะอะไร ก็เป็นแนวคิดที่อาจจะเข้าใจได้ยากสำหรับพ่อแม่อีกหลายคน แต่พ่อแม่บางคนก็อาจจะคิดว่าอยากจะเก็บช่วงเวลาที่สวยงามของลูกไว้ มันก็ต่างคนต่างความคิด

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีพ่อแม่อีกกลุ่ม ที่มองว่า ลูกคือแหล่งผลิตเงิน จากบทสัมภาษณ์ของคนที่เคยทำงานเบื้องหลังของการผลิตผลงานเหล่านี้ พ่อแม่บางกลุ่มก็พยายามบีบให้ลูกตัวเองรับงานประเภทนี้ เพราะถ่ายทำงานชิ้นนึง สามารถทำเงินได้มากกว่าเงินเดือนพ่อแม่อีก ในบางกรณี ก็เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่บีบลูกสาวตัวเองให้รับงาน บางคนก็ไม่ได้สนใจว่าลูกจะถูกให้ทำงานแบบไหน แค่ส่งขึ้นรถไฟไปสตูดิโออย่างเดียว

แต่ถ้าเป็นการไปถ่ายทำนอกสถานที่เช่นโอกินาว่าหรือทะเลในต่างประเทศ ก็พร้อมที่จะบีบให้ค่ายพาตัวเองไปด้วย แต่ไม่ได้ไปดูแลลูกหรอกครับ หาโอกาสไปเที่ยวเท่านั้น บางคนก็มาดูการถ่ายทำ แล้วเป็นคนบังคับให้ลูกตัวเองทำท่าทางที่เซ็กซี่มากยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ขนาดทีมงานเองยังเล่าแบบไม่อยากเชื่อสายตาครับ

แต่ก็ใช่ว่าจะผิดที่พ่อแม่ เพราะอย่างที่ว่าคือ บริษัทผลิตผลงานพวกนี้ก็มีส่วนเยอะครับ เพราะบางบริษัทนั้นตั้งขึ้นมาเพื่อผลิตผลงานแนวนี้โดยเฉพาะ คอยแต่ส่งแมวมองออกไปหาเด็กอายุน้อยๆ แล้วชวนมาเข้าสังกัด พอรับเด็กเข้ามาแล้วไม่ได้อบรมอะไรหรอกครับ แต่รีบๆ ถ่ายทำงานเหล่านี้รัวๆ ก่อนที่จะอายุครบ 15 ปี เพราะถือว่าโตแล้ว ไม่มีมูลค่าทางการตลาดต่อเหล่าชาวโลลิคอนทั้งหลาย ดังนั้นเด็กจึงกลายมาเป็นเครื่องมือทำเงินล้วนๆ และแน่นอนว่าหลังจากนั้นก็ยากที่จะหาเส้นทางอื่นในวงการบันเทิงครับ

จะว่าไประบบการทำงานก็คล้ายๆ กับค่ายผลิตหนังเอวียุคเก่าที่เน้นแมวมองจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น การผลิต DVD ขายยังไม่พอ ยังมีการจัดอีเวนต์ต่างๆ คล้ายๆ กับไอดอลที่มีงานจับมือ สายจูเนียร์ไอดอลก็มีงานจับมือเหมือนกันครับ แต่ที่หนักหนาสาหัสคือ จัดให้มีงาน 'อุ้ม' ก็คือสามารถอุ้มตัว จูเนียร์ไอดอลตามเวลาที่กำหนด หรือเล่นเกม Twister ที่แน่นอนว่ามีการแตะเนื้อต้องตัวด้วย เท่าที่เห็นภาพจากอีเวนต์ส่วนใหญ่ก็เป็นน้าๆ ระดับพ่อของเด็กเหล่านั้นล่ะครับ คิดภาพตามแล้วเหนื่อยใจไหมล่ะครับ

ปัญหายังรวมไปถึงเรื่องของอนาคตของจูเนียร์ไอดอลเหล่านี้ ที่แม้จะมีส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ หรือสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ แต่หลายต่อหลายคนก็พบกับปัญหาชีวิตระยะยาว บางคนก็ไปโรงเรียนไม่ได้เพราะเมื่อเพื่อนร่วมชั้นรู้ก็กลายเป็นเป้าสายตาและล้อเลียนกลั่นแกล้ง บางคนก็กลายเป็นแค่ตัวปั๊มเงินเลี้ยงครอบครัวจนรังเกียจสังคม บางคนก็ยังหวังจะมีโอกาสในวงการบันเทิง แต่สุดท้ายก็ไปจบที่การเป็นดาราหนัง AV

ไม่แปลกอะไรที่กิจกรรมเหล่านี้จะเป็นที่รังเกียจของสังคม และมีความพยายามในการที่จะบีบให้บริษัทต่างๆ เลิกขายสินค้าของจูเนียร์ไอดอลซึ่งก็ประสบความสำเร็จกับการจัดการบีบเจ้าใหญ่ เช่น Amazon Japan หรือ DMM ที่ยอมเลิกขาย แต่ก็ยังคงมีร้านค้าเฉพาะทางที่ขายสินค้าเหล่านี้ รวมไปถึงช่องทางอื่นๆ ที่แน่นอนว่า สำหรับคนนิยมสินค้าเหล่านี้ย่อมหาได้ไม่ยากเลย

ปัญหาที่แท้จริงอีกอย่างหนึ่งคือ รสนิยมการชื่นชอบความเยาว์วัยเหล่านี้ แม้จะไม่ได้เป็นเรื่องปกติในสังคมญี่ปุ่น และหลายคนก็รังเกียจสิ่งเหล่านี้ แต่ก็หนีความจริงที่ว่ามันไม่ได้ถูกต่อต้านมากนักเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วเหมือนกัน เพื่อนอเมริกันหรืออังกฤษของผมก็เคยมองวงการไอดอลอย่างงงงวย ว่าทำไมคนญี่ปุ่นสามารถชื่นชอบเด็กสาวอายุน้อยได้อย่างออกหน้าออกตา แม้จะอ้างว่ามันไม่ได้เป็นการชื่นชอบในแง่ทางเพศก็ตามที (แต่แน่นอนว่าความคลั่งไคล้การประกวดเด็กสาว Pageant แบบของอเมริกาก็ชวนให้ตั้งคำถามเช่นกัน)

ซึ่งถ้าจะถกเถียงกันจริงๆ วงไอดอลชื่อดังอย่าง AKB48 หรือวงอื่นๆ ที่มีสมาชิกวงอายุน้อยระดับมัธยมต้น และสมาชิกเหล่านั้นก็ใส่ชุดว่ายน้ำถ่ายงาน ก็คงต้องมานั่งคิดว่าแล้ววงตัวเองต่างกับจูเนียร์ไอดอลตรงไหน (ขนาดของต้นสังกัด? ความนิยม? ผลงาน?) แต่สิ่งที่สำคัญคือ แม้จะอ้างว่า ไม่ได้ผลิตออกมาโดยมีนัยยะทางเพศ แต่ของเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับการรับรู้ของปัจเจกนั่นล่ะครับ จะทำเป็นหน้าซื่อตาใสผลิตงานออกมาแล้วอ้างแบบนั้นก็คงแปลกๆ อยู่ ยังไม่นับว่ามีบริษัทที่ผลิตผลงานแนวนี้ออกมา แล้วถ่ายออกมาล้ำเส้นเกินความเหมาะสมไปเยอะจนโดนจับกุมข้อหาอนาจาร แล้วยังจะอ้างว่ามันไม่ได้เข้าข่าย Child Pornography โดยผลักความรับผิดชอบไปที่การรับรู้ของผู้เสพอยู่เหรอครับ

ยิ่งเข้าใกล้ Tokyo Olympic หลายๆ สิ่งที่เคยเป็นมาตรฐานของชาวญี่ปุ่นก็เริ่มถูกท้าทายจากสายตาชาวโลก ตั้งแต่หนังสือโป๊ในร้านสะดวกซื้อ หรือการแบนไม่ให้คนมีรอยสักเข้าออนเซ็น จูเนียร์ไอดอลก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่น่าจะรอดจากสายตาชาวโลกในครั้งนี้ เพราะขนาดโอลิมปิกยังไม่เริ่ม แต่เมื่อการท่องเที่ยวญี่ปุ่นบูม ก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่มาญี่ปุ่นแล้วพบกับ DVD ของเด็กประถมในชุดว่ายน้ำแล้วเกิดคำถามขึ้นมา แล้วญี่ปุ่นจะตอบประชาคมโลกอย่างไรครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก

aikru.com

news.biglobe.ne.jp

news.infoseek.co.jp

togetter.com

imidas.jp

https://www.iza.ne.jp

www.akb48matomemory.com

www.bbc.com

www.bbc.co.uk

www.bbc.com

Illustration by Kodchakorn Thammachart

ดูข่าวต้นฉบับ