​​​​​​​อ่ำ ไม่หวงลูกสาว แอลลี่ มีความรัก ลั่นกลับมารับงานมากขึ้น

daradaily อัพเดต 25 มิ.ย. 2562 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2562 เวลา 05.15 น.

"อ่ำ" ไม่หวงลูกสาว "แอลลี่" มีความรัก ลั่นกลับมารับงานมากขึ้น

                 นานๆ จะได้เจอนักร้องรุ่นใหญ่"อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน" สักทีหนึ่ง ล่าสุดมีโอกาสเจอหนุ่ม "อ่ำ อัมรินทร์" เลยขออัพเดทชีวิตหน่อยหลังจากหายหน้าหายตาไป จะกลับมาร้องเพลง เล่นละคร อีกไหม แล้วลูกสาว "น้องแอลลี่" จะเข้าวงการไหม ไปฟังจากปากหนุ่ม "อ่ำ" เลย

อ่านข่าวต่อ

“อ่ำ” แจง “แอลลี่” จิ้น “เจ้าสมุทร” เพราะครอบครัวสนิทกัน

                 "น้องแอลลี่" สบายดีครับผม ตอนนี้ยังเรียนอยู่ และใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่น เป็นนางสาวแล้ว อายุ 15 แล้ว 15 เต็มเมื่อ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา "น้องแอลลี่" โตเป็นสาวแล้ว พ่อหวงไหม สบายใจครับ พอเป็นสาวเราก็สบายใจมากขึ้น เพราะเห็นลูกสาวเรามีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ โดย“แม่จอย” ให้การดูแล อบรม และซัพพอร์ตทุกอย่าง ที่เขาอยากจะทำในสิ่งที่เขาฝัน

                 ได้เจอบ่อยไหม ก็เจอครับ ผมไม่ว่างเอง ผมเองมีโอกาสได้กลับมาทำงานละคร แล้วก็มาทำงานเพลง ทำคอนเสิร์ต มีกิจกรรมของตัวเองที่ทำอยู่เลยไม่ว่าง ลูกเองก็เรียน แต่เราคิดถึงกัน เจอกันตามเฟซบุ๊กบ้าง อินสตาแกรมบ้าง หรือไม่ก็เล่นไลน์ โทรศัพท์หา วิดีโอคอล ไม่ได้รู้สึกว่าห่างกันเลย ยังรู้ว่าคิดถึงกันอยู่ ลูกสาวดูมีแววเป็นสายแฟชั่น ใช่ๆ เขาเป็นคนรักสวยรักงามมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แต่งตัวจัดเหมือนแม่เขา แต่สำหรับผมเขาจะเป็นอะไรก็ได้ที่เขาอยากเป็น เพราะเขาอยู่ในกรอบ ในเขตที่ “พี่จอย” ดูแลอยู่แล้ว ไม่เกินไป ไม่น้อยไป ไม่กดดันเขาเกินไป เอาที่เขาสบาย เขาจะออกมาเป็นแบบที่เห็น

                 มีคนบอก "แอลลี่" เป็น"ญาญ่า 2" คงคล้ายๆ กัน เขาเองก็มีความบังเอิญหลายๆ อย่าง ด้วยโครงหน้าเขาเป็นคนที่โครงหน้าเรียวอยู่แล้ว หน้าเขาคล้ายๆ ผม“แอลลี่” เกิดวันเดียวกับ “ญาญ่า” ด้วย เราก็เลยรู้สึกมากไปหน่อยว่ามีความคล้าย แต่ว่าเขาคล้ายหลายๆ คนเลยครับ เรามีโอกาสสอนลูกอย่างไรบ้างตอนเด็กๆ เขาพูดได้ จำความได้ เราอยู่ด้วยกันเราก็อบรมลูก จนคิดว่าเขาเองก็น่าจะซึมซับความเป็นตัวเราที่เราอยากจะให้ซึมซับไปในส่วนที่ดีๆ นะครับ ให้เขาไปมากในส่วนของการอบรมสั่งสอนในสิ่งที่ดีและไม่ดี

                 ในการตัดสินใจเรื่องในชีวิตเขามาปรึกษา"พี่อ่ำ" ไหม “พี่จอย” จะโทรศัพท์มาคุยว่าเขามีเรื่องไม่สบายใจ ลำบากใจ หรือต้องตัดสินใจอะไร หรือจะให้เราช่วยสนับสนุนในสิ่งที่เขาจะทำ “พี่จอย” จะติดต่อมาหาเรา ให้เราให้กำลังใจ ให้คำแนะนำเขาไป สำหรับผม ผมรู้สึกว่าเราเหมือนเดิมนะครับ เดี๋ยวนี้ก็เจอกันมากกว่า

                 น้องน่าจะเริ่มมีความรักแล้ว เขาน่าจะมีมาตั้งนานแล้วล่ะ เราเองก็ชอบเพื่อนมาตั้งแต่อยู่ ป.4 เราไม่ห่วงนะ ไปตามธรรมชาติเลย เราคิดว่าแม่เขาก็อบรมสั่งสอนให้อยู่ในกรอบ “แอลลี่” เองก็ระวังตัวเอง ผมเองไม่ได้ห่วงอะไรเขาเป็นพิเศษ ตอนนี้หน้าที่หลักๆ ของผมคือ ไม่ไปทำความเดือดร้อนให้เขาเท่านั้นเอง ให้การสนับสนุนเขา เราก็ทำเท่าที่ทำได้อยู่ บางทีตังค์เรายังไม่ออก ก็“พี่จอย” ออกไปก่อนนะ ยืม “พี่จอย” ด้วย เขาใจดี

                 เรื่องงานก็กลับมาทำเหมือนเดิมแล้ว กลับมาครับ เริ่มกลับมาสู่ระบบเดิม ตอนนี้คือไม่ไปลงทุนอะไร เราก็รับจ้าง เอาตัวไปแลกกับงาน ร้องเพลง รับละคร ชีวิตของเราที่ผ่านมามันค่อนข้างจะมีวิกฤต ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เลยไปแล้วครับผม สบายแล้วครับ กว่าจะผ่านได้เหนื่อยมาก เพราะก่อนหน้าที่จะบวชก็ทุลักทุเลมากๆ แต่พอได้บวชแล้วสึกเหมือนเรามีสติ มีสมาธิมากกว่าเดิม และทำให้เราเข้าใจชีวิตว่าเราควรเดินหน้าต่อไปยังไงดี

                 ยังมีหนี้สินที่ต้องจ่ายอยู่อีกไหม มีครับ แต่ทุกวันนี้ก็ทยอยจ่ายอยู่เรื่อยๆ เจ้าหนี้เขาเข้าใจผมดี ถามว่าหนี้เยอะไหม ก็เยอะครับ แต่ไม่เยอะมาก สบายมากครับ จริงๆ ผมมองว่าการดูแลร่างกายให้แข็งแรงแบบนี้เป็นเรื่องยากกว่าอีก คืออะไรที่เขาช่วยเรามาแล้วเราก็ต้องสำนึกในบุญคุณของคนที่ช่วยเราด้วย รวมถึงเราเองก็ต้องพยายามหาทุกวิถีทางคืนสิ่งต่างๆ กลับไปให้เขาให้ได้ อันนี้ผมพูดถึงเจ้าหนี้นะครับ เจ้าหนี้ผมน่ารักทุกคน แสดงว่าเราเองก็พยายามประหยัดมากขึ้น ใช่ครับ จริงๆ เมื่อก่อนผมมีเงินในกระเป๋าเยอะมาก แต่เดี๋ยวนี้ขอโทษนะครับ ขนาดแค่จะขึ้นทางด่วนผมยังคิดเลย คือถ้าไม่รีบจริงๆ เราก็ไม่ขึ้นดีกว่า เอาเงินไปกินอาหารอร่อยๆ ดีกว่า ก็ใช้ชีวิตเคี่ยวขึ้น

                 ย้อนกลับมาที่เรื่องสุขภาพเราบอกว่าไม่ค่อยแข็งแรง พอจะบอกได้ไหมว่าป่วยเป็นอะไร ตอนนี้เหมือนคนปกติแล้วครับ แต่ก็ยังมีโรครูมาตอยด์ หรือ โรคกระดูกอักเสบ ที่ต้องรักษาอยู่เรื่อยๆ แต่ตอนนี้ผมกลับมารักษาด้วยตัวเองแล้วนะครับ คือไม่ใช้ยาปฏิชีวนะแล้ว ด้วยความที่ผมเป็นคนเชื่อที่เรื่องกฎแห่งกรรมมากๆ ผมเลยคิดว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมาของผมมันคือช่วงที่ผมต้องชดใช้กรรมแบบแสนสาหัส และสุดท้ายผมก็สามารถผ่านมันมาได้ด้วยดี

                 ตอนนี้ผมก็เลยอยากจะชดใช้กรรมของผมด้วยการบริจาคเลือดกับสภากาชาดทุกๆ 3 เดือน ก็เลยทำให้การรักษาโรครูมาตอยด์ของผมหยุดไป ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะแล้ว เพราถ้าหากใช้ยาผมจะไม่สามารถบริจาคเลือดได้ นอกจากนั้นแล้วทุกวันนี้ผมก็ยังหันมาออกกำลังกาย และก็พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้พอดี บริหารจิตเราให้นิ่ง เท่านี้ก็อยู่ได้แล้วครับ

                 ชีวิตผมเมื่อก่อนนี้มันแย่มากครับ เหมือนเปรต ทำอะไรไม่ได้เลย แขน ขา ไม่สามารถขยับได้ มือบวม ข้อบวม แต่ว่าผอม ผิดกับตอนนี้เลยครับที่แข็งแรงขึ้นมาก

                 เราบอกว่าช่วงนี้แข็งแรงขึ้น แต่จริงๆ แล้วอาการป่วยยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตอยู่ไหม ไม่มีผลในการใช้ชีวิตครับ แต่มีผลกับตัวผมเองในช่วงเช้าๆ มากกว่า เพราะเวลาตื่นมือมันจะตึงมากๆ กว่าจะกำมือได้ต้องใช้เวลาพอสมควรเลย ดังนั้นทุกวันนี้วิธีที่ผมใช้ในการดูแลตัวเองก็คือ ตื่นเช้าขึ้นมาซักผ้า ออกไปเล่นฟิตเนสแถวหมู่บ้าน จากนั้นก็ออกไปใช้ชีวิตของตัวเองตามปกติ

                 แสดงว่าตอนนี้ไม่มีใครเข้ามาช่วยดูแล ผมอยู่คนเดียวได้ครับ แล้วความรักล่ะมีคนเข้ามาดูแลบ้างหรือยัง ผมมีครับ มีไปเรื่อยเลย มีเพื่อน แต่ถ้าจะมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตก็เรียนเชิญนะครับ แต่ผมไม่ปกติเท่านั้นเอง

                 แสดงว่าตอนนี้เรายังไม่มีใคร มันเป็นเรื่องที่ยากมากครับสำหรับใครที่จะเข้ามา และต้องรับความรู้สึกของผมให้ได้ มันยากมากจริงๆ ที่ใครคนนั้นจะเข้าใจ ซึ่งถ้าหากเขาเข้าใจได้มันก็ดี คุณคิดดูนะครับ ผมมีความรักให้กับลูกสาวผมมาก และเขาคนนั้นจะรู้สึกยังไงหากผมยังติดต่อกับ “คุณจอย” อยู่ หรือส่งข้อความหากันต่อหน้าเขา เขาจะรู้สึกยังไง คือถ้าเขารับได้ผมก็ยินดี เพราะผมเองก็ไม่ได้ปิดกั้น และก็ยังมองหาอยู่ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ