ไม่รู้ถือว่าพลาด ! ทำไมต้องทาครีมกันแดดทุกวัน

LINE TODAY เผยแพร่ 24 พ.ค. เวลา 19.11 น.
ขอบคุณภาพจาก Freepix

ถึงแม้ตอนนี้บ้านเราจะอยู่ในฤดูฝน แต่สำหรับประเทศที่มีแค่อากาศร้อนกับร้อนมากก็คงหลีกเลี่ยงแสงแดดอันแผดเผาไม่ได้อยู่ดี และแสงแดดนี่เองที่เป็นตัวการทำร้ายผิวได้จนคุณนึกไม่ถึงเลยทีเดียว

เพราะเหตุนี้นี่แหละ ครีมกันแดดก็เลยมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผิวจากแสงแดดไม่ให้เข้ามาทำร้ายผิวได้โดยตรง แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยชอบทาครีมกันแดดกันสักเท่าไหร่ เพราะมันทั้งเหนียวเหนอะหนะแถมยังเพิ่มขั้นตอนการบำรุงผิวเข้าไปให้ซับซ้อนมากขึ้นอีก แต่รู้ไหม..ครีมกันแดดมันมีข้อดีจริง ๆ ถึงจะยุ่งยากและขี้เกียจยังไงก็ทาไปเถอะ มันปกป้องเราได้จริง ๆ

ทำไมต้องทาครีมกันแดด

มีงานวิจัยเป็นหลายหมื่นชิ้นที่บอกถึงอันตรายของแสงแดด หนึ่งในนั้นก็คือเมื่อโดนแดดจัด ๆ นาน ๆ และสม่ำเสมอ มีโอกาสทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้ รังสี UV จะเข้าทำลาย DNA จนอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งที่ผิวหนัง เพราะในแสงแดดจะมีสารกระตุ้นมะเร็งอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อได้รับแสงแดดจัด ๆ โดยตรงเป็นเวลานาน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากขึ้น

นอกจากมะเร็งที่น่ากลัวเป็นอันดับหนึ่งแล้ว แสงแดดก็ยังทำร้ายผิวเราได้หนักหนาไม่แพ้กัน ทั้งทำให้ผิวไหม้ ผิวหนังอักเสบติดเชื้อได้ง่าย เป็นกระแดดและฝ้า และอาจทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย

ดังนั้นในเมื่อเราคนไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้อย่างแน่นอน การทาครีมกันแดดเป็นประจำและสม่ำเสมอก็น่าจะเป็นตัวเลือกในการปกป้องตัวเองได้ดีอย่างหนึ่ง

จะเลือกครีมกันแดดอย่างไรดี

ปัจจุบันครีมกันแดดมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นครีม เจล สเปรย์ หรือโลชั่น ซึ่งมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน หลักการเลือกคือต้องดูที่ผิวของแต่ละคนว่าเหมาะกับครีมกันแดดรูปแบบไหน เช่น คนผิวมันควรเลือกชนิดที่เป็นเจลหรือโลชั่น ส่วนคนผิวแห้งก็ควรเลือกครีมกันแดดชนิดที่เป็นครีม เพื่อไม่ให้ผิวแห้งมากขึ้น

สำหรับการเลือกครีมกันแดด วิธีที่ง่ายและแพร่หลายที่สุดก็คือเลือกจากค่า SPF และ PA ซึ่ง SPF ก็คือ ความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการปกป้องผิวหนังจากรังสี UVB ส่วน PA คือระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVA ซึ่งยิ่งบวกมากก็ยิ่งปกป้องผิวจาก UVA ได้มาก (PA++++ คือค่าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด)

คนส่วนใหญ่จึงมักเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงไว้ก่อน แต่จริง ๆ แล้ว SPF ที่มากกว่า 30 ขึ้นไปให้ฤทธิ์ของการปกป้องแสงแดดแตกต่างกันน้อยมาก โดย SPF 15 สามารถป้องกันรังสี UVB ได้ 93% SPF 30 ป้องกันได้ 97% ในขณะที่ SPF มากกว่า 50 ป้องกันได้ 98% ซึ่งแตกต่างกันเพียง 1% ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูงเสมอไป และครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงส่วนใหญ่ก็มักจะทำให้ระคายเคืองผิวได้ง่ายด้วย

ดังนั้น การเลือกครีมกันแดดจึงต้องเลือกที่มีทั้งค่า SPF และ PA โดยจะต้องพิจารณาร่วมกับสภาพผิวเพื่อเลือกรูปแบบของครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย

วิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้องและได้ผลจริง

ครีมกันแดดก็เหมือนสารพัดครีมที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งครีมแต่ละตัวก็มีวิธีการใช้และปริมาณที่แนะนำแตกต่างกันไป ครีมกันแดดก็เช่นกัน ถึงแม้จะมีค่า SPF ที่บ่งบอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UV B อยู่แล้ว แต่ปริมาณและวิธีการใช้ก็มีผลต่อการปกป้องผิวหน้าหรือผิวกายจากแสงแดดด้วยเช่นกัน

ในทางทฤษฎีแล้ว การทาครีมกันแดดให้ได้ผลจะต้องใช้ปริมาณ 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร โดยเกลี่ยทาให้ครอบคลุมทั่วใบหน้า นั่นหมายถึงการทาครีมกันแดดบนใบหน้า 1 ครั้งจะต้องใช้ครีมกันแดดประมาณ 1 กรัม ซึ่งไม่ใช่ปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียวอย่างที่เคยได้ยินกันมาอย่างแน่นอน หากวัดจากนิ้วมือของเรา ปริมาณการทาครีมกันแดดที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 2 ข้อนิ้วกลาง หรือขนาดเท่าเหรียญสิบบาท และควรทาก่อนออกแดด 30 นาที จึงจะมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดด

นอกจากปริมาณแล้ว วิธีการทาก็สำคัญ ครีมกันแดดจะต้องทาเคลือบทับทุกครีม เรียกว่าเป็นการปกป้องขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่ผิวจะไปเจอแสงแดด ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าถ้าจำเป็นต้องอยู่กลางแดดหรือโดนแดดเป็นเวลานาน ๆ ก็ควรจะต้องทาครีมกันแดดเพิ่มทุก ๆ 2 ชั่วโมงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิว

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ทาครีมกันแดดเลย

ข้อแนะนำที่ดีที่สุดในการปกป้องกันอันตรายจากแสงแดดก็คือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงเวลาประมาณ 09.00-16.00 น. แต่คนเราไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่โดนแดดในช่วงเวลาที่แดดจัดตลอดเวลาได้ ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดจึงเป็นตัวช่วยที่มีเหตุมีผลและสำคัญที่สุดที่จะช่วยปกป้องผิวเมื่อจำเป็นต้องออกแดดในช่วงเวลาดังกล่าว

แล้วถ้าไม่ทาครีมกันแดดเวลาต้องออกไปเจอแดดจะเป็นอย่างไร ตอบได้เลยว่าถ้าไม่บ่อย ไม่นาน ก็คงไม่เป็นอะไรเท่าไหร่ อย่างมากในระยะสั้นก็แค่แสบร้อน ผิวแสบ ผิวไหม้แดด สักพักแล้วก็หาย แต่ในระยะยาวส่งผลกับผิวอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ริ้วรอยก่อนวัย ผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ

ยิ่งถ้าต้องออกไปเจอแดดเป็นประจำ แต่ไม่เคยทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวเลย รังสี UV ก็จะเข้ามาทำร้ายผิวได้โดยตรง และเป็นสาเหตุของโรคที่นึกไม่ถึงอย่างโรคหลอดเลือดฝอยโป่งพอง ซึ่งจะมีเส้นเลือดฝอยแตกแขนงออกมาหลาย ๆ เส้นบนผิวหนัง สามารถเกิดขึ้นได้ตามผิวหนังทั่วร่างกาย และสาเหตุที่เป็นไปได้ก็คือการถูกทำร้ายจากแสง UV ที่เข้าไปทำร้ายผิวหนัง จนผิวบางลง เลยทำให้เห็นเส้นเลือดฝอยได้ชัด

ที่น่ากลัวที่สุดก็คือแสงแดดทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้จริง ๆ ถึงแม้มะเร็งผิวหนังจะไม่ใช่มะเร็งที่บ่อย และสามารถรักษาให้หายได้ แต่จากงานวิจัยระบุว่ามะเร็งผิวหนังมีสาเหตุโดยตรงมาจากรังสี UV ที่มากับแสงแดด ดังนั้นการเจอแสงแดดบ่อย ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ ก็เท่ากับการเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการมะเร็งผิวหนังได้ โดยงานวิจัยหนึ่งที่ออสเตรเลียในปี 2011 ระบว่าคนที่อายุ 25-75 ปี ที่ทาครีมกันแดดเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังได้น้อยกว่าคนที่ไม่ได้ทาครีมกันแดดเลยอีกด้วย

รู้แบบนี้แล้วก็รีบหาครีมกันแดดพกติดตัวไว้บ้าง จะได้ไม่แก่ก่อนวัย แถมไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอื่น ๆ ด้วย

อ้างอิง

- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

- โรงพยาบาบำรุงราษฎร์

- Medthai

- ID SKIN EXPERT