ไทยแลนด์รวมใจ! ภาคประชาชนทำอะไรกันไปบ้าง ในวิกฤต COVID-19 - จุดประเด็น

LINE TODAY เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 17.00 น. • AJ.

ผ่านวิกฤตกันมาตั้งกี่ครั้ง ครั้งนี้เราก็ต้องรอด!

เก่งจนไม่รู้จะเก่งยังไงแล้ว กับทักษะการเอาตัวรอดบนโลกอันโหดร้ายของคนไทย ที่ลับฝีมือกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะน้ำท่วม ฝุ่นพิษ รถเมล์เร็ว ฟุตปาธพัง ประชาชนอย่างเราก็อดทนต่อสู้ และร่วมมือกันฝ่าฟันกันมาได้เสมอ ถึงคราว COVID-19 ที่ท้าทายทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของทุกภาคส่วน ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่คนไทยไม่ปล่อยให้รัฐทำงานอยู่ฝ่ายเดียว ลองมาดูสิ่งดี ๆ ที่ทุกคนรวมใจกันทำ เพื่อเอาชีวิตรอดจาก COVID-19 กันดีกว่า

1

ช่วยกันแจกหน้ากากอนามัยฟรี

หลายองค์กรรวมถึงภาคเอกชนออกมาแจกหน้ากากอนามัยฟรี ไม่ว่าจะด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดหรือจุดประสงค์ให้มีคนจดจำแบรนด์ ประชาชนตาดำ ๆ ที่แสนจะขาดแคลนหน้ากากอนามัยแบบเราก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ดี โดยคนไทยใจดีที่ทำบุญด้วยหน้ากากอนามัยก็มีตั้งแต่ปุถุชน ไปจนถึงแบรนด์หรู อย่างล่าสุดก็สาวแพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เจ้าของแบรนด์ VATANIKA ก็ออกมาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ด้วยการนำเศษผ้าที่เหลือจากการตัดชุด มาตัดเย็บเป็นหน้ากากแสนเก๋ ส่วนหนึ่งนำไปถวายพระ อีกส่วนนำมาแจกที่หน้าร้านของแบรนด์

ดูโพสต์นี้บน Instagram

แพรและทีมงานได้ร่วมกันนำผ้าที่มีอยู่มาจัดทำหน้ากากอนามัยจำนวน 1000 ชิ้น โดย 200 ชิ้นแรกทางเราได้เย็บถวายพระและสามเณรที่วัดธรรมมงคล และส่วนที่เหลือทางเราได้แบ่งไปไว้ที่ร้าน @vatanika_official ทั้งสามสาขา ชิดลม, เอ็มโพเรียมและพารากอน ซึ่งผู้ที่ขาดแคลนสามารถไปรับได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่พรุ่งนี้จนกว่าของจะหมดค่ะ 😊🤍🙏🏽 ขอสงวนสิทธิ์หนึ่งท่านต่อหนึ่งชิ้นและผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้หน้ากากจริงๆนะคะ.

โพสต์ที่แชร์โดย VP (@vatanika) เมื่อ มี.ค. 10, 2020 เวลา 5:43am PDT

2

ช่วยกันรณรงค์ให้กักตัวอยู่บ้าน

ท่ามกลางข่าวแรงงานผิดกฎหมายหลบหนีการกักตัว ก็ยังมีคนไทยจิตสาธารณะมากมายที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และนักวิชาการอย่างเคร่งครัด เพราะทราบหรือไม่ว่าจุดประสงค์ของการกักตัว ใส่หน้ากากอนามัย หรือล้างมือเป็นประจำ ก็เพื่อป้องกันการระบาดเพิ่ม เนื่องจาก COVID-19 นั้นเป็นโรคติดต่ออันตราย หยุดยาก และเราทำได้แค่ช่วยกันป้องกันไม่ให้มีคนติดเชื้อเพิ่มเท่านั้นเอง

กำลังจะกลับบ้านแล้วนะทุกคน ไม่ได้หนีโรคระบาดแต่ประการใด แต่สัญญาจ้างสิ้นสุดลงพอดี กะว่าจะไปเซอร์ไพร์สพ่อกับแม่…

โพสต์โดย MissyNok Chamaiporn เมื่อ วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2020

3

ช่วยกันบริจาคหน้ากากอนามัยให้โรงพยาบาล

สาหัสกว่าประชาชนที่หาหน้ากากอนามัยไม่ได้ บุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลที่ไม่มีหน้ากากอนามัยใช้ยิ่งทุกข์กว่า เห็นได้ในกรณีของสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ที่ต้องทำหนังสือแจ้ง สธ. ว่าขาดแคลนหน้ากากอนามัยขั้นวิกฤต หรือเร็ว ๆ นี้คือหมอโรงพยาบาลรามา ที่ต้องออกมาขอรับบริจาคหน้ากากอนามัยกันแล้ว ซึ่งก็มีคนมีชื่อเสียงหลายคนช่วยกันเป็นกระบอกเสียง ทั้งหมอโอ๊ค สมิทธิ์ อารยะสกุล และ นักร้องหนุ่มก้อง ห้วยไร่ ที่ออกมาระดมทุนและช่วยบริจาคกันด้วย

ดูโพสต์นี้บน Instagram

เนื่องจากความต้องการอุปกรณ์ต่างๆในช่วงวิกฤต covid-19 เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จึงเกิดการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อของบุคลากรที่อยู่หน้างาน เพื่อเป็นการดูแลปกป้องและสร้างขวัญกำลังใจสำหรับบุคคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง ผมและเพื่อนๆแพทย์จึงร่วมกันจัดโครงการระดมทุน “เทใจให้มดงาน “ เพื่อช่วยจัดหาชุดป้องกันการติดเชื้อและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สามารถร่วมกันบริจาคได้ที่ taejai.com/th/d/covid นะครับ

โพสต์ที่แชร์โดย Smith Arayaskul (@oak_smith) เมื่อ มี.ค. 6, 2020 เวลา 12:58am PST

100,000 บาท ฝากพี่ควีนลุยต่อเลยนะครับ ฐา ขนิษ

โพสต์โดย ก้อง ห้วยไร่ เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2020

4

ช่วยกันเปิดโปงขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย

จากประเด็น “หน้ากากอนามัยหาย” ที่แม้กรมการค้าภายในจะออกมาบอกว่ามีสินค้าเพียงพอ แต่ผู้คนยังหาซื้อไม่ได้ ร้านขายยาไม่มี แม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ก็ขาดแคลน

จนกระทั่งโต้โผเรือแห่งการเปิดโปง “เพจแหม่มโพธิ์ดำ” นำเฟซบุ๊กผู้ใช้ชื่อ ศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ที่โพสต์รูปหน้ากากอนามัยหลายลัง พร้อมขายจำนวนหลายล้านชิ้น และภาพถ่ายกับนายพิตตินันท์ รักเอียด ผู้ติดตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตีแผ่

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายกับตำรวจ ถ่ายกับคู่ค้าชาวจีน และ LIVE ขายของอย่างจริงจัง นำมาซึ่งการเปิดโปงถึงขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยครั้งใหญ่ แม้เบื้องต้น ร.อ.ธรรมนัสจะให้การไม่เกี่ยวข้อง แต่คนไทยก็ยังรอคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาล และหวังว่าปัญหา“หน้ากากอนามัยหาย” จะคลี่คลายลง โดยเฉพาะในยามยากเช่นนี้

หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศให้หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เป็นสินค้าควบคุม…

โพสต์โดย ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha เมื่อ วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2020

ไม่ปล่อยให้ลำบากหรอก รัฐบาลมาช่วยแล้ว!
แม้จะถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายว่ารัฐบาลอาจรับมือสถานการณ์ COVID-19 ได้ไม่ดีพอ แต่ด้วยความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญ จึงคลอดออกมาเป็นมาตรการเร่งด่วนเหล่านี้

  • ยกเลิก Visa on Arrival 18 ประเทศ (บัลแกเรีย ภูฏาน จีน (ไต้หวัน) ไซปรัส เอธิโอเปีย สาธารณรัฐฟิจิ จอร์เจีย อินเดีย คาซัคสถาน มอลตา เม็กซิโก นาอูรู ปาปัวนิวกินี โรมาเนีย รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย อุซเบกิสถาน วานูอาตู)
  • ยกเลิกฟรีวีซ่า 3 ประเทศชั่วคราว (ฮ่องกง อิตาลี เกาหลีใต้) มีผลทันที จนกว่าสถานการณ์ไวรัสจะดีขึ้น
  • หากคนจากประเทศที่ถูกห้าม เข้ามาประเทศไทยได้ จะถูกกักตัวที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ มิฉะนั้นจะถูกส่งกลับประเทศ
  • ยกเลิกศูนย์ควบคุมโรคทั่วประเทศ เพื่อยับยั้งการติดเชื้อขนาดใหญ่ ขอความร่วมมือกักตัวเองที่บ้าน หากใครที่เดินทางเข้าประเทศแล้วมีไข้ จะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล หรือส่งกลับภูมิลำเนา
  • ศูนย์เฝ้าระวังที่ฐานทัพเรือสัตหีบยังเปิดอยู่ ต่อไปจะใช้สำหรับผู้ที่มีปัญหาในระบบคัดกรอง และไม่สามารถไปเฝ้าระวังที่ภูมิลำเนาได้ หรือกรณีอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  • คนไทยจากเกาหลีใต้จะถูกตามตัวมากัก 14 วันจนครบทุกคน

การต่อสู้กับ COVID-19 ไม่เพียงเป็นบททดสอบสำคัญของประชากรแต่ละประเทศ ทั้งในด้านความร่วมมือร่วมใจ ความสามารถของรัฐในการป้องกันและรับมือไม่ให้กระทบกับคนกลุ่มใหญ่ แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญของมนุษย์ทุกคนบนโลก ว่าในสงครามระหว่างโรคร้าย VS มนุษย์ การร่วมมือร่วมใจและไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ ก็เป็นได้

--

อ้างอิง

1 / 2