ได้ เสีย - อุ๋ย นที เอกวิจิตร์

THINK TODAY เผยแพร่ 22 ต.ค. 2562 เวลา 10.09 น. • อุ๋ย นที เอกวิจิตร์

ความตื่นเต้นความสุขความยินดีในการได้มา เป็นความรู้สึกที่มนุษย์ส่วนใหญ่เฝ้าถวิลหา ความสุขจากการได้มาไม่ว่าจะเป็น สิ่งของ เงินทอง ชื่อเสียง ตำแหน่งหน้าที่การงาน ความรักมันเป็นสิ่งที่น่าอภิรมย์อย่างปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ แต่พอสิ่งเหล่านี้อยู่กับเราไปสักพัก ความตื่นเต้น ความรู้สึกยินดีเหล่านี้ ก็จะค่อยๆหมดไป ทั้งๆที่สิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่ แต่มุมมองและความรู้สึกของเรากลับเปลี่ยนไป เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องปกติไม่ได้รู้สึกว่ามีค่าเหมือนตอนได้มา แล้วเราก็จะมองหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ได้ความรู้สึกยินดีจากการ ได้ อีกครั้ง 

การมองคนอื่นที่เค้ามีมากกว่า ดีกว่า แล้วก็มาเปรียบเทียบกับของตัวเองโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีโซเชี่ยลเป็นตัวขยายความสามารถในการรับรู้เรื่องราวของคนอื่น ยิ่งเร่งความรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่มีอยู่และพยายามมองหาสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้พบกับความรู้สึก ได้ อีกครั้ง เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

ความรักความสัมพันธ์ก็เช่นกัน ตอนเริ่มต้นก็ตื่นเต้นทุกสิ่งทุกอย่างดูสวยงามไปหมด เหมือนที่ฝรั่งเรียกว่า Honeymoon Period หรือช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ นักจิตวิทยาความสัมพันธ์บอกว่า ระยะนี้จะมีอายุประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี หลังจากนั้นความตื่นเต้น ความยินดี จากความรักความสัมพันธ์ ก็จะกลายเป็นความชินชา ข้อเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เคยมองข้าม ก็มองเห็นชัดเจนจนกลายเป็นข้อตำหนิ ทำให้เกิดอาการเบื่อหน่ายไม่มีความสุขความตื่นเต้นเหมือนตอนเริ่มต้น แล้วก็จะเข้าสู่วงจรโหยหาการได้มาซึ่งความสัมพันธ์ใหม่ ๆ เพื่อความตื่นเต้นอีกครั้ง

มีคนเคยถามผมว่า เราจะมีวิธีรักษาความตื่นเต้นความพอใจในการมีความรักความสัมพันธ์ไว้ได้ยังไงไม่ให้มันหายไป

ผมคิดว่ามันแทบไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะคงความตื่นเต้นเหมือนช่วงตกหลุมรักกันในตอนแรกๆไปได้ตลอด อย่างมากก็ทำได้แค่ชะลอให้ช้าลง เหมือนกับเราดูภาพยนตร์เหรืออ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำๆทุกวัน มันคาดเดาได้เกือบจะหมดแล้ว ไม่มีอะไรน่าค้นหา แต่ถึงแม้ความตื่นเต้นจะหมดลง แต่หลายคนก็ชอบอ่านหนังสือเรื่องเดิม ดูหนังเรื่องเดิมซ้ำ ๆ และสังเกตมองหาสิ่งดี ๆ ที่เคยมองข้ามไป เพราะความพอใจหรือการเห็นค่าสิ่งที่มีอยู่นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ แม้ความตื่นเต้นจะหมดไปแล้ว

และบ่อยครั้งกว่าที่เราจะเห็นค่าสิ่งที่เราได้ เรามี ก็ต้องรอถึงวันที่เราเสียสิ่งเหล่านั้นไป ซึ่งก็เป็นบทเรียนและประสบการณ์ตรงที่ไม่มีใครรู้สึกแทนกันได้ ประสบการณ์นั้นสอนอะไรเราบ้าง?

ถ้าทำให้เราคิดว่าครั้งต่อไปเราจะรักษาและเห็นค่าสิ่งที่มีอยู่ให้ดีที่สุดไม่ให้จากกันไปอีก แต่สุดท้ายกฎของธรรมชาติก็จะมาตอกย้ำยืนยันเราอีกครั้งว่า

เสียคู่กับได้ ตายคู่กับเกิด

จะเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

ยังไงก็ต้องจากกันอยู่ดี ไม่ว่าเราจะพยายามรักษาไว้ให้ดีแค่ไหนก็ตาม

แต่ใช่ว่าเราจะรังเกียจกลัวความสัมพันธ์หรือการครอบครอง ที่เราทำได้คือยินดี และ เห็นค่าในสิ่งที่เรามีอยู่ อย่างเข้าใจ ว่ามันคือของชั่วคราว มีได้แต่ไม่ยึด

เรื่องแบบนี้ฟังเข้าใจง่ายในแง่ทฎษฏีแต่ทำยากมาก ๆ ในทางปฎิบัติ ประสบการณ์ตรงเท่านั้นที่จะทำให้เราทุกข์จนเข้าใจความจริงข้อนี้ จนลดความยึดมั่นในครั้งต่อ ๆ ไป

ทุกครั้งที่เราครอบครองและเสียอะไรไป

นอกจากเสียใจแล้ว เราอาจจะได้ การเรียนรู้ชีวิต และความเข้าใจชีวิตกลับมาด้วย 

ได้มา เสียไป เจ็บจนเข้าใจ 

ด้วยตัวเอง