ไขข้อสงสัย..ทำไมคนเราถึงได้ทุกข์บ่อย ๆ

LINE TODAY ORIGINAL เผยแพร่ 02 ส.ค. เวลา 17.05 น. • เพื่อนตุ้ม

ทำไมเราถึงได้ทุกข์ร้อน เดือดเนื้อร้อนใจกันอยู่เสมอ คำตอบมีเพียงอย่างเดียวก็เพราะเราไปแบกความทุกข์พวกนั้นเอาไว้ ยิ่งแบก ก็ยิ่งทำให้ทุกข์ แต่ทั้ง ๆ ที่ทุกข์มาก ก็ไม่มีท่าทีว่าจะวางสิ่งที่แบกอยู่นี้ลงเลย กลับยิ่งแบกใส่บ่า ใส่ใจ เอาเรื่องต่าง ๆ เข้ามาทำให้ทุกข์หนักขึ้นไปอีก

ธรรมชาติของชีวิตก็เป็นแบบนี้ มีทั้งทุกข์และสุขปะปนกันไป แต่เจ้าตัวความทุกข์มักจะมาถามหามากกว่าเสมอ เพราะทุกอย่างในชีวิตคนเราทำให้เกิดทุกข์ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะร่างกาย ความรู้สึก ความคิด จิตใจ ก็ทำให้เราเป็นทุกข์ได้ ตราบเท่าที่คนเรายังยึด ยังไม่หยุดที่จะคิด ไม่ปล่อย ไม่วาง ก็ไม่มีวันที่จะหลุดพ้นความทุกข์ไปได้

อะไรที่ทำให้ทุกข์ ก็แค่ปล่อยมันไป..

จริง ๆ แล้วเหตุที่คนเราทุกข์ มันมีสาเหตุมากมายนับไม่ถ้วน ไม่สบาย เจ็บป่วยก็ทุกข์กาย ไม่มีเงิน ไม่มีกิน ก็ทุกข์ใจ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนเราบ่อยเสียยิ่งกว่าอะไรดี

เหตุที่คนเราทุกข์ส่วนใหญ่ก็เพราะไปยึด ไปบีบ ไปกำมันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ยิ่งกำแน่น บีบแน่น ยึดแน่นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทุกข์มากขึ้นเท่านั้น เหมือนมือที่จับกันเอาไว้ แต่ยิ่งจับแน่นก็ยิ่งอึดอัด ยิ่งบีบก็ยิ่งเจ็บ มือของคนเราถูกออกแบบมาให้จับแล้วก็ปล่อย เมื่อปล่อยก็ไม่เจ็บ ไม่อึดอัด แต่ถ้าไม่ยอมปล่อยก็รังแต่จะทำให้ไม่สบายใจ และสุดท้ายก็เป็นทุกข์เสียเอง

ดังนั้น อะไรที่ทำให้เราต้องทุกข์ เราก็แค่ต้องปล่อยมันไป..ในทางปฏิบัติเราก็แค่อย่าไปคิดถึงอะไรที่มันผ่านไปแล้ว คนเราถ้า “คิดเป็น ก็ต้องหยุดคิดให้เป็นด้วย”

การหยุดคิดให้เป็น..คือต้องรู้เวลาไหน ตอนไหน เรื่องไหน ไม่ควรเอามาคิดอีกแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่ความคิด จิตใจมันเผลอวนไปคิดขึ้นมา เราก็แค่ต้องหยุดความคิดนั้น แรก ๆ อาจฝึกด้วยการหันเหคิดถึงเรื่องอื่น ถ้าเราฝึกตัวเองอยู่บ่อย ๆ สุดท้ายก็จะหยุดคิดเรื่องนั้นได้เอง

ปล่อยวางด้วยปัญญา ไม่ใช่แค่วางเฉยไว้

เรามักได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าจะสอนให้ปล่อยวาง เมื่อปล่อยวางได้ก็จะไม่ทุกข์ แต่หลายคนเข้าใจผิดว่าปล่อยวางคือการไม่ต้องไปสนใจ ทว่าจริง ๆ แล้วการปล่อยวางจำเป็นต้องประกอบไปปัญญา ไม่ใช่การทำเป็นไม่สนใจหรือปล่อย ๆ มันไปอย่างนั้นเอง

ปัญญาในที่นี้ไม่ใช่ความฉลาด ไม่ใช่ความเก่ง แต่เป็นปัญญาที่เกิดขึ้นจากการคิดหาจนทำให้รู้แจ้งตามเป็นความจริง รับรู้ถึงทุกข์ ถึงกิเลสที่เกิดขึ้น ซึ่งพอรู้ชัดว่าจะสามารถทำลายกิเลสได้อย่างไรก็ไม่จำเป็นต้องทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ ดังนั้นจะปล่อยวางได้ ก็จำเป็นจะต้องมีปัญญาเสียก่อน

เพราะยังไง..การทำเป็นไม่สนใจก็ไม่ต่างอะไรกับการอดทนให้มันผ่าน ๆ ไป สักวันเมื่อความอดทนหมดลง เราก็จะกลับมาทุกข์อีก แต่หากเป็นการปล่อยวางเพราะมีปัญญา ก็จะเห็นความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น พอมีอะไรเข้ามากระทบก็รู้เท่าทันของสิ่งนั้น ๆ ว่ามันเป็นแค่สิ่งชั่วครู่ ชั่วคราว ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน แม้แต่ชีวิตคนเรา นับประสาอะไรกับความทุกข์ที่เข้ามา เพราะแค่เราปล่อยวางให้เป็น ความทุกข์ก็ตามเราไม่ทันแล้ว

สิ่งสำคัญที่เราต้องรู้ก็คือ ทุกอย่างในโลกนี้ทำให้ทุกข์ได้ทั้งนั้น ตราบที่เรายังยึดมันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย และนี่แหละคือสาเหตุที่คนเราเป็นทุกข์กันไม่จบไม่สิ้นเสียที~