ใต้ตาอาการหนัก! รวมทริคกำจัด 'ถุงใต้ตา และ ขอบตาคล้ำ' ให้ผิวใต้ตาใสกิ๊ง สดชื่น ไม่หมองคล้ำ

SistaCafe อัพเดต 15 พ.ย. 2562 เวลา 18.58 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2562 เวลา 02.12 น. • Mollacake

เซย์ฮายยย ค่า! สาวๆ SistaCafe ทุกคน //เสียงงัวเงียสุด zzz
ที่มาทักทายเสียงง่วงแบบนี้ ใช่ค่ะ เรานอนไม่พอ และเชื่อว่าสาวๆ ยุคนี้ แทบนับหัวได้ที่นอนครบ 8 ชั่วโมง! ทั้งความเครียดจากการเรียน/ทำงาน การเดินทางที่รถติดตลอดเว ฝนตกแป๊บเดียวน้ำก็ท่วม มีดราม่าในทวิตต้องส่อง ไปๆ มาๆ กว่าจะหัวถึงหมอน โน่นจ้า ตี 1 ตี 2 แต่ยังต้องตื่นเช้าเหมือนเดิมไง ผลลัพธ์คือหน้าอย่างหมอง ใต้ตานี่ดำปี๋จนแพนด้าจะเรียกแม่แล้วเด้ออ ล้องห้ายย o(TヘTo)
ถ้าเธอเป็นคนนึงที่เสิร์ชหา ' วิธีแก้ใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา ' ใน google อย่างเมามันส์แล้วล่ะก็ ไม่ต้องหาแล้วนะคะ เราเอาทริคมาเสิร์ฟถึงที่ ในบทความนี้แล้ว! แค่ทำทั้ง 8 ทริคนี้ ไม่ต้องไปคลินิกแพงๆ ไม่ต้องเสียเงินเยอะ รับรองใต้ตาสุขภาพดีขึ้น ผิวตาเนียน ใสกิ๊ก ไม่ต้องเสียเวลาโบกคอนซีลเลอร์ก่อนออกจากบ้านอีกต่อไป! =w=b 

ไม่ ชั้นไม่ได้ขอบตาดำ! ไม่ ไม่ ม่ายยยยยยย!!!

 

-- เกร็ดความรู้ : 'ผิวใต้ตา' มีลักษณะยังไง แก้ความคล้ำยังไงดี? --

โดยปกติแล้ว ' ผิวใต้ตา ' ( หรือบางคนจะเรียกรวมๆ ว่า ผิวรอบดวงตา ) จะเป็นผิวที่บางกว่าจุดอื่นบนผิวหน้า เวลาสาวๆ ส่วนใหญ่แต่งหน้าหรือใช้สกินแคร์ มักจะมองข้ามจุดนี้กัน ทำให้ใต้ตาแห้งกร้าน มีริ้วรอยได้ง่ายกว่าส่วนอื่นอาการใต้ตาคล้ำ มาจากที่พิกเมนต์ผิวส่วนนั้นมีสีเข้มขึ้น และถุงใต้ตา เกิดจากอาการตาบวม ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กรรมพันธุ์ นอนดึก โดนแดดจัดเป็นเวลานาน ซึ่งแต่ละสาเหตุก็ต้องใช้วิธีแก้ต่างกันไปค่ะ
ถ้าบางคนพอมีทุนทรัพย์หน่อย การแก้ใต้ตาคล้ำ หรือมีถุงใต้ตาห้อยย้อยนั้น แค่ไปคลินิกเลเซอร์ออกก็เสร็จ!แต่ถ้ายังงบน้อย เรียนอยู่ หรือไม่อยากเอาแสงเลเซอร์มาจี้หน้า ก็มีวิธีอื่นๆ อยู่ที่ช่วยให้รอยคล้ำจางลง ลดตาบวม ลดถุงใต้ตาได้ จะมีอะไรบ้าง ก็มาดูกันได้เลย

*1. ผิวใต้ตาบาง ขอบตาแพนด้า >> ใช้อายครีมที่ผสม 'เรตินอยด์' *

ถ้าเธอเป็นคนนึงที่ใต้ตาดำ ขอบตาคล้ำเบอร์สิบ เพราะผิวใต้ตาบางเฉียบ ไม่ค่อยได้นอนเป็นเวลา สามารถลดรอยจางได้ง่ายๆ ด้วยการใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของ ' เรตินอยด์ ' อย่างต่อเนื่องค่ะ! เพราะเรตินอยด์ / เรตินเอ ( แล้วแต่จะเรียก ) มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นใต้ผิว ทำให้ผิวส่วนใต้ตาแข็งแรงขึ้น หนาขึ้น และทำให้รอยคล้ำใต้ตาจางลงได้นั่นเอง
ข้อเสียคือ ยี่ห้ออายครีมที่ผสมเรตินอยด์ในไทยหายาก มีค่อนข้างน้อย อาจต้องพรีออเดอร์ แต่ที่พอจะเสิร์ชเจอในกูเกิ้ลก็จะมี Roc, Olay, Nutrogena และ L'Oreal Paris ถ้าสนใจก็ลองไปหาสั่งซื้อดูค่ะปล. แต่ถ้าผิวแพ้ง่ายมากๆ ไม่แนะนำน้า เพราะเรตินอยด์เป็นสารที่ค่อนข้างแรง อาจทำให้ตาระคายเคืองได้ ถ้าจะใช้ให้ปรึกษาหมอผิวหนังก่อนเด้อ

 

2. นอนหงาย เพิ่มหมอนหนุนหัว ให้เลือดลมไหลเวียน!

สาวๆ หลายคนนอกจากนอนน้อยแล้ว ยังนอนไม่ถูกวิธี คือนอนราบไปหมดทั้งตัว บางคนไม่หนุนหมอนที่หัวด้วยซ้ำ ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดี หมอนหนุนหัวเจอฝุ่นตรงๆ ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา ตาบวมได้ง่ายกว่าปกติค่ะ 
เราแนะนำให้เธอลองปรับท่านอน เป็นท่านอนราบ หนุนหัวด้วย ' หมอนสองชั้น ' เพื่อให้หมอนสูงขึ้น จมูกไม่สัมผัสกับผิวโดยตรง คล้ายๆ กับเวลาเราเป็นภูมิแพ้คัดจมูก ที่หมอแนะนำให้นอนหมอนสูงนั่นแหละค่ะ นอกจากจมูกจะโล่ง หายใจคล่องขึ้นแล้ว รอยคล้ำใต้ตาก็จางลงด้วยนะ

3. ขอบตาคล้ำ >> ใช้สกินแคร์ปรับผิวใส + ทาครีมกันแดดใต้ตา

ถ้าเธอมีรอยคล้ำใต้ตาเพราะ ' พิกเมนต์ผิวใต้ตาเข้มขึ้น ' แล้วล่ะก็ ลองสำรวจตัวเองซิ ว่าปกติทาสกินแคร์อะไรบ้างมั้ย ออกแดดทากันแดดบ้างหรือเปล่า อาจถึงเวลาที่เธอต้องใช้สกินแคร์ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส ควบคู่กับการทาครีมกันแดดใต้ตาเป็นประจำแล้วล่ะค่ะซิส! 
ในบางครั้ง รอยคล้ำใต้ตาก็มาจากการขยี้ตาแรงๆ ถูตาบ่อยๆ ตามความเคยชิน หรือโดนแดดแผดเผาเป็นระยะเวลานานค่ะ เธอควรหันมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผสม ' วิตามินซี ', ' kojic acid ' และ licorice extract สารพวกนี้จะเข้าไปช่วยลดความเข้มของพิกเมนต์นั้นๆ ให้จางลง รอยคล้ำดูใสขึ้น และอย่าลืมทากันแดดทุกวัน! ควรเป็นกันแดดที่ผสม  zinc oxide หรือ titanium dioxide รับรอง ทาต่อเนื่องหน้าใสกิ๊งแน่นอนค่า

 

*4. ใช้ 'รีมูฟเวอร์' เช็คเมคอัพใต้ตาเบาๆ หน่อย อย่าถูแรง! *

ผิวบริเวณใต้ตา อย่างที่บอกว่าเป็นผิวส่วนที่บอบบางสุดๆ แม้เธอจะไม่ใช่คนสภาพผิวแพ้ง่ายก็ตาม อันที่จริง ผิวใต้ตาถือเป็นผิวที่บางที่สุดในร่างกายเลยด้วยซ้ำ หากเธอมือไม่ระวัง ไปทำผิวใต้ตาระคายเคือง หรือมีรอยช้ำ ก็อาจนำไปสู่ผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อได้เลย! 
ดังนั้นสาวๆ ควรทะนุถนอมผิวใต้ตา จับอย่างระวัง เบามือที่สุด หากจะใช้ ' รีมูฟเวอร์ชุบสำลี ' เช็ดเมคอัพที่แต่งมาทั้งวัน ก็ให้เลือกสำลี หรือแผ่นเช็ดเครื่องสำอางที่เนื้อไม่หยาบ นุ่ม ไม่ทำให้ผิวเป็นรอย หรือระคายเคือง ไม่ผสมน้ำหอมและสารเคมี ทริคคือเวลาเช็ด ให้เช็ดไปในทางเดียวกันเสมอ อย่าเช็ดกลับไปกลับมา จะแสบผิว ระคายเคืองและเกิดริ้วรอยใต้ตาได้นะคะ 

 

5. ขอบตาแพนด้า อดนอน ก็ไปพักผ่อนให้เพียงพอ!

สาวๆ ส่วนใหญ่ที่ขอบตาดำกัน ก็ไม่พ้นนอนดึก โต้รุ่ง ติดซีรีส์ หรือเม้าท์กับเพื่อนจนถึงเช้านั่นแหละ วิธีที่ง่ายที่สุด ทำได้เร็วที่สุดในการลดรอยคล้ำใต้ตา ลดถุงใต้ตา ก็คือไปนอนซะ! นอนให้พอ นอนให้ครบอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมง และงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน ทำต่อเนื่องสักสัปดาห์ สภาพใต้ตาจะดีขึ้นจนเธอต้องร้อง ว้าว! แน่นอน 
แม้เธอจะงบเยอะ ไปทำเลเซอร์ลดใต้ตาดำมาแล้ว ก็อย่าชะล่าใจ ถ้าเธอทำพฤติกรรมเดิมๆ มันก็มีสิทธิ์กลับมาดำใหม่ และคราวนี้ผิวอาจบางเกินกว่าจะไปเลเซอร์ซ้ำสองแล้วด้วย!ดังนั้นดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติไปด้วยจะดีกว่า นอกจากใต้ตาสดใสแล้ว สมองยังสดชื่น ปลอดโปร่ง พร้อมใช้ชีวิตในวันรุ่งขึ้นแบบเต็มร้อยเลยล่ะ

 

6. ใช้ 'ถุงชาอุ่นๆ' หรือ 'ของเย็นๆ' ประคบใต้ตา ลดตาบวมได้

ข้อนี้เรามาว่ากันเรื่อง ' ตาบวม ' ที่ก่อให้เกิดถุงใต้ตากันค่ะ! ที่จริงมีวิธีลดถุงใต้ตาจากการอดนอนได้มากมาย แต่ 2 วิธีฮิตๆ ก็มีเช่น ' ประคบ ' ด้วยถุงชา ที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน จึงมีสารแทนนินตามธรรมชาติ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ และลดอาการตาบวมได้ชะงัดนัก! เพียงแช่ถุงชาสองถุงในน้ำอุ่น ให้พอชุ่มๆ เอาถุงออก แล้วนำไปแช่ตู้เย็น 2-3 นาที นำถุงชาประคบใต้ตา 5 นาที แล้วเอาอก ใต้ตาจะสดชื่นขึ้นมาทันที
นอกจากนี้ ถ้าเธอไม่มีถุงชา จะใช้ ' แตงกวาหั่นแว่น, อายมาส์กแบบเจล, ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น, ช้อนสแตนเลสแช่ตู้เย็น ' มาประคบใต้ตาก็ได้เช่นกัน แต่ประคบนานกว่าถุงชานิดนึง คือ 10-20 นาที วัตถุดิบเหล่านี้จะปลอบประโลมใต้ตา ฮีลผิวให้ชุ่มชื้น สดใส สรุปสั้นๆ ถ้าเธอตาบวม เลือดไหลเวียนไม่ดี ใช้ ' ของเย็นๆ ' ประคบตา เลือดลมจะได้ไม่คั่ง เมื่อเลือดไม่คั่งใต้ตา รอยคล้ำก็จางลงนั่นเอง

 

7. ติดรสเค็มรึเปล่า? ลด 'เกลือ' ในมื้ออาหาร เพิ่มการกิน 'วิตามินซี' แทนสิ

เหตุผลส่วนหนึ่งที่เธอตาคล้ำ ตาบวม มีถุงใต้ตา เกิดจากเกลือ หรือ ' โซเดียม ' ในอาหารที่กินเนี่ยแหละ เพราะเมื่อเรากินโซเดียมเข้าไปมากๆ มันจะไปกักเก็บน้ำในร่างกาย ทำให้ตัวบวมน้ำ ส่งผลให้ตาบวมไปด้วย! ถ้าอยากตาสวย ไร้ถุงใต้ตา ก็ต้องลด ( ที่จริงงดเลยดีที่สุด ) เกลือในมื้ออาหารประจำวัน งดกินฟาสต์ฟู้ด ของเค็มๆ ไก่ทอด มันทอดไปก่อน ถ้าไม่เชื่อ ลองทำดูสักสัปดาห์ ผิวใต้ตาจะดีขึ้นอย่างชัดเจน เชื่อเรา!
เมื่อลดเกลือแล้ว ก็ได้เวลากินอาหารให้ผิวใส! เธอควรกินอาหารที่มีส่วนผสมของ ' วิตามินซี ' เพราะเขาจะช่วยลดรอยคล้ำใต้ตา กำจัดถุงใต้ตา ให้ผิวตาสดใสปิ๊งๆ และยังช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจน ให้ผิวตาแข็งแรง ชุ่มชื้น กระชับขึ้นด้วย ยิ่งถ้ากินเป็นอาหารคลีน ยิ่งดีต่อสุขภาพ! ซึ่งผัก-ผลไม้ ที่มีวิตามินซีสูงๆ ก็เช่น ฝรั่ง, สตรอว์เบอร์รี่, บร็อคโคลี่, กะหล่ำปลี, ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, มะนาว, มะเขือเทศ, แอปเปิ้ล, สับปะรด, ส้ม, มะม่วง เป็นต้น

 

8. ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ / งดเครื่องดื่มมี 'แอลกอฮอล์' ทุกชนิด

ถ้าอยากมีใต้ตาชุ่มชื้น เปลั่งปลั่งกระจ่างใส ง่ายๆ เลยแค่ดื่ม ' น้ำเปล่า ' ให้เพียงพอ 8 แก้วต่อวันเท่านั้น เพราะน้ำเปล่าคือสิ่งสำคัญในการทำให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และกำจัดอาการบวมน้ำในร่างกาย ( รวมถึงตาบวมด้วย! )เพราะถ้าเธอดื่มน้ำน้อย ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ ( dehydrated ) เมื่อมีน้ำแม้แค่นิดเดียวเข้าสู่ร่างกาย มันจะกักเก็บไว้ให้เยอะที่สุด ทำให้ตาคล้ำ ใต้ตาบวมได้อีก ดังนั้นดื่มน้ำให้เป็นนิสัยนะคะ!
นอกจากดื่มน้ำเยอะๆ แล้ว ก็ต้องงดเครื่องดื่มที่มี ' แอลกอฮอล์ ' ทุกชนิดด้วย จะเบียร์ แชมเปญ ค็อกเทล โซจู เหล้าใดๆ คือห้าม! เพราะแอลกอฮอล์เหล่านี้มีคุณสมบัติขับน้ำออกจากร่างกาย ( ใครเคยดื่ม จะรู้ว่าดื่มพวกนี้ จะเข้าห้องน้ำบ่อย ) ซึ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ง่าย และทำให้ตัวบวมน้ำได้นั่นเอง ดังนั้นงดเถอะค่ะ เพื่อตาสวยใสของเรา

-------------------------------------
ไม่ต้องเดินเข้าคลินิก ให้หมอเอาเข็มจิ้มใต้ตา ก็มีใต้ตาสวยกระจ่างใส ไม่บวมได้ แค่ทำ 8 ทริคข้างบนนี้เลย! แต่ต้องยอมรับจุดนึงก่อนว่า ทั้งหมดในบทความนี้ เป็นทริคที่ไม่ได้ใช้สารเคมีเข้าร่างกายโดยตรง ไม่ได้กินยา ไม่ได้ฉีดยา ดังนั้นผลมันก็จะค่อนข้างช้า ต้องใช้เวลาหน่อย อดทนนิดนึง แต่ข้อดีคือไม่มีผลข้างเคียง และไม่เปลืองเงินเยอะ! ถ้าเป็นวัยเรียน หรือวัยทำงานงบน้อยก็ลองทำเถอะค่ะ ไม่เสียหาย ・゚・(。>ω<。)・゚・
***ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเธอต้องการผิวใต้ตาใสแบบใสกิ๊งจริงๆ แต่ใต้ตาดำมาจากกรรมพันธุ์ที่ยังไงก็แก้ไม่หาย อันนี้เราก็ไม่ห้ามนะ ถ้าเธอจะไปหาหมอ เพราะวิธีเหล่านี้จะช่วยได้แค่ตาคล้ำจากพฤติกรรมส่วนตัวเท่านั้น ยังไงก็เลือกไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองนะจ๊ะ! วันนี้ก็ขอตัวลาละ ใครชอบก็ฝากกดฟอล กดหัวใจให้ด้วยเด้อ ไปละค่า บ๊ายบายยย


ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ