โลกสวยหลบไป! 7 เรื่องดี ๆ ที่จะเกิดขึ้น หากเรามองโลกตามความเป็นจริง - ห้องแนะแนว

LINE TODAY เผยแพร่ 21 พ.ย. 2562 เวลา 17.00 น. • nawa.

นักวิทยาศาสตร์เคยบอกว่า การมองโลกในแง่ดี หรือคิดเชิงบวกจะมีผลดีต่อสุขภาพ ส่วนนักจิตวิทยาก็บอกในอีกด้านหนึ่งด้วยว่า การมองโลกในแง่ร้ายบ้างก็มีผลดีในบางสถานการณ์เช่นกัน จึงเกิดเป็นคำถามว่า แล้วตรงกลางของการมองโลกอยู่ที่ตรงไหน? คำตอบอาจจะอยู่ที่ ‘การมองโลกตามความเป็นจริง’

มองโลกตามความจริงคือ มองอย่างที่มันเป็นอยู่ ไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวลงไป ไม่บิดเบือน แม้ว่าคนเรามักใส่อคติบางอย่างลงไปในมุมมองที่มองโลกอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องธรรมชาติ 

ดังตัวอย่างที่มักจะใช้ทดสอบวิธีการมองโลกของแต่ละคนว่า หากมองภาพนี้แล้ว ความคิดของคุณเป็นเช่นไร 1) มีน้ำครึ่งแก้ว, 2) เหลือน้ำแค่ครึ่งแก้ว, หรือ 3) มีน้ำตั้งครึ่งแก้ว ซึ่งความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือ มีน้ำครึ่งแก้ว ที่เหลือคือการมองโลกอย่างใส่ความคิดเห็นบางอย่างเจือปนลงไปในความจริงนั้นด้วย พอจะเห็นภาพไหมคะ 

พูดถึงข้อดีของการมองโลกในสองขั้วไปแล้ว งั้นเรามาดูข้อดีของการรู้จักมองโลกอย่างที่มันเป็นกันบ้างดีกว่า ว่ามีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของเราอย่างไรบ้าง

1.ยอมรับความจริงได้ง่ายขึ้น  

หากกำลังเผชิญหน้ากับความทุกข์ ความไม่สบายใจ หรืออุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือการยอมรับความจริง ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลายคนอาจจะไม่อยากรับรู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่ามองสิ่งที่กำลังเกิดอยู่ตรงหน้า ดึงสติกลับมาโฟกัสอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ถามตัวเองว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ทางออกมีอะไรบ้าง การได้มองสิ่งต่าง ๆ อย่างที่มันเกิดขึ้น อย่างที่มันเป็น จะช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น ปลง และไม่หลอกตัวเอง เพราะการมัวแต่มองโลกในแง่บวก จริงอยู่ว่ามันทำให้เราสบายใจ แต่มันแค่ชั่วขณะเท่านั้นแหละ ปัญหาเหล่านั้นมันยังคงตามหลอกหลอนในหัวอยู่ สู้ยอมรับความจริงไปซะดีกว่า เจ็บแต่จบ!

ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาชาวสหรัฐคนหนึ่งพบว่า การบอกความจริงต่อผู้ป่วย จะช่วยให้ผู้ป่วยรับมือกับอาการป่วยได้ดีกว่าการให้ความหวังว่าอาการจะดีขึ้นในเร็ววัน แม้ว่าช่วงแรกผู้ป่วยจะรู้สึกทุกข์ทรมานกับความจริงเหล่านั้น แต่เมื่อยอมรับและผ่านไปได้ จะทำให้สภาพจิตใจฟื้นตัวได้เร็วมากยิ่งขึ้น  

2.ลดระยะเวลาแห่งความทรมาน

นอกจากการมองโลกแบบเป็นจริงจะช่วยให้เรายอมรับความจริงได้แล้ว ถึงช่วงเวลานั้นมันจะบาดหัวใจเรามากแค่ไหน แต่ยิ่งยอมรับได้เร็วมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยลดระยะเวลาในการเยียวยาตัวเองลงไปด้วย รู้ตัวเร็ว หายเจ็บเร็วอย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละ มันก็เหมือนเวลาเราเป็นแผล หากยิ่งรู้ว่าเป็นตรงไหน เจ็บตรงไหน เราก็จะหาวิธีรักษาแผลนั้นได้ไวขึ้น แผลก็จะหายไวขึ้นนั่นเอง 

3.มีแต่ความเข้าใจ 

พื้นฐานที่สุดของการมองโลกตามความเป็นไปของมันก็คือ การทำความเข้าใจ ทั้งเข้าใจตัวเราเอง เข้าใจธรรมชาติ รู้ว่ามีสิ่งที่สามารถควบคุมได้และสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ เข้าใจสัจธรรมของสิ่งรอบตัว ความเข้าใจทั้งหมดนี้จะทำให้วิธีมองโลกของเราเป็นไปตามความเป็นจริงมากขึ้น

4.มูฟออนต่อไม่รอแล้วนะ 

การหลอกตัวเอง ไม่ยอมปล่อยวางจะทำให้จมปลักอยู่กับเรื่องเก่า ๆ  และชีวิตจะทุกข์อยู่กับเรื่องซ้ำ ๆ เดิม ๆ มันน่าเบื่อมากนะคะ แต่หากเรารู้จักมองโลกตามความเป็นจริง ไม่ติดอยู่กับอดีต เรื่องไหนดีก็ยอมรับว่าดี เรื่องไหนไม่ดี ก็ยอมรับว่าไม่ดี แล้วแก้ไข นำเรื่องเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก จะทำให้ชีวิตเดินหน้าต่อไปได้เร็วขึ้น แถมยังได้ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นอีกด้วยนะ

5.มองอะไรได้ชัดเจนขึ้น  

พอมองเห็นปัญหา เห็นโลกอย่างที่มันเกิดขึ้นจริง ไม่บิดเบือน จะทำให้เรามองเห็นอะไร ๆ ได้ชัดเจนขึ้น เหมือนปรับจุดโฟกัสให้สายตานั่นแหละ พอรู้ชัดแจ้งถึงเรื่องราวที่เกิด ก็จะเกิดสติปัญญาและหาทางหนีทีไล่ได้ดีขึ้น ไม่มัวแต่มองเรื่องดี ๆ แต่รู้จักมองเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะทุกด้านย่อมมีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของเราเองทั้งนั้น

6.เป็นเหตุเป็นผล

พอเรามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างที่มันเป็นได้แล้ว สิ่งดี ๆ ที่จะตามมาก็คือเราจะคิดอะไรเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ไม่เอนเอียง ปล่อยวางอคติได้ อยู่กับข้อเท็จจริงที่เกิดมากกว่าใช้อารมณ์หลอกตัวเอง อย่าลืมว่าถึงความรู้สึกจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ความจริงเปลี่ยนแปลงไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องยึดมั่นถือมั่นก็คือความจริงนั่นแหละ

7.ไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง 

บ่อเกิดของความผิดหวังคือความคาดหวัง แต่หากมองโลกตามความจริงจะทำให้เราไม่แต่งเติม ไม่สร้างภาพ ความคาดหวังจึงไม่มีทางเกิดขึ้น มีเพียงการยอมรับสิ่งที่มันเป็นเท่านั้น และเมื่อเรายืนมองความเป็นไปของโลกอย่างที่มันหมุนไป เราจะเกิดการยอมรับและเข้าใจ คิดแบบนี้มีแต่ได้กับได้และไม่มีวันติดลบทางความรู้สึกอย่างแน่นอน 

แม้ว่าการมองโลกทางความเป็นจริงจะไม่ง่ายเลย แต่จะว่าทำไม่ได้เลยก็คงผิด เพราะหากเรามีสติ และรู้เท่าทันความคิดความอ่านของตนเองได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีผลต่อการมองโลกของเรามากขึ้นเท่านั้น อย่างที่เขาว่า มองโลกในแง่ดีมากไปก็ไม่ได้ มองโลกในแง่ร้ายมากไปก็ไม่ดี อยู่ตรงกลางน่าจะดีที่สุดแล้ว 

ดังคำสอนของ พระไพศาล วิสาโล ที่ว่า 'การมองเห็นสิ่งดี ๆ ที่อยู่เคียงคู่กับสิ่งไม่ดี ก็เป็นการมองโลกแง่ดีที่ควรมอง'

.

.

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.bbc.com/thai/features-49154443

https://www.voathai.com/a/pessimism-ct-5aug14/1972501.html

https://www.voathai.com/a/a-47-2009-11-10-voa5-90649734/922659.html