"โรม" ข้องใจ "บิ๊กตู่" อุ้ม "ดอน" นั่งรองนายกฯ ใช้อะไรคิด

Amarin TV เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 13.20 น.
นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นต่อกรณีแต่งตั้ง “ดอน ปรมัตถ์วินัย” เป็นรองนายกรัฐมนตรีป้ายแดง ควบตำแหน่ง รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ในเส้นทาง “ครม.ประยุทธ์ 2/2

นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นต่อกรณีแต่งตั้ง
"ดอน ปรมัตถ์วินัย" เป็นรองนายกรัฐมนตรีป้ายแดง ควบตำแหน่ง รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ในเส้นทาง "ครม.ประยุทธ์ 2/2
ทั้งนี้ "โรม" ได้กล่าวผ่านเฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม ในช่วงหัวค่ำวันนี้ 6 ส.ค. 63 โดยระบุว่า

เมื่อบ่ายวันนี้ (6 สิงหาคม 2563) ราชกิจจานุเบกษาเพิ่งประกาศรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ของ ครม. ประยุทธ์ 2/2 ออกมา
เมื่อผมได้เห็นรายชื่อแล้ว ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ ถึงชื่อของคุณดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศที่ได้รับการโปรโมตเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง
ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อะไรคิด?
เพราะโดยเหตุและผลแล้ว การที่รัฐมนตรีคนหนึ่งจะได้รับปูนตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีเพิ่มมาด้วยนั้น นั่นหมายความว่ารัฐมนตรีคนนั้นจะต้องมีผลงานโดดเด่น ทำความดีความชอบให้กับประเทศและประชาชนได้อย่างเป็นที่ประจักษ์ จึงสมควรได้รับการยกรับดับขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า
แต่เมื่อนึกถึงกระทรวงการต่างประเทศภายใต้การนำของคุณดอนในช่วงที่ผ่านมา เรื่องแรกที่ไม่นึกถึงไม่ได้แน่ๆ ก็คือกรณีทหารอียิปต์และครอบครัวทูตซูดานเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่เข้า State Quarantine แล้วปรากฏว่าเป็นผู้ติดเชื้อ COVID-19 สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่ท้องที่เป็นมูลค่ามหาศาล กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการเข้าออกประเทศ สามารถปฏิเสธบุคคลที่ไม่ให้ความร่วมมือกับมาตรการควบคุมโรคไม่ให้เข้าประเทศได้ แต่ก็ยังปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้
ในทางกลับกันคนไทยที่อยู่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ กำลังต้องการความช่วยเหลือ อย่างน้อยได้กลับประเทศไทยก็ยังดี คุณดอนในฐานะรัฐมนตรีกลับทำงานเช้าชามเย็นชามปล่อยให้พี่น้องคนไทยถูกลอยแพไปตามยถากรรม
อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นที่สนใจของสังคมอย่างมากคือกรณีการถูกอุ้มหายของคุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ตอนนี้ผ่านมา 2 เดือนแล้ว ก็ยังไม่เห็นผลความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมที่กระทรวงต่างประเทศจะไปดำเนินการเพื่อปกป้องคุ้มครองชีวิตของคนไทยในต่างแดน
มิหนำซ้ำในตอนที่มีการตั้งกระทู้ถามเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2563 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 คุณดอนอ้างออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยว่าทุกประเทศล้วนมีกฎหมายอาญาเฉพาะถิ่นเฉพาะที่แบบมาตรา 112 ด้วยกันทั้งนั้น และคนไทยกว่า 67 ล้านคนไม่เห็นว่ามาตราดังกล่าวเป็นปัญหา มีเพียงไม่ถึง 100 คนเท่านั้นที่บอกว่ามีปัญหา สื่อนัยยะว่ามาตรา 112 ไม่ใช่ประเด็นสลักสำคัญอะไร ทั้งที่ในข้อเท็จจริงราชอาณาจักรหลายประเทศไม่ได้มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือแทบไม่มีการใช้ ต่างจากกรณีของไทยโดยสิ้นเชิง และผมกล้าท้าพนันเลยว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 ไม่ได้มีแค่หยิบมือเดียวอย่างที่คุณดอนอ้างแน่ๆ
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังอุ้มชูคนอย่างคุณดอนที่ปล่อยให้เกิดเรื่องดังที่ได้กล่าวมา แสดงทัศนคติที่ได้กล่าวมา ให้ได้ดิบได้ดีเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงสะท้อนว่าการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ก็มีแต่จะเป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องตัวเอง เอาคนของตัวเองที่ทำเรื่องเสื่อมเสียให้มีหน้ามีตาอยู่ในรัฐบาลได้เรื่อยไป
ดังนั้นเราคงไม่ต้องมาหวังกันเลยว่ารัฐบาลที่แปลงโฉมใหม่นี้จะนำประเทศไปให้ดีกว่าเดิมได้

ดูข่าวต้นฉบับ