โรคในปากมีอะไรบ้าง รู้เอาไว้ก่อนจะต้องถอนฟัน

Spiceee.net เผยแพร่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 05.00 น. • AkiNe_Noxx
images.pexels.com

ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ แม้ว่าเราจะมีทั้งยาสีฟันแปรงสีฟัน ไหมขัดฟัน น้ำยาบ้วนปาก และวิธีดูแลรักษาความสะอาดฟันดีๆ มากมายกว่าในอดีต แต่ว่าก็คงมีคนที่เป็นโรคฟัน โรคเหงือกกันอยู่ดี เนื่องจากรับประทานของหวานมาก ทำความสะอาดฟันไม่ดีพอ ละเลยการดูแลฟันให้ดี ทำให้เป็นโรคต่างๆ ในช่องปากขึ้นมา และเราก็ควรรู้ไว้บ้าง เพราะหากปล่อยทิ้งเอาไว้นาน อาการจะแย่และอาจจะต้องถอนฟันทิ้งเอาได้ มีโรคไหนยังไงเป็นยังไงบ้าง…มาดูกัน

images.pexels.com

#1. ฟันผุ

cdn.pixabay.com

เป็นโรคพื้นฐานที่เป็นกันได้ตั้งแต่เด็กเลย หากว่าเราทำความสะอาดฟันได้ไม่ดีพอ ฟันจะกลายเป็นรูสีดำที่เกิดจากแบคทีเรียกัดกินเนื้อฟัน ไม่ใช่เพราะแมงกินฟันแบบที่เข้าใจกันตอนเด็กๆ นะ ถ้าผุไปจนโดนเนื้อฟันหรือรากฟันด้านในแล้ว ก็จะเริ่มมีอาการเสียวฟันเวลากินของร้อนหรือของเย็น รวมถึงอาจจะปวดด้วย ถ้าปล่อยเอาไว้ไม่รีบไปอุดรักษาอาจจะต้องเสียฟันไปทั้งซี่ได้ ดังนั้นแล้วต้องหมั่นรักษาความสะอาดให้ดี ไปตรวจฟันทุกๆ 6 เดือน เพราะถ้ามีฟันผุจะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีค่ะ

#2. ฟันแตก ฟันร้าว

images.pexels.com

มีบางคนก็ใช้ฟันแบบเสี่ยงๆ มากโดยการใช้ฟันกัดเคี้ยวของแข็งๆ อย่างกระดูก ถั่ว ลูกอม หรือน้ำแข็ง หรือแม้แต่ใช้ฟันเปิดขวดก็ตาม ถึงแม้ว่าฟันจะแข็งมากแค่ไหน แต่ถ้าใช้งานอย่างไม่ระมัดระวังแล้วก็มีสิทธิ์ที่ฟันจะบิ่น ร้าว หรือแตกได้เหมือนกันนะ ถ้าฟันเกิดความเสียหายก็ต้องไปทำการรักษาซ่อมแซมฟันนะ ถึงแม้จะเล็กน้อยก็ตาม เพราะถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ อาจเกิดเกิดความเสียหายกับฟันมากขึ้น รวมถึงอาจจะมีการติดเชื้อด้วย ยังไงก็ตามไม่ควรใช้ฟันกัดเคี้ยวของที่แข็งมากจนเกินไป จะได้ไม่เกิดปัญหานี้ค่ะ

#3. โพรงประสาทฟันอักเสบ

cdn.pixabay.com

ส่วนใหญ่สาเหตุจะเกิดจากมีฟันผุที่ลึกมาก จนทะลุลงไปถึงรากฟัน อาจเพราะมีฟันร้าวหรือแตกลึกลงไปถึงประสาทรากฟันด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อการอักเสบจนทำให้รู้สึกปวดฟันขึ้นมา และอาการปวดฟันนั้นมักจะเกิดขึ้นเอง ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งกระตุ้นใดๆ เหมือนอย่างฟันผุที่อาจจะปวดเสียวตอนที่รับประทานของร้อนของเย็น มักจะมีอาการปวดมากและปวดอยู่นานด้วย ทำได้แค่บรรเทาอาการปวดด้วยการกินยา แต่ถ้าไม่ไปหาหมอฟันเพื่อทำการรักษา ก็จะปวดทรมานขึ้นมาได้อีกอยู่ดี

การรักษามีสองวิธีคือ ทำการรักษารากฟัน แต่หากหมอคิดว่าไม่สามารถเก็บฟันเอาไว้ได้ก็ต้องถอนทิ้ง หากปล่อยไว้จะยิ่งปวดยิ่งทรมาน รากฟันจะมีหนอง และติดเชื้อรุนแรงเอาได้ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยเชียวนะ

#4. เหงือกอักเสบ

cdn.pixabay.com

อาการโดยรวมของเหงือกอักเสบก็คือ เหงือกจะบวมแดง เวลาเคี้ยวอาหารจะรู้สึกปวดและเสียวฟัน บางครั้งก็มีเลือดไหลออกมาตามไรฟันด้วย ถ้าอาการหนักมากเหงือกจะบวมโตจนเห็นว่าปากบวม แก้มบวมออกมาด้านนอกเลยด้วย ส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียและการสะสมของคราบพลัค เมื่อจับตัวมากๆ เข้าก็จะเกิดเป็นหินปูนที่ทำให้ทำความสะอาดฟันได้ยากขึ้น และอาจจะส่งผลทำให้เหงือกอักเสบเอาได้ ส่วนสาเหตุอื่นๆ อาจจะเพราะติดเชื้อรา เชื้อไวรัส มีโรคประจำตัวบางอย่าง เป็นต้น ถ้าไม่รีบทำการรักษาอาจส่งผลให้เหงือกร่น ฟันโยกและฟันหลุดเอาได้ ดังนั้นแล้วหากเหงือกบวมประมาณ 2 สัปดาห์แล้วยังไม่หาย ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาได้แล้ว ก่อนที่อาจจะต้องสูญเสียฟันไปนะ

#5. โรคปริทันต์

cdn.pixabay.com

ภาษาไทยเก่าๆ จะเรียกว่า "โรครำมะนาด" สาเหตุเกิดจากการอักเสบของคราบจุลินทรีย์ในอาหาร กับน้ำลายของเรา รวมถึงผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ คนที่สูบบุหรี่ คนเป็นเบาหวานก็มีโอกาสเป็นมาก อาการโดยรวมจะมีการอักเสบของอวัยวะที่อยู่รอบฟัน ทั้งเหงือก ทั้งเอ็น รากฟัน และกระดูกเบ้าฟัน ที่ไม่ได้รับการรักษาก็จะถูกทำลายไปเรื่อยๆ กลิ่นปากจะรุนแรง ฟันยื่นลงมาเหมือนไม่ยึดติดอยู่กับเหงือกอีก ถ้ารุนแรงจนเคี้ยวอาหารไม่ได้ก็ต้องถอนทิ้ง โรคนี้ไม่สามารถรักษาได้ เพราะเป็นโรคที่เหมือนสภาพเหงือกและฟันถูกทำลายจนเสียหายหนักมากแล้ว แต่ถ้าเป็นแค่เบื้องต้นก็รีบรักษาเพื่อไม่ให้อาการลุกลามไปทั้งปากได้ทันอยู่นะ

#6. เหงือกร่น

cdn.pixabay.com

โดยทั่วไปจะไม่ค่อยมีอาการแสดงที่รุนแรงนัก เกิดจากที่เหงือกร่นหายลงไปจนเห็นรากฟันยาวขึ้นมาเรื่อยๆ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งเกิดจากกรรมพันธุ์ การดูแลรักษาฟันที่ไม่ถูกวิธี การนอนกัดฟัน การเป็นโรคปริทันต์ เป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น หากยังเป็นไม่มากก็ขูดหินปูน เกลารากฟันรักษาอาการไปได้ แต่ถ้าเป็นมากๆ อาจจะต้องทำการผ่าตัดเข้าช่วยทำการแก้ไขเอาค่ะ

cdn.pixabay.com

เห็นแต่ละโรคที่เกี่ยวกับฟันแล้วดูน่ากลัวใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นหากไม่อยากเจ็บปวดทรมาน หรือว่าต้องสูญเสียฟันไปแล้ว เราต้องทำการดูแลรักษาฟันให้ดี เพราะฟันเรามีอยู่เพียงชุดเดียว หากถอนฟันไปต้องทำฟันปลอมก็งานได้ไม่ดีเท่าฟันจริง แถมเสียค่าใช้จ่ายแพงด้วยอีกต่างหาก จากนี้มาตั้งใจดูแลรักษาฟันอย่างจริงจังกันเถอะ

cdn.pixabay.com
ดูข่าวต้นฉบับ