โปลิศตามจับแท็กซี่ฉกกับข้าว หมูเนื้อไก่ร้านอาหารตามสั่ง

เดลินิวส์ อัพเดต 02 มิ.ย. เวลา 22.21 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 22.18 น. • Dailynews
โปลิศตามจับแท็กซี่ฉกกับข้าว หมูเนื้อไก่ร้านอาหารตามสั่ง
พ่อค้าร้านอาหารตามสั่งแจ้งจับแท็กซี่หนุ่ม ร่วมกับพวก เข้ามาขโมย หมู เนื้อ ไก่ ที่ไว้ใช้ทำอาหารให้ลูกค้า กล้องวงจรปิดจับภาพได้ ด้านตำรวจรัตนาธิเบศร์ แกะรอยจากเลขทะเบีบน ตามมาเจอถึงอู่ ก่อนรวบตัวไว้ได้ทันควัน ผู้ต้องหารับสารภาพก่อเหตุจริง

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่สภานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อัศม์เดช มุ่งลือ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส. ร.ต.อ.สุนทร หงษ์โยธี รอง สว.สส. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายบุญมี สิมวงศ์ อายุ 39 ปี ชาวจ.ชัยภูมิ อาชีพขับรถเเท็กซี่ ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่จ.246/2563 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายประภาส กลัดพันธ์ อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย อาชีพขายอาหารตามสั่ง บ้านเลขที่ 53/1 หมู่ที่. 5 ต.ซับพุดทรา อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ได้เดินทางเข้าเเจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ว่าถูกคนร้ายเป็นชาย 2 ราย ขับรถเเท็กซี่ สีชมพู ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขโมยเอาเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ มูลค่าความเสียหายประมาณ 800 บาท หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบหมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่และทราบชื่อผู้ก่อเหตุ จนนำไปสู่การจับกุม 

ด้าน พ.ต.ท.อัศม์เดช มุ่งลือ รอง ผกก.สส. สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลจนทราบชื่อผู้ต้องหาและอู่รถที่ผู้ต้องหาไปเช่า จากนั้นจึงนำกำลังไปเฝ้าอยู่ที่อู่รถแท็กซอยอินทามาระ 29 แยก 1 ต่อมาผู้ต้องหาได้ขับรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทส 2110 กรุงเทพมหานคร คันที่ใช้ในการก่อเหตุเข้ามาที่อู่เพื่อที่จะจ่ายค่าเช่ารถ จึงได้ทำการเรียกให้มาส่งที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ แล้วกำลังส่วนหนึ่งก็ขับรถตามมา เมื่อมาถึงจุดหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งมาในรถได้เเสดงตัว พร้อมเเสดงหมายจับ ตอนนั้นผู้ต้องหายังอยู่ในอาการมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้ขัดขืนเเต่อย่างใด 

 

พ.ต.ท.อัศม์เดช ยังกล่าวต่ออีกว่า ไม่ว่ามูลค่าความเสียหายที่ผู้ก่อเหตุกระทำ จะมากหรือน้อย ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะถือว่าเป็นความเดือดร้อนของประชาชนเหมือนกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนทุกคดีอย่างอย่างตรงไปตรงมาและเท่าเทียมกัน จนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด ส่วนคดีนี้เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ