"โตโน่" ยก "แท่ง" แรงบันดาลใจในการทำดี ยกมอเตอร์ไซค์ให้ขี่หาเงิน ทั้งที่เจอหน้ากันครั้งแรก

Manager Online เผยแพร่ 21 พ.ย. 2562 เวลา 01.36 น. • MGR Online

"โตโน่" เผยความประทับใจที่มีต่อ "แท่ง ศักดิ์สิทธิ์" ยกมอเตอร์ไซค์ให้ไปขี่หาเงิน ทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ยกเป็นแรงบันดาลใจ เผยสัมพันธ์ "ณัฐ ณัฏฐณิชา" สนิทที่สุด จะข้ามความสัมพันธ์พี่ชายน้องสาวหรือไม่ ขอให้เป็นเรื่องของเวลา

พระเอกหนุ่ม "โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์" ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงรุ่นพี่ในวงการ "แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง" ที่เคยยกมอเตอร์ไซค์ให้ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทำเรื่องดีๆ โดยในงานแมคยีนส์ ณ ห้องบอลรูม ชั้น 1 โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ หนุ่มโตโน่ก็เผยว่าได้มีของขวัญตอบแทนกลับคืนแท่ง แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นอะไร พร้อมเผยถึงความประทับใจที่มีต่ออีกฝ่าย

"ส่วนหนึ่งครับ คงมีไม่กี่ครั้งหรือมีไม่กี่คนในชีวิตที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน เจอกันครั้งแรก ได้สวัสดีทักทาย ถามว่าพี่มายังไง แกก็บอกว่าขี่มอเตอร์ไซค์มา เราชอบมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว เลยถามพี่เขาว่าขี่รุ่นอะไร แกก็พาเราไปดู พอได้ลองนั่งแกก็บอกว่า เฮ้ย ใช่ว่ะ เอาไปเลย หาได้ยากนะแบบนี้"

"เราก็เลยถามกลับไปว่าพี่ให้ผมจริงๆ เหรอ แกก็บอกว่าใช่ เอาไว้ขี่ทำงานหาเงิน เพราะตอนนั้นเราเพิ่งเข้ามาในวงการ บ้านเราอยู่แถวแกรมมี่ แกก็บอกว่าเอาไว้ขี่ไปเตะบอล ไปซ้อมคอนเสิร์ต เราก็รู้สึกประทับใจกับน้ำใจของเขา พอวันหนึ่งเราแข็งแรงขึ้น ก็อยากจะตอบแทน อยากจะทำอะไรดีๆ ให้กับคนอื่นบ้าง แล้ววันที่ไปอุบลฯ เก็บรักษ์ครั้งใหญ่ มีทั้งเก็บขยะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนในชุมชนและเล่นคอนเสิร์ตเพื่อระดมทุนช่วยเหลือ 12 โรงเรียนที่โดนน้ำท่วมด้วย ผมก็เลยนึกถึงพี่แท่ง"

"แล้วมันเป็นคอนเสิร์ตที่เราต้องออกเงินกันเองเพื่อที่จะให้เกิดขึ้น พี่แท่งเขาก็ยอมจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเองเพื่อที่จะมาเล่นคอนเสิร์ตกับเรา ก็รู้สึกว่าประทับใจ ไม่ใช่แค่พี่แท่ง แต่มีพี่น้องศิลปินอีกหลายท่านเลย ทั้งเจ็ตเซ็ตเตอร์ พี่หญิงลี แล้วก็มีน้องณิชาด้วย"

"โปรเจกต์นี้ก็ดีใจครับ แค่วันเดียวเราได้ยอดบริจาคล้านกว่าบาท ตอนแรกผมตั้งใจว่าถ้าน้อง ๆ ได้กันโรงเรียนละ 40,000-50,000 เพื่อเอาไปซื้อโต๊ะนักเรียนที่พังไปกับน้ำก็น่าจะพอได้ แต่พอได้มาล้านกว่าบาท แต่ละโรงเรียนก็ได้เงินเกือบแสน ก็น่าจะช่วยเยียวยาความเสียหาย รวมถึงความรู้สึกของน้องๆ ของคุณครูทุกคน ขอบคุณทุกคนที่ทำให้วันนั้นเป็นวันที่น่าจดจำ ทุกคนเป็นผู้ให้ ทั้งให้ความสุขและให้ความช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่สวยงาม"

ให้ของตอบแทน ที่ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์

"มีครับ แต่ขอไม่บอกดีกว่า เราก็มีของให้ตามที่โอกาสและกำลังเราจะเอื้ออำนวย ผมคิดว่าพี่เขาน่าจะประทับใจกับสิ่งที่ผมให้ครับ แต่ผมไม่ได้ให้มอเตอร์ไซค์คืนนะครับ ผมไปย้ำกับเขาแล้วว่าพี่จะเอาคืนไหม ถ้าพี่ไม่เอา ผมจะเอาไปแต่งแล้วนะ แกบอกว่าไม่เอา ผมก็เลยเอาไปแต่ง ทุกวันนี้ก็ยังใช้ได้อยู่ผมเอาไปไว้ใช้ที่ขอนแก่น"

"พอเจอแกที่อุบลฯ อีกครั้ง เลยเล่าเรื่องนี้ให้ทีมงานฟัง เพราะพี่แท่งแกบอกว่าผมเป็นคนบ้า สงสารผู้จัดการผมอยู่ๆ ก็ต้องมาเดินตากแดดเก็บขยะ ผมก็เลยบอกว่าพี่บ้ากว่าผมอีก เจอกันครั้งแรกพี่ก็ให้มอเตอร์ไซค์ผม พี่จำได้ไหม แกบอกว่าแกไม่ได้ให้ แต่เป็นเพราะผมเอาไปแต่งจนแกไม่อยากได้คืนแล้ว(หัวเราะ) คือผมเปลี่ยนทุกอย่าง ทำตามสไตล์ผม แล้วแกก็บอกว่าสไตล์แกเป็นแนวคลาสสิก แต่ผมเอาไปแต่งจนดูแว้น จริง ๆ แล้วแกรักแหละ แกเลยให้ แต่ทำบ่นไปอย่างนั้นแหละ"

แฮปปี้ที่สุด ชวนเด็กรุ่นใหม่เก็บขยะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

"ดีมากเลยครับ เราเก็บขยะจากโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชมาที่ห้างสุนีย์ ระยะทางประมาณ 5 กม. เด็กนักเรียนที่มาช่วยเขาใจสู้มาก เดินเก็บตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ก็ทั้งหมด 12 โรงเรียน ที่เราไปช่วยนะมีโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ถึงแม้โรงเรียนจะไม่โดนน้ำท่วมแต่ก็มาช่วย ทุกๆ ครั้งที่เราจัดก็จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดกันว่าน้องๆ มีความคิดยังไงที่ประเทศเราอยู่อันดับที่หกของประเทศที่ทิ้งพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก น้องๆ มีความคิดเห็นยังไงกับสัตว์ที่มีผลกระทบ ที่มันกินพลาสติกลงไปแล้วก็ตายพวกพะยูน ปลาวาฬ ปลาโลมา แม้กระทั่ง ควาย ลิง อีกา"

"เราก็อยากฟังความเห็นของเขาว่าเขาคิดยังไง ส่วนเราคิดยังไง แล้วก็เก็บให้เขาดูนอกจากพูดอย่างเดียว หันมาช่วยกันทำให้เขาเห็น ผมเชื่อว่าการลงมือทำมันได้ผลมากกว่าการพูด คือการพูดแล้วไม่ทำมันไม่มีประโยชน์แต่ถ้าเกิดว่าทำในสิ่งที่พูดด้วย อันนี้ผมรู้สึกว่าเด็กๆ เขาเห็น แล้วการที่เราได้ตากแดดกับเขา ลำบากไปด้วยกัน สู้ไปด้วยกันเก็บขยะไปด้วยกัน มันทำลายกำแพงหลายๆ อย่างครับ มันทำให้เราเปิดใจกับเด็กๆ คุยกันเปิดใจกันมากขึ้น เราไปเก็บของเน่าของเหม็นใช่ไหม แต่เพื่ออะไรก็เพื่อส่วนรวม แล้วถามว่าแต่ละคนได้อะไรไม่มีใครได้อะไรเลย แต่สิ่งที่ได้คือจังหวัดของน้องๆ สะอาดขึ้น เมืองของน้องๆ สวยงามขึ้นทันตาที่เห็น ผมคิดว่าเด็กๆ น่าจะเหนื่อยด้วยมีความสุขด้วยผมก็มีความสุขไปด้วยครับ"

"ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์" ไปด้วย

"ใช่ครับ ณิชาไปด้วย อย่างที่ผมบอกครับว่าเก็บรักษ์ครั้งที่ 10 เนี่ย มีการเพิ่มเข้ามาว่าหลังจากเก็บขยะเสร็จ มีคอนเสิร์ตต่อเลย เพื่อเอาเงินไปช่วย 12โรงเรียนที่โดนน้ำท่วม เป็นครั้งที่สองของน้องครับ ครั้งแรกที่เชียงใหม่ ที่บ้านเขา ครั้งนี้ก็ที่อุบลฯ แต่ครั้งแล้วไปปลูกต้นไม้ที่อุดรครับ (คนแซวว่าถือเคล็ดปลูกต้นรัก?) จริงๆ แล้วต้นไม้ผมปลูกมาสี่ปีแล้วครับ ณิชามาช่วยเป็นปีที่สาม"

"เราไปปลูกที่นี่กันทุกปีเป็นป่าพยุงที่เรา ตั้งใจที่จะให้มันใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปลูกได้ไปหลายพันหลายหมื่นต้นแล้วครับสำหรับต้นพยุง คือเราถ่ายละครกันเมื่อสามปีก่อนที่แล้ว พอเราได้ชวนก็ช่วยกันทำมาเรื่อยๆ ผมว่าน้องเขาก็มีความสุขนะครับที่ได้มาทำในสิ่งที่ดีๆ ตัวเราเองก็มีความสุข ทุกคนทั้งพระ ทั้งชาวบ้าน มารวมกันช่วยกัน พี่ๆทหาร ทุกอาชีพครับ มาช่วยกันปลูกต้นไม้ ช่วยกันเก็บขยะ ผมว่าเป็นสิ่งที่สังคมต้องการครับ"

"ผมว่ามันจะเป็นต้นอะไรมันก็ดีทั้งนั้นนะครับ แต่ว่าต้นพยุงก็เป็นไม้ใหญ่ ให้ร่มเงาแล้วก็เป็นต้นโดนตัดเยอะ เราก็กลัวว่ามันจะหมดไปก็ช่วยกันสร้างไว้ดีกว่า"

สัมพันธ์ยังเหมือนเดิม หวังดีต่อกัน

"จริงๆ ก็เหมือนเดิมนะครับ เราเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิท แล้วผมว่าเราหวังดีต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องงานหรือว่าชีวิตส่วนตัว เราอยากให้แต่ละคน ทั้งผมและณิชา อยากให้ทุกๆ วันเป็นวันที่ดีของเขา ดังนั้นผมไม่ได้คิดว่ามันสนิทขึ้น ก็ยังเป็นเพื่อนร่วมงาน"

"ส่วนที่น้องไปตามถ่ายรูปให้ ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องของจังหวะมากกว่าครับ เราได้มีโอกาสไปแล้ว และมันเป็นสิ่งที่ผมทำคนเดียวไม่ไหว แล้วมันไม่ใช่แค่ณิชา ถ้าเราอยากให้ประเทศไทยของเรามันดีขึ้น มันดีขึ้นไม่ได้ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง หรือแค่สองคน มันเวลาที่ทุกคนต้องช่วยกัน ดังนั้น วันไปอุบลฯ เนี่ย ทุกค่ายเลยนะครับ ศิลปินทุกค่าย ทุกอาชีพมาช่วยกัน มันไม่ใช่แค่ผมกับณิชา"

เข้าใจ แฟนคลับลุ้นให้เปิดตัว

"ทราบอยู่แล้วครับว่ามีคนเชียร์เพราะว่าจากละครกามเทพซ่อนกลมาตลอด ละครจะกลับมารีรันครับ และก็จะมีดวงใจในมนตราของช่อง 3 อีก มันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทั้งในเรื่องของการโปรโมตด้วย แต่ว่าตัวผมเอง ผมไม่ได้สนใจเรื่องของกระแส ผมแค่รู้สึกว่าการที่เราชวนเพื่อนๆ ทุกคนไปทำ รวมถึงณิชาด้วย เราไปช่วยกันทำในสิ่งที่ดี น้องๆ เด็กๆ นักเรียน แฟนๆ ทุกคนมีความสุข อุบลราชธานีมีความสุข ผมมีความสุขเท่านั้นพอแล้ว แต่ถ้าให้มาคิดหรือมาสนใจว่าคุณจะคิดยังไงอันนี้ผมก็ไม่ครับ"

ถามฝ่ายหญิงกระทบอะไรไหม ไม่สบายใจหรือเปล่า

"ก็มีถามบ้างว่าได้รับผลกระทบบ้างไหม หรือว่ามีอะไรที่ไม่สบายใจบ้างไหม อย่างที่บอกว่าเราสองคนบริสุทธิ์ใจ และอีกอย่างผมเป็นห่วง เพราะว่าผมเป็นผู้ชายและน้องเขาก็มีข่าวกับผมอยู่เรื่อยๆ เราก็ต้องถามเขาบ้าง อย่างการไปเก็บขยะเนี่ยเป้าหมายของเราก็คืออยากให้ทุกคนช่วยกัน แต่แน่นอนมันก็ต้องมีคนสนใจว่ามาด้วยกันอีกแล้ว เป็นสิ่งที่ทำให้ณิชารำคาญหรือเปล่า ความรู้สึกนั้นในมุมมองนั้น แต่พอเรามาคุยกัน เขารู้ว่าเราทำเพื่ออะไร พอเรารู้ว่าเราไปทำเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดินเรา เพื่อส่วนรวม เท่านั้นมันจบแล้ว ส่วนคนจะมองว่าอย่างไรต่ออันนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมเป็นห่วงเขา กลัวเขาเสียใจ ห่วงทุกความรู้สึกของเขาแน่นอนครับ"

จะข้ามเส้นพี่ชายน้องสาวหรือไม่ ขอให้ค่อยเป็นค่อยไป

“ผมว่าให้มันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปดีกว่าเพราะว่าณิชาเขาก็มีงานที่ณิชาต้องรับผิดชอบอีกเยอะ ส่วนตัวของผม ผมก็มีเยอะมากเหมือนกัน ดังนั้นเดี๋ยวเวลาก็คงเป็นตัวบอกเอง แต่ที่แน่ๆ เลยคือคงไม่ปิด ถ้าเกิดว่ามันใช่ผมก็จะบอกว่าใช่แต่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา ถามว่าเป็นช่วงกำลังเรียนรู้ไหม ไม่หรอกครับ (ไม่เรียกว่าศึกษาดูใจ?) คงไม่ใช่หรอกครับ ก็คือว่าผมไม่รู้ว่าเป็นการศึกษาดูใจไหมแต่แค่ปล่อยให้มันเป็นไป ถามว่าเราดูอยู่คนเดียวไหม (เงียบ คิดหนัก) เป็นแบบนี้ก็มีความสุขดี ผมไม่รู้ว่าผมควรจะต้องตอบยังไง ณิชาเป็นคนที่สนิทที่สุด"

ไม่ซีเรียส ถูกมองกั๊กสถานะ ไม่อยากให้เขาเสียหาย

"ไม่ซีเรียสครับ อะไรก็ตามขอให้อย่าให้เขาเสียหาย ส่วนใครจะมองผมแบบไหนไม่เป็นไร แต่สำหรับน้องแต่ละอย่างที่เราทำด้วยกันมันเป็นสิ่งที่ดี แล้วอะไรที่มันไม่ดีเราก็จะคอยช่วยกันระวัง เราทำงานด้วยกัน สนิทกันก็ควรที่จะหวังดีต่อกันถึงแม้ว่าไม่ใช่แฟนด้วยความจริงใจ แล้วคบกันเป็นเพื่อนกันมันก็ต้องให้ความหวังดีความจริงใจด้วยกันหมดแหละ พอดีว่าผมกับณิชาผมยอมรับว่าเราสนิทกันเวลามีงานที่ดีๆ เราก็ชวนกันบ่อย แล้วเราก็ถ่ายละครเจอกันทุกอาทิตย์ เราก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่ถามว่าเป็นแฟนไหมคือไม่ (ไม่ได้เป็นแฟนแต่เป็นพี่ชายกับน้องสาวที่ดีที่สุดใช่ไหม?) เฮ้อ ขอบคุณครับ (หัวเราะ) เป็นพี่เป็นน้องที่สนิทกันครับ"

ดูข่าวต้นฉบับ