แสบไปอีก!! น้องหมวยเชิดรถ 12 คัน เคยทำงานธนาคาร รู้ช่องทางลวงหนุ่ม

77kaoded เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2562 เวลา 10.44 น. • 77 ข่าวเด็ด
แสบไปอีก!! น้องหมวยเชิดรถ 12 คัน เคยทำงานธนาคาร รู้ช่องทางลวงหนุ่ม

ที่จ.ชลบุรี ผกก.สภ.ดอนหัวฬ่อ เผยน้องหมวยหลอกหนุ่มซื้อรถ 12 คันก่อนเชิดหนี เคยทำงานธนาคารเลยรู้ช่องทางเป็นอย่างดี ติดต่อให้คืนรถภายใน 20 ธ.ค. หากไม่มาออกหมายจับทันที

ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้

เพิ่มเพื่อน

การกรณี น.ส.บุษราคัม เสาร์ทอง หรือหมวย อายุ 22 ปี ใช้โปรไฟต์รูปภาพสวยไม่ตรงปกเหมือนไปสืบดูจากรูปจริง เข้าไปหลอกลวงชายหนุ่มผ่านทางแอฟหาคู่ บอกว่าตนเองนั้นหญิงสาวหน้าตาดีและโสดอยากจะมีรถยนต์ซะหนึ่งคันขับไปทำงานแต่ตนเองนั้นติดแบล็คลิสต์ไม่สามารถออกรถได้ จึงขอให้ชื่อหนุ่มที่จะเข้ามาจีบว่าขอให้ใช้ชื่อในการไปเช่าซื้อรถยนต์เดียวตนเองจะเป็นผู้ออกเงินดาวน์รถยนต์เอง ขอเพียงใช้แค่ชื่อเท่านั้น ถ้าทำได้น้องหมวยก็พร้อมที่จะมาอยู่กินด้วย ซึ่งทำให้ผู้ชายได้ยินดังนั้นก็เกิดความน่าเชื่อถือ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> สาวแสบเข้าเว็บไซต์หาคู่ หลอกหนุ่มซื้อรถกระบะ โดนระนาว 5 ราย

เมื่อไฟแนนซ์ผ่าน  น้องหมวยก็จะออกอุบายเดียวให้พี่ชายไปรับรถ เมื่อได้รถไปจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงทำให้ บริษัทไฟแนนซ์ติดตามทวงหนี้กับชื่อเจ้าของรถยนต์ จนถึงทำให้รู้ว่ามีผู้เสียหายจำนวนหลายรายสิบราย บางรายสองคัน จำนวนรถยนต์ตอนนี้หน้าจะอยู่ประมาณที่ 12 คัน ที่มีผู้เสียหายที่กล้าเข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและไม่กล้าเข้ามาแจ้งความอีกหลายรายเพราะอาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> อีกแล้ว!! หนุ่มเข้าเว็บแชทหาคู่ โดนสาวแสบหลอกซื้อรถให้กว่า 10 คัน

ความคืบหน้าล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ พ.ต.อ.อนุการ ธรรมวิจารณ์ ผกก.สภ.ดอนหัวฬ่อ เผยความคืบหน้าของคดีว่าผู้ต้องหาคดีนี้คือ น.ส.บุษราคัม หรือ น้องหมวย เดิมที่ทำงานเป็นสาวธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลดอนหัวฬ่อ ประมาณ 1 ปี ที่แล้ว ก็จะออกจากธนาคารไป มีพฤติกรรมใช้แอปหาคู่จัมโบ้  jaumo ไปหลอกชายหนุ่มให้ใช้ชื่อในการเช่าซื้อรถยนต์กับทางไฟแนนซ์โดยจะเน้นแต่รถกระบะเป็นหลักซึ่งทำให้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก ในส่วนของพื้นที่ดอนหัวฬ่อนั้นมีจำนวน 1 คัน เป็นรถกระบะเช่นกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ได้ติดต่อไปยัง นส.บุษราคัม แล้วให้นำรถกระบะมาคืนวันที่ 20 แต่ก็ยังเงียบอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะออกหมายจับทันที

ดูข่าวต้นฉบับ