"แรมโบ้อีสาน" ชี้ บ้านเมืองไม่สงบเพราะ "เต้น"

NATIONTV อัพเดต 25 มิ.ย. 2562 เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2562 เวลา 11.47 น. • คมชัดลึก
แรมโบ้อีสาน ชี้ บ้านเมืองไม่สงบเพราะ เต้น

"แรมโบ้อีสาน" ชี้หลุดคดี "ล้มประชุมอาเซียน" เป็นไปตาม "อัยการ" แถลง สวน "ณัฐวุฒิ" บ้านเมืองไม่สงบ เพราะคนแบบ "เต้น" ยันทุกคนอยู่ใต้กม. ไม่มีอภิสิทธิ์ชน

จากกรณีวันที่ 25 มิถุนายน 2562 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

อย่างที่ได้พูดชัดเจนไปแล้วว่าไม่ติดใจเรื่องตัวบุคคล แต่กรณีคดีขาดอายุความโดยผู้ต้องหาเพียงรายเดียวพ้นไปนั้น เป็นปัญหาหลักนิติธรรมที่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องต้องมีคำอธิบาย

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงได้ความว่าเป็นเรื่องสุดวิสัยโดยเจ้าพนักงานอัยการทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่างแล้วผมยินดีรับฟัง แต่ยังมีข้อสังเกตุอีกหลายประเด็นที่ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา

คดีนี้เริ่มดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พัทยาไปขอหมายจับผมทั้งที่ยังไม่ได้ออกหมายเรียกตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2560 ศาลไต่สวนแล้วไม่อนุมัติเพราะเห็นว่าผมมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีคดี จากนั้นอีก 4 วันคือวันที่ 4 เมษายน ตำรวจไปขอหมายจับอีกครั้งซึ่งศาลยังคงไม่อนุมัติ จึงยอมออกหมายเรียกตามขั้นตอน

เมื่อเรื่องมาถึงอัยการเราร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง จนมีคำสั่งฟ้องโดยนัดผู้ต้องหามาพร้อมกันในวันที่ 19 มีนาคม พวกผมพยายามแจ้งเหตุจำเป็นขอเลื่อนอีกครั้ง อัยการก็ยินยอมโดยขีดเส้นสุดท้ายวันที่ 28 มีนาคม ในที่สุดก็นำตัวส่งฟ้องและจำเลยยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวในวันดังกล่าว

ระหว่างนั้นเราไม่ได้พบคุณสุภรณ์ในแต่ละวันนัด การดำเนินการถูกแยกกันหลายเดือนก่อนถึงวันฟ้อง ทราบจากคุณอดิศรว่าที่มาพบอัยการให้นำตัวส่งฟ้องในวันที่ 2 เมษายน เพราะเป็นเส้นตายของอัยการที่จะไม่ยอมให้เลื่อนไปเช่นกัน

ในส่วนของคุณสุภรณ์ที่อัยการอ้างว่าไม่ยอมให้เลื่อนจากวันที่ 2 และศาลออกหมายจับในวันที่ 4 เมษายน แม้อายุความเหลือเพียง 1 สัปดาห์ แต่ก็เกินพอสำหรับยุคปัจจุบันที่จะตามจับกุมบุคคลซึ่งเคลื่อนไหวเปิดเผย ใช้อุปกรณ์สื่อสารตามปกติ

ในวันที่ 4 ซึ่งหมายจับออกแล้ว คุณสุภรณ์ไปให้สัมภาษณ์รายการ คม ชัด ลึก ทางโทรทัศน์ช่อง 22 ออกอากาศเวลา 22.15 น. เจ้าหน้าที่ทั้งหลายเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อยู่หรือถึงไม่รับทราบ

อย่าถามผมเลยว่าทำไมไม่ใช้เทคนิคแบบเดียวกันจะได้ขาดอายุความไปด้วย ผมไม่คิดว่าจะโชคดีเช่นนั้น ขนาดหมายเรียกไม่ออกยังไปขอหมายจับก่อน ถ้าไม่มาตามนัดแล้วเขาออกหมายจับได้คงไล่ล่ากันทั่วประเทศ ดีไม่ดีจะไปยื่นถอนประกันคดีเก่าอ้างว่าหนีหมายจับเสียอีก

ใครจะได้ประโยชน์ หรือใครจะชี้แจงอย่างไรผมไม่ทะเลาะด้วย แต่ต้องระวังเพราะคนอาจคิดว่าเล่นกันเป็นขบวนการหรือไม่

ความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องที่บอกกล่าวชี้นำกันได้ สามัญสำนึกของแต่ละคนต่างหากจะเป็นตัวตัดสิน ต่อให้ยกข้อกฎหมายมาทั้งโลก แต่ถ้าหัวใจมนุษย์เห็นว่าอยุติธรรม ก็ไม่มีทางได้รับการยอมรับ

เช่นเรื่องนี้ ถ้าจะบอกว่าชอบด้วยหลักนิติธรรมแล้วก็เชิญ แต่ผมไม่เชื่อ

ต่อมา นาย ณัฐวุฒิ ได้โพสต์ข้อความต่อ อีกว่า

คดีประหลาด ปาฏิหาริย์แห่งหลักนิติธรรม!!! ข้องใจอัยการอ้าง 'แรมโบ้อีสาน' ขาดอายุความ แต่คดีเดียวกันส่งฟ้องแกนนำนปช.อีก 5 คน 'ณัฐวุฒิ' ถามความโปร่งใสกระบวนการยุติธรรม เหตุนักการเมืองเปิดเผยที่อยู่เช่นกัน แต่สังกัดพรรคแตกต่างจึงได้รับการปฏิบัติสวนทาง? - รอคำตอบคดีล้มประชุมอาเซียนเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ให้สัมภาษณ์รายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand วันที่ 25 มิ.ย. 62 ทางช่อง SPRING26 ดำเนินรายการโดย 'ดนัย เอกมหาสวัสดิ์' และ 'อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์'

กรณีพนักงานอัยการสำนักงานจังหวัดพัทยาไม่สามารถนำตัวนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน มาฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยาในคดีเหตุความวุ่นวายระหว่างประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยาเมื่อปี 2552 โดยระบุว่า คดีขาดอายุความ ขณะจำเลยที่เหลือในคดีเดียวกันถูกส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา ประกอบด้วย นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายอดิศร เพียงเกษ

ณัฐวุฒิ ตอบคำถามผู้ดำเนินรายการดังนี้

ดนัย-อมรรัตน์ : สวัสดีคุณณัฐวุฒิ

ณัฐวุฒิ : สวัสดีครับท่านผู้ดำเนินรายการและท่านผู้ชมที่เคารพครับ

ดนัย : ปูพื้นกันนิดนึง คดีฟ้องร้องเรื่องบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 52 ผู้ที่ถูกฟ้องร้องมี 6 แกนนนำ นปช.ใช่ไหมครับ

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ เป็นคดีที่มีคนไปยื่นร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากที่คดีคุณอริสมันต์ มีคำพิพากษาศาลไปแล้ว

ดนัย : ชุดแรกถูกตัดสินไปแล้ว แต่มีคนไปแจ้งความซ้ำในเรื่องเดียวกัน จึงมีตัวละครอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นชุดที่มีคุณตู่ คุณเต้น พี่วีระ หมอเหวง คุณอดิศร และคุณแรมโบ้ ทั้งหมด 6 คน ใช่ไหมครับ

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ เบื้องต้นพวกผมก็มีข้อต่อสู้ว่า ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมดังกล่าว พวกผมถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจากสน.ดุสิต ซึ่งเมื่อกระบวนการเข้าสู่ชั้นอัยการ ส่งฟ้องยังศาล

แล้วหากจะมีการฟ้องพวกผมในเหตุการณ์นี้อีกโดยตำรวจสภ.พัทยาก็ใช้ข้อมูลหลักฐานชุดเดียวกันกับสน.ดุสิตนั่นแหละครับมาฟ้อง จะถือว่า เป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่

ดนัย : อ๋ออ ครับ

ณัฐวัฒิ : เพราะเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน คนกลุ่มเดียวกัน ไม่ควรจะต้องโทษ หรือไม่ควรจะต้องถูกดำเนินคดีในเหตุการณ์เดียวกันถึง 2 ครั้ง

ดนัย : หมายความว่า ข้อหาเดียวกัน ถูกดำเนินคดีที่ศาลอาญารัชดาไปแล้ว แต่อยู่ๆ ทางสภ.เมืองพัทยาก็เอาข้อหาเดียวกันไปฟ้องซ้ำที่ศาลจังหวัดพัทยา จึงต่อสู้ว่าฟ้องซ้ำ?

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ ซึ่งขณะนี้ศาลท่านก็กำลังวินิจฉัยเรื่องนี้อยู่ ยังไม่ชี้ขาดออกมา คดีที่ศาลอาญาเขาฟ้องเมื่อเดือนมีนาคม2561 ส่วนคดีนี้ที่ศาลพัทยา ก็นำฟ้องในช่วงราวเดือนมีนาคมปีนี้

เมื่อวานศาลนัดไปที่ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อที่จะตรวจพยานหลักฐานและนัดวันสืบพยาน แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึง

ทนายฝ่ายจำเลย ก็คือทนายพวกผม ได้รับแจ้งจากอัยการว่า 1 ในผู้ถูกกล่าวหาคือคุณสุภรณ์

อัยการไม่สามารถนำตัวมาฟ้องได้ เนื่องจากว่า ขาดอายุความไปแล้ว

ดนัย : เอ๊า?

ณัฐวุฒิ : ผมก็เลยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือหน้าบัลลังก์ศาลนั่นแหละครับ ได้กราบเรียนต่อศาลท่านว่า

1 เรื่องนี้ฟ้องซ้ำหรือไม่

2 แนวปฏิบัติต่อกระบวนการยุติธรรมในกรณีนี้ มันมีความน่าเชื่อถือโปร่งใสตรงไปตรงมาอย่างไร

เนื่องจากว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 คน มีสถานะแบบเดียวกัน คือเป็นนักการเมือง แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา ต่างคนต่างลงสมัครรับเลือกตั้ง นั่นหมายความว่า มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งปรากฏตัวเคลื่อนไหวโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ

ถ้าพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ถูกกล่าวหา 5 คนมาฟ้องได้ ผู้ถูกกล่าวหาอีกคนหนึ่งซึ่งอ้างว่านำตัวมาฟ้องไม่ได้จนขาดอายุความเนี่ย คืออะไร?

ทางฝ่ายพนักงานอัยการท่านก็พยายามชี้แจงว่า ทางคุณสุภรณ์ไม่ได้มาตามนัดเลย จนอัยการไปขออนุมัติหมายจับจากศาล ศาลท่านก็ตั้งข้อสังเกตตรงนั้นว่า การมาขออนุมัติหมายจับ มันขอกระชั้นกับวันที่จะขาดอายุความเหลือเกิน

คือคดีนี้ ข้อกล่าวหาหลักคือปลุกปั่นยุยงให้เกิดความวุ่นวาย ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 อัตราโทษสูงสุดไม่เกิน 7 ปี อายุความ 10 ปี ดังนั้น เมื่อเหตุเกิดเมษายนปี 52 ก็จะครบ 10 ปี ขาดอายุความ ในเดือนเมษายนปี 62 ศาลท่านก็มีข้อสังเกตเช่นนั้น

ท่านอัยการก็ไม่ได้มีคำตอบอะไร ต่อในเรื่องนี้ครับ

ดนัย : ประหลาดจริงๆ

อมรรัตน์ : ดูแปลกๆ นะ

ดนัย : แล้วศาลว่าอย่างไรต่อไหมครับ

ณัฐวุฒิ : ยังไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม นอกจากที่ผมเล่าไปเมื่อสักครู่ครับ

ดนัย : โอ้ ประหลาดจริงๆ

อมรรัตน์ : ก็คือ ได้คำอธิบายเท่านี้แหละ ที่ฟังมาคือมีเท่านี้?

ดนัย : อัยการนำตัวมาฟ้องไม่ทัน

ณัฐวุฒิ : ครับ คือ ผมเรียนทั้ง 2 ท่าน และท่านผู้ชมอย่างนี้นะครับว่า ที่ผมทักท้วงกรณีนี้ขึ้นมาเนี่ย

ผมไม่ได้มีเป้าประสงค์ว่าจะต้องลากดึงคุณสุภรณ์ เข้ามาถูกดำเนินคดีให้ได้

ผมย้ำจากการโพสต์เฟซบุคเมื่อวานนี้ ว่า ถ้าคุณสุภรณ์หลุดพ้นคดี ผมไม่ได้อิจฉา ไม่ได้คาใจครับ ถ้าฝ่ายกฎหมายบ้านเมืองเขาจะกรุณาช่วยอธิบายให้ ก็ว่ากันไป

แต่ประเด็นของผม มันเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น

อมรรัตน์ : ค่ะ คืออะไรคะ

ณัฐวุฒิ : ก็คือ เราจะอยู่กันในสังคมที่กระบวนการยุติธรรมเนี่ย ถูกเอามาใช้เป็นเงื่อนไขต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเรื่องหนึ่งเรื่องใดกันได้ต่อไปยังไง ต้องยอมรับนะครับ ว่า ก่อนหน้านี้ มันมีคนพูดกันจนเป็นกระแสข่าวว่า

ในการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่พรรคหนึ่ง มีการไปเชิญชวนอดีตส.ส. อดีตนักการเมืองจากพรรคต่างๆ เข้าร่วม แล้วก็มีเงื่อนไขสารพัด เป็นตัวเลข ตัวเงินบ้าง เป็นเรื่องการช่วยเหลือคดีความบ้าง ผมก็ไม่ทราบว่าเท็จจริงอย่างไร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากรณีนี้จะถูกตั้งคำถามในประเด็นดังกล่าว

ทีนี้ถ้าหากไม่มีคำอธิบายที่เชื่อถือได้ ถามว่า กระบวนการยุติธรรมของประเทศ จะยังเชื่อถือได้หรือไม่ ตรงนี้แหละครับ เป็นเรื่องสำคัญกว่า แล้วถ้าหากเราบอกว่า เราขัดแย้งกันมา 10 กว่าปีแล้ว เราต้องพยายามออกจากความขัดแย้งนี้ให้เร็วที่สุด และทำกันอย่างดีที่สุด โดยที่กระบวนการยุติธรรม ยังถูกตั้งข้อกังขาเช่นนี้ ผมว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ

ดนัย : โอเค ก็อภินิหารทางกฎหมายของบ้านเรา มันก็มีเป็นระยะๆ นะคุณณัฐวุฒิ ก็ต้องทำใจ

ณัฐวุฒิ : เรื่องนี้ ผมเข้าใจว่า ส่วนที่เค้าดำเนินการ หมายถึงฝ่ายเจ้าหน้าที่ อาจจะมีคำอธิบายเรื่องข้อกฎหมาย เพราะว่าเรื่องอายุความ เมื่อไม่ได้ตัวจำเลยมาฟ้องมันก็จบตรงนั้น

ดังนั้น ผมจึงตั้งคำใหม่ขึ้นมาอีกคำหนึ่งนอกเหนือจากที่ดร.วิษณุ เคยพูดว่า อภินิหารทางกฎหมาย

ผมเรียกสิ่งนี้ว่า ปาฏิหาริย์แห่งหลักนิติธรรม

ดนัย : ปาฏิหาริย์แห่งหลักนิติธรรม?

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ เพราะว่า การอำนวยความยุติธรรมให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ในประเทศมันเกิดความไม่เท่าเทียมกัน และความไม่เท่าเทียมกันนั้น มันเกิดขึ้นโดยเป้าประสงค์หรือผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ แล้วสังคมใดก็ตาม ถ้าหากว่ากระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนไหนก็แล้วแต่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเข้าด้วยแล้ว เราไม่ต้องพูดถึงเรื่องปฏิรูป เราไม่ต้องพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยเรื่องสันติสุขสันติภาพของประชาชนนะครับเพราะหมดหนทางกันอย่างสิ้นเชิง

ดนัย : แล้วตกลงประเด็นที่เราแย้งเรื่องฟ้องซ้ำนี่ ศาลมีคำสั่งไหมครับ

ณัฐวุฒิ : ยังครับ ยังอยู่ในกระบวนการวินิจฉัยอยู่ครับ

อมรรัตน์ : รอผลอยู่

ดนัย : เอาล่ะครับ ทิ้งไว้เป็นประเด็น ทิ้งไว้ให้สังคมช่วยๆ กันคิดต่อแล้วกันนะครับ ขอบพระคุณครับคุณณัฐวุฒิ

อมรรัตน์ : ขอบพระคุณคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.ค่ะ

ณัฐวุฒิ : ยินดีครับ

(ทีมงาน)ล่าสุด วันที่ 25 มิ.ย.62 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีเสียงวิจารณ์ถึงสาเหตุที่หลุดจากการถูกดำเนินคดีล้มการประชุมอาเซียน เมื่อปี พ.ศ. 2552 ที่พัทยา เนื่องจากคดีหมดอายุความเพราะย้ายมาอยู่กับพรรคพปชร.ว่า 

เรื่องนี้พูดไปจะไปกระทบระบบราชการถือว่าไม่ดี พูดไปก็จะเสีย อัยการออกมาแถลงอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. วิพากษ์วิจารณ์นั้น ตนมองว่าก็เต้นไปทุกเรื่อง เต้นมานานแล้ว ยืนยันว่าเรื่องคดีไม่เกี่ยวกับเขาที่วิจารณ์ การที่คดีหมดอายุความก็คือหมดอายุ และทุกคนก็รู้ว่าคดีจะหมดอายุเมื่อไหร่ ไม่มีใครสามารถจะไปช่วยใครหรือหลบเลี่ยงได้ 

"ที่ผ่านมาบ้านเมืองไม่สงบสุข ก็เพราะคนแบบนี้ เพราะเต้นไปเต้นมาไม่หยุดซึ่งผมไม่อยากหรือรื้อฟื้น เนื่องจากเป็นกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งมีขั้นตอนดำเนินการอยู่ก็ต้องว่าไปตามนั้น ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่มีอภิสิทธิ์ชน แต่กลับมาเอาเรื่องของกฎหมายมาเชื่อมโยงเกี่ยวกับการเมือง จนทำให้เกิดความวุ่นวาย ยืนยันว่าไม่มีใครช่วยใครในเรื่องของคดีได้" นายสุภรณ์ กล่าว. 

ดูข่าวต้นฉบับ