แม่ทัพภาคที่ 3 ยกบทกวี 'โกวเล้ง' เตือนใจ นศ. ศึกษาให้ครบทุกด้าน รู้จักกตัญญูสถาบัน

MATICHON ONLINE อัพเดต 11 ส.ค. เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. เวลา 04.41 น.
1082020 _1_๒๐๐๘๑๐_2
แม่ทัพภาคที่ 3 ยกบทกวี 'โกวเล้ง' เตือนใจ นศ. ศึกษาให้ครบทุกด้าน รู้จักกตัญญูสถาบัน

แม่ทัพภาคที่ 3 ยกบทกวี ‘โกวเล้ง’ เตือนใจ นศ. ศึกษาให้ครบทุกด้าน รู้จักกตัญญูสถาบัน

แม่ทัพภาคที่ 3 ออกมาขอบคุณชาวพิษณุโลกที่มีความรักความสามัคคี และยกบทกวีโกวเล้งจากเรื่องสามก๊กเตือนสตินักศึกษาที่เคลื่อนไหวให้รู้จักประวัติศาสตร์ และความรักความสามัคคี รับข้อมูลรอบด้าน ยินดีที่มีการตื่นตัวทางการเมืองแต่ต้องไม่จาบจ้วงสถาบัน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก พลโท ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้สัมภาษณ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563 ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และพี่น้องประชาชน ร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจนานับปการ สนองพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร ทรงมีพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525 ณ บ้านถ้ำคิ้ว อำเภอล่องดาว จังหวัดสกลนคร ความว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างน้ำ ฉันจะสร้างป่า”

พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 ยังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันนี้อยากจะมาขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวพิษณุโลก ผ่านพี่น้องสื่อมวลชนว่าในเหตุการณ์ที่ผ่านมา ในช่วงระยะนี้จะเห็นว่าอาจจะมีความวุ่นวายทางการเมืองบ้าง มีความที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรงกันบ้าง เรื่องที่พวกเรา ซึ่งในคนอายุขนาดพวกเรามีความเป็นห่วง ทางกองทัพภาคที่ 3 โดยทั้งตนและทางผู้บริหารระดับสูง ทางกองทัพ ก็อยากจะใช้โอกาสนี้มามาฝากถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวพิษณุโลก ซึ่งที่ผ่านมาตนชื่นชมและขอขอบคุณ ว่าเรามีความสมัครสมานสามัคคีกัน และมีความเข้มแข็ง สิ่งหนึ่งอยากฝากถึงน้องๆนักเรียน นักศึกษา เยาวชน หรือว่าฝากถึงน้องๆนักเรียน ที่จะอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ที่เราเรียกว่าปัญญาชน คำว่าปัญญาชนก็คือผู้ที่มีความรู้ มีการศึกษา ก็คือเรียนรู้มากกว่าคนอื่น น้องๆที่จะเตรียมจะเข้าไปเป็นบัณฑิตก็ดี หรือว่าน้องๆที่อยู่ในรอบรั้วของชั้นมัธยมก็ดี ตนคิดว่าเราต้องศึกษาให้ครบทุกด้าน เราต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย เราต้องทราบว่าประเทศไทยเรามีวัฒนธรรม มีความเป็นมาอย่างไร แล้วเรานำข้อมูลทุกด้านมาวิเคราะห์ประมวลกัน เราอย่ามองข้อมูลด้านใดด้านหนึ่ง

แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวอีกว่า ตนเองเคยมีมีลูกมีหลานที่เข้าไปศึกษาต่อต่างประเทศวิชาแลกที่เรียน เขาให้เรียนวิชาประวัติศาสตร์ และของไทยเราก็เหมือนกัน โดยเฉพาะจังหวัดพิษณุโลกก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และถ้าใครมาดูวันเสาร์อาทิตย์นะจะเห็นว่ารถติด เนื่องมาจากนักท่องเที่ยวมากราบหลวงพ่อพระพุทธชินราช เยี่ยมชมมาดูพิพิธภัณฑ์ เข้ามาในดินแดนประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวพิษณุโลก เราเห็นว่าในเมื่อคนทั้งประเทศ เขามีความศรัทธา มีความเชื่อมั่นในความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทยที่เป็นมายาวนาน

ก็อยากจะฝากให้น้องๆเยาวชน นักศึกษา นอกจากจะรับข้อมูลที่ท่านรับมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองเป็นสิ่งที่ดี ตนยินดีที่เห็นเยาวชนนักเรียน นักศึกษา มีความตื่นตัวทางการเมือง แต่ว่าก็ขอให้รับข้อมูล ศึกษาความรู้ให้มันครบทุกด้าน โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศไทย แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ เราไม่ควรจะไปละเมิดหรือก้าวล่วงสถาบันอันเป็นที่ เคารพรักยิ่งของพวกเราทุกคน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้พวกเราคนอายุรุ่นเราๆ ท่านผู้สื่อข่าวน่ามีความเข้าใจแล้วก็ขอฝากถึงพ่อแม่พี่น้องผู้ปกครองว่า เราหาการพูดคุยหาโอกาสแล้วก็เล่าให้เด็กๆ ฟังว่า ธรรมเนียมไทยเราต้องมีความกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อผู้มีพระคุณ ทั้งพ่อแม่ ทั้งองค์พระมหากษัตริย์ ทั้งในเรื่องของครูบาอาจารย์ อะไรต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี

จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 3 ได้นำบทกวีจีนของโกวเล้ง มาอ่านให้สื่อมวลชนฟัง ว่า “ต้มถั่ว ใช้เถาถั่วเป็นเชื้อไฟ ถั่วร่ำไห้ในน้ำเดือดพล่าน ต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน ไยเผาผลาญร้อนรน จนป่านนี้” บทกวีนี้เป็นของจีนเริ่มแรกของในเรื่องสามก๊ก แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายครั้ง แต่ทั้งหมดทั้งมวล ด้วยต้องการจะบอกกับพวกเรา ว่าเราทุกคนเป็นคนไทย เรามีชาติกำเนิด เรามีประวัติศาสตร์ เราเติบโตมาจากดินแดนของที่พระบูรพมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ที่ได้ปกป้องห่วงแหนเราไว้ เราโชคดีที่สุดแล้วที่เกิดมาในแผ่นดินนี้

ดูข่าวต้นฉบับ